อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

ในปัจจุบัน การบริหารเวลาให้มีประสทธิภาพที่สุด เป็นตัววัดศักยภาพความสำเร็จที่หลายคนโดยเฉพาะวงการธุรกิจต้องยกนิ้วยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรามาดูกันว่าเหล่ากูรูผู้ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารเวลา เขาทำอย่างไร จึงสามารถใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชม. เท่ากันกับคนอื่น ๆ ในการทำงานหรือสร้างงานใหม่ ๆ ให้ประจักษ์ต่อสายตาผู้อื่นได้

1. การวางแผนก่อนลงมือ

เป็นเทคนิคข้อแรกที่นักบริหารเวลาส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น ๆ เนื่องจากการวางแผนที่มีลำดับขั้นความคิดที่ถูกต้อง การวางแผนลงตัวอย่างเหมาะเจาะ จะทำให้การปฏบัติส่วนที่เหลือลงล็อคได้อย่างเป๊ะ ไม่ค่อยมีปัญหาให้แก้มากนัก

2. การลงล็อคเรื่องเวลา

งานทุกอย่างต้องมีกำหนดวันเสร็จ หรือ due date ซึ่งไม่เฉพาะงานทางธุรกิจที่ต้องมีตารางคุยงานหรือเมคดีลกับลูกค้าเท่านั้น แม้แต่คนที่ทำงานขององค์กรภาครัฐหรือทำงานบ้าน ก็ต้องมีล็อคเวลาของงานแต่ละอย่างตาม KPI ขององค์กรเช่นกัน

3. ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉย ๆ

การใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันนั้น คนที่บริหารเวลาเก่ง ๆ มักไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประยชน์ จะสามารถเอางานแทรกในตารางเวลาต่าง ๆ ให้ได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่เหลือ gap ของเวลา หรือ “เวลาว่าง ที่ไร้ประโยชน์เลย

4. การรู้ความต้องการตัวเอง

คนที่บริหารเวลาดี มักใส่ใจกับเรื่องสำคัญหรือเรื่องที่ตัวเองอยากทำ มากกว่าการทำตามแฟชั่นหรือการชักชวนที่ออกนอกทิศทางความสนใจ คนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่ค่อยมีสิ่งใดที่มาหันเหความสนใจจากเป้าหมายได้ง่าย ๆ

5. การมีเป้าหมายและทิศทาง

จากข้อ 4. การทำสิ่งต่าง ๆ ต้องมีทิศทางที่ชัดเจนเสมอ เหมือนก่อนจะออกรถสตาร์ทเครื่อง คนที่บริหารเวลาได้เก่ง มักวางแผนและกำหนดเส้นทางในใจแล้วว่าจะออกไปทิศทางไหน ในช่วงเวลาตอนนี้ จึงจะหลบเลี่ยงรถติดที่ดีที่สุด

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

6. พัฒนาตัวเองเสมอ

คนที่บริหารเวลาดี มักปรับแก้ไขแผนตัวเองเพื่อเป็นการปิดช่องโหว่หรือจุดอ่อนต่าง ๆ หากยังได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นตามที่หวังไว้ เช่น ใช้เวลามากเกินไป จึงเป็นคนที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง

7. ใช้ตัวช่วย

ปัจจุบันการมี application ต่าง ๆ บน smart phone เป็นตัวช่วยที่ดีมาก สำหรับการบริหารเวลา ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการปลุกเตือนให้ทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การนัดหมาย การประชุม การคุยงานลูกค้า เป็นต้น

เราเชื่อมั่นว่า ทั้ง 7 เทคนิคบริหารเวลาของผู้ประสบความสำเร็จ จะเป็นประโยชน์กับทุกคนและสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพอย่างแน่นอน

บริหารเวลาอย่างไรให้เหมือนเศรษฐี

บริหารเวลาอย่างไรให้เหมือนเศรษฐี

เส้นทางเศรษฐีมักไม่ใช่อุบัติเหตุหรือความบังเอิญ แน่นอนว่าคุณอาจบังเอิญถูกล็อตเตอรี่คว้ารางวัลเงินล้าน แต่มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก บางคนเกิดมาโชคดีมีพ่อแม่ร่ำรวย แต่คุณต้องมีแผนใช้เงินและบริหารเวลาให้ดีเพราะยังมีชีวิตอยู่อีกนานกว่าเงินก้อนใหญ่ที่จะทยอยใช้จ่ายไปจนหมด ถึงแม้ตอนนี้ยังกล่าวว่าคุณเป็นเศรษฐีได้ไม่เต็มปาก แต่การงานและอาชีพก้าวหน้าไปด้วยดีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ควรเรียนรู้ว่าคนรวยใช้ชีวิตอย่างไร บริหารเวลาอย่างไร มีนิสัยประจำวันแบบไหน ทำอะไรได้บ้างในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จทางการเงินเหมือนที่เศรษฐีคนอื่นๆ ทำอยู่

บริหารเวลาเพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า

1.ตื่นเช้า

ไม่ว่าคุณจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยหรือเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เส้นทางเศรษฐีต้องทำงานหนัก ขยันขันแข็งและฉลาดเลือก คนตื่นเช้าจะมีเวลามากกว่าคนอื่น นักธุรกิจส่วนใหญ่ตื่นขึ้นมาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นเพื่อนั่งสมาธิ มูฮัมหมัด อาลี นักชกระดับตำนานตื่นมาวิ่งจ๊อกกิ้งในขณะที่ฟ้ายังมืดอยู่ก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อมชกมวย คนรวยจำเป็นต้องเริ่มบริหารตั้งแต่เช้า ลองตื่นมาทำสมาธิสมองแจ่มใส คุณจะมีทั้งพลังงานและเวลาทำทุกสิ่งให้สำเร็จและมีกิจวัตรที่ราบรื่นตลอดวัน

2.ออกกำลังกายทุกวัน

การตื่นเช้ามาออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันทำให้มีสุขภาพดี การเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกเป็นเรื่องง่ายเมื่อคุณมีเวลา เพราะมีเงินเป็นล้านๆ ในธนาคารโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาเงินเลี้ยงปากท้องในแต่ละวัน แต่เศรษฐีกลายคนกลับง่วนอยู่กับโครงการใหม่ๆ ทำงานหาเงินตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน คนรวยไม่จำเป็นต้องแสวงหาเงินตลอดเวลา ต้องรู้จักความพอดีและดูแลสุขภาพของตนเองให้ป่วยน้อยลงและทำงานได้มากขึ้น รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง

3.ความมั่นใจในตัวเอง

อย่าสงสัยตัวเองและงานที่ทำอยู่ อยากเป็นเศรษฐีต้องเริ่มคิดเหมือนเศรษฐี คุณต้องไม่เสียเวลาคิดกังวลเรื่องความล้มเหลว การเปลี่ยนทัศนคติอาจเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการแสวงหาความสำเร็จ เพราะคนส่วนใหญ่มีความกดดันให้สงสัยในหลายๆ ด้าน เรากังวลและเกลียดความเสี่ยง คนรวยก็เกลียดความเสี่ยงเท่าเรา แต่พวกเขารู้วิธีจัดการกับมัน คือความกล้าหาญที่จะเดินหน้าโดยไม่สงสัยหรือหวาดกลัว ถ้าคุณสงสัยตัวเองทุกวันคุณจะล้มเหลวในที่สุด

บริหารเวลาเพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า

4.ทำงานเฉพาะในเวลางาน

คนประสบความสำเร็จจะไม่นำงานกลับมาทำงานที่บ้าน หลังจากทำงานคือเวลาของครอบครัว เวลาพักผ่อน เจ้าของธุรกิจที่ติดกับดักการทำงานไม่รู้จักจบสิ้น จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทำงานผิดพลาดหรือไม่ถูกต้องสมบูรณ์ หลังเลิกงานต้องหยุดทุกสิ่ง แม้แต่การตรวจสอบอีเมล์ในโทรศัพท์ ไว้ไปทำเช้าวันรุ่งขึ้นแทน

5.เรียนรู้ตลอดเวลา

นักคิด นักการเมือง นักธุรกิจ ทุกคนที่ประสบความสำเร็จจะเรียนเรียนรู้ไม่มีวันหยุด ใช้เวลาแต่ละวันให้เกิดประโยชน์เพราะการเรียนรู้ทำให้ได้แนวคิดใหม่เสมอ บทเรียนจากความล้มเหลวเป็นจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม ดูว่าคนอื่นผิดพลาดตรงไหนทำให้เราหลีกเลี่ยงได้ ประเมินประสิทธิภาพของตนเองตลอดเวลา คุณทำอะไรผิดพลาด คุณทำอะไรถูกต้อง หากคุณต้องการประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องรู้เวลาและใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

เคล็ดลับบริหารเวลางาน และเวลาส่วนตัว

เคล็ดลับบริหารเวลางาน และเวลาส่วนตัว

การจัดตารางเวลาทำงานจะช่วยให้คุณจัดระเบียบเวลาว่างและใช้ประโยชน์จากเวลาที่เหลืออยู่ได้ดีที่สุด การหาสมดุลระหว่างการทำงานและกิจกรรมยามว่างเป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้แต่ผู้ที่มีประสบการณ์อาจยังจัดการได้ยาก คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรที่ควรจะหยุดทำงาน ก้าวเดินออกจากโต๊ะทำงานไปทำกิจกรรมผ่อนคลาย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เสียงาน

คนส่วนใหญ่ยอมรับว่ายังอดคิดเรื่องงานไม่ได้ในระหว่างที่อยู่ที่บ้าน อาจพูดได้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะแยกการทำงานออกจากชีวิตส่วนตัว ไม่ทราบว่าเมื่อไรควรทำงาน เมื่อไรควรให้เวลาความสุขกับตัวเอง อย่างไรก็ตาม ความสมดุลเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตที่มีคุณภาพ มีความสุขและการทำงานที่มีประสิทธิผล มีข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นวิธีในการจัดการแบ่งแยกงานออกจากเวลาส่วนตัว

มีพื้นที่ปลอดงานภายในบ้าน

หากคุณมีกำหนดพรีเซนต์งานสำคัญหรือการประชุมทางธุรกิจในช่วงเช้า ต้องแน่ใจว่าเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว บางครั้งอาจต้องหอบงานไปทำที่บ้านเพื่อดัดเกลาให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ในสถานการณ์เช่นนี้ต้องใช้ห้องภายในบ้านเป็นที่ทำงานที่สงบและไม่มีใครเข้ามารบกวน แต่ห้องนอนจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดงานโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัวสงวนไว้เพื่อนอนหลับและผ่อนคลายเท่านั้น ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำงานต้องไม่อยู่ในห้องนอน ถ้าไม่มีห้องทำงาน ควรใช้ห้องอาหารหรือมุมห้องนั่งเล่นแทน

กำหนดตารางเวลา

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ คุณควรวางแผนล่วงหน้าเพื่อโทรคุยธุรกิจหรือตอบอีเมล์ที่จำเป็นสัก 1-2 วัน เพื่อให้คุณยังคงมีช่วงเวลาส่วนตัวที่จำเป็นมากสำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง ลองเขียนบันทึกลงในสมุด วางแผนรายวันหรือเชื่อมโยงโทรศัพท์กับปฏิทินเพื่อจัดตารางเวลาทำงาน จะช่วยให้จัดระเบียบเวลาว่างและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ได้ดีที่สุด

Time Management

ฝึกตอบปฏิเสธ

แม้ว่าคุณจะคิดว่าการปฏิเสธลูกค้าหรือเจ้านายดูเป็นเรื่องใหญ่และยาก แต่คุณมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการทำงานทุกครั้ง เพียงแต่ระมัดระวังพูดอย่างสุภาพ อธิบายให้เข้าใจว่าคุณจัดลำดับความสำคัญของงานก่อน ทุกคนเข้าใจว่าคนเรามีชีวิตส่วนตัวนอกที่ทำงาน ทำธุระเร่งด่วนให้ลูกค้าเป็นครั้งคราวได้ แต่อย่าทำจนติดเป็นนิสัย คุณสมควรสนุกกับเวลาส่วนตัวบ้าง

ไม่คบแต่เพื่อนร่วมงาน

แม้ว่าจะมีเพื่อนใกล้ชิดที่ทำงานด้วย แต่การสร้างมิตรภาพนอกสถานที่ทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเพื่อนทั้งหมดเป็นเพื่อนร่วมงาน ย่อมจะคุยเรื่องงานในเวลาส่วนตัว ทำให้รู้สึกพะวงเรื่องงานอยู่เสมอ หันเหความสนใจออกจากงานไม่ได้ มองหาเพื่อนจากงานอดิเรก รู้จักกับคนใหม่ที่มีความสนใจคล้ายกัน ช่วยให้สมองผ่อนคลายและไม่ติดกับดักการทำงานจนสูญเสียชีวิตส่วนตัวไป

ช่วงเวลาทำงานควรมีสมาธิอยู่กับงานอย่างไร ช่วงเวลาส่วนตัวก็ต้องเป็นเช่นเดียวกัน เป็นที่เข้าใจได้ว่าเวลาส่วนตัวอาจใช้เวลานานกว่าจะตอบกลับข้อความหรือยังไม่โทรกลับในทันที ระหว่างนั่งรับประทานอาหารค่ำหรือออกไปเที่ยวนอกบ้าน อย่าลืมวางโทรศัพท์ไว้ห่างตัว ใส่ในกระเป๋าถือหรือวางไว้ห้องอื่นก็ได้ จะช่วยให้คุณเอาใจใส่เพื่อนและครอบครัวของคุณได้อย่างเต็มที่ แยกงานออกจากชีวิตส่วนตัวได้ดีขึ้น

จัดการเวลาตัวเองในการเล่นเฟสบุ๊ค

วิธีบริหารเวลาของคนติดโซเชียลมีเดีย

ในแต่ละวันเราให้เวลากับโซเชียลมีเดียมาแค่ไหน บางคนจำเป็นต้องใช้เพื่อทำธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ ติดต่อสื่อสาร แต่คนส่วนใหญ่ปล่อยเวลาสูญหายไปกับเรื่องเม้ามอย อ่านเรื่องสัพเพเหระ เสียเวลาไปกับหน้าจอมือถือที่มีประโยชน์น้อยกว่าการอ่านหนังสือ , การเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมยามว่างที่สร้างสรรค์และบรรเทาความเครียดได้ บางทีไปจริงจังกับเรื่องในโซเชียลมีเดียมากเกินไปทำให้ชีวิตที่วุ่นวายอยู่แล้วยิ่งยุ่งเข้าไปอีก เวลานี้คุณมีโอกาสดีแล้ว เมื่อ Facebook และ Instagram เพิ่มหน้าแดชบอร์ดให้คุณสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบเมื่อใช้เวลาในการเรียกดูข้อมูลฟีดมากเกินเวลาที่กำหนดไว้ ช่วยให้คุณจัดการบริหารเวลาควบคุมการเข้าใช้งานโซเชียลมีเดีย ใช้อย่างรู้เป้าหมายและควบคุมเวลาให้เหมาะสม แก้ปัญหาการทำอะไรไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะมัวแต่เล่นมือถือ

Your time on Facebook

Facebook และ Instagram เสนอหน้าแดชบอร์ดใหม่ที่จะแจ้งเตือนผู้ใช้มือถือให้ทราบว่าใช้งานแอปเกินระยะเวลาที่ตั้งค่าไว้ สามารถปรับตั้งค่าใหม่ได้ทุกวันหรือจะปิดการแจ้งเตือนชั่วคราวก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา ฟีเจอร์ใหม่บนเฟซบุ๊กมีชื่อว่า “Your time on Facebook” ส่วนฟีเจอร์บนอินสตาแกรมชื่อว่า “Your activity” มีเป้าหมายเดียวกันคือช่วยผู้ใช้รับมือกับปัญหาเสพติดโซเชียลมีเดียซึ่งก่อผลเสียหลายด้าน เว้นแต่จะต้องการใช้งานจริง ๆ เช่น ร้านค้าออนไลน์ใช้เป็นช่องทางติดต่อกับลูกค้า

ฟีเจอร์ใหม่ของ Facebook และ Instagram พึ่งเปิดตัวช่วงต้นเดือนสิงหาคม มีแผนปล่อยฟีเจอร์ให้กับผู้ใช้ทั้งหมดทั่วโลกก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่าจะช่วยลดการใช้งานแอปทั่วโลกปริมาณ 1% หลังจากข่าวนี้รั่วออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเริ่มมีผู้ใช้งานหลายคนติดตามข่าวและคิดว่าจะช่วยบริหารเวลาในแต่ละวัน และ จัดการเวลาของตัวเอง ได้ดีขึ้น

หากคุณสนใจและต้องการค้นหาฟีเจอร์ใหม่บน Facebook ให้แตะปุ่มไอคอนรูปเส้นแนวตั้งสามเส้นหรือเรียกอีกอย่างว่า “Hamburger Icon” ซึ่งอยู่มุมล่างขวาของแอป เลื่อนลงไปที่ “Your time on Facebook” แล้วแตะหน้าจอ สำหรับการใช้งาน Instagram คุณจะพบ “Your activity” อยู่ในเมนูการตั้งค่า โดยแตะที่ไอคอนรูปเฟืองในโปรไฟล์ของคุณเพื่อเข้าใช้งานในทันที คุณจะรู้ว่าเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากแค่ไหนและควบคุมเวลาง่ายยิ่งขึ้น

ทีมผู้บริหารของ Facebook และ Instagram เห็นความจำเป็นต้องทำแดชบอร์ดให้พร้อมใช้งาน แม้จะมีความเสี่ยงทำให้ใช้งานแอปลดลง เชื่อว่ามีผลกระทบต่อชีวิตของคนสังคม เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่าพวกเขาใช้เวลาไปกับแอปมากแค่ไหน ควรเริ่มบริหารเวลาได้แล้ว หลังจากถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรื่องที่มีคนเสพติดโซเชียลมีเดียใช้งานแอปตลอดทั้งวัน ข้อสำคัญคือความมีวินัยและการหักห้ามใจตัวเอง ไม่อย่างนั้นแล้วเครื่องมือเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยอะไร ความพยายามในการบริหารเวลาจะสูญเปล่าและไม่ได้ผลเลย

คนติดโซเชียล

นาฬิกาบอกเวลา

เคล็ดลับ จัดการเวลาของตัวเอง เพิ่มพลังและประสิทธิผลการทำงาน

ผู้ประสบความสำเร็จมากมายในโลกนี้ไม่รอคอยให้โอกาสพุ่งเข้าใส่ แต่จะพยายามไขว่คว้าหาโอกาสใส่ตัว กว่าจะประสบความสำเร็จต้องปรับตัวหลายอย่าง การวางแผนและ บริหารเวลา เป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ ทำให้เวลา 24 ชั่วโมงของคนเราไม่เท่ากัน ใครแบ่งเวลาได้ดีมีโอกาสสร้างความสำเร็จได้ง่ายและเร็วขึ้น ลองมองตัวคุณเอง เห็นความจำเป็นต้องจัดระเบียบเวลาหรือเปล่า เคยใช้เวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วสงสัยว่าทำไมไม่ประสบความสำเร็จมากเท่าคนอื่น เคล็ดลับการบริหารเวลาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างไรมาดูกัน

1. เวลาแต่ละวันมีจำกัด เป็นสิ่งแรกที่ต้องเข้าใจ ไม่ว่าเราจะจัดระเบียบอย่างไร เราก็มีเพียง 24 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เวลาไม่เพิ่มขึ้นหรือน้อยลง สิ่งที่เราทำได้คือวางแผนจัดการตัวเราเองให้ใช้เวลาเวลาที่เรามีให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อย่างไร

2.อุดช่องโหว่ไม่ให้เสียเวลา ติดตามกิจกรรมประจำวันให้รู้ว่าแต่ละวันเสียเวลาไปกับอะไรบ้าง ใช้เวลาท่องเน็ต อ่านอีเมล และโพสต์เฟซบุ๊กมากไปหรือเปล่า โดยเฉพาะในที่ทำงาน คนส่วนใหญ่ส่งข้อความหรือใช้โทรศัพท์เรื่องส่วนตัวผลาญเวลาทำงานไปอย่างน้อย 30 นาที บางทีคนก็วันละหลายชั่วโมง เมื่อรู้แล้วต้องจัดระเบียบ บริหารเวลา เพื่อให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น กำหนดช่วงเวลาอ่านและการรับอีเมลที่เหมาะสม จัดระเบียบไฟล์งานคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะค้นหาไฟล์งานได้รวดเร็ว ไม่เสียเวลานาน

3.ตั้งเป้าหมายการบริหารเวลา เวลาแต่ละวันมีเท่าเดิม เราต่างหากที่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยกำหนดเป้าหมาย เช่น ไม่รับโทรศัพท์ส่วนตัวหรือตอบกลับข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพในระหว่างชั่วโมงทำงาน ตลอดจนปรับพฤติกรรมที่อาจรบกวนการทำงาน เช่น ฟังเพลงไปด้วย ทำให้เสียสมาธิและทำงานช้าลง ถ้ารู้สึกว่าทำงานแล้วสมองตื้อๆ อาจต้องพักเบรกสายตา ลุกไปเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ดูว่าจะเรียกความตั้งใจและพลังกลับคืนมาได้มากน้อยอย่างไร

4.ใช้เครื่องมือช่วยจัดการเวลา ใช้นาฬิกาจับเวลา ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ เช่น Outlook หรือแอปพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ เป็นเครื่องมือช่วย บริหารเวลา ตั้งค่าเตือนให้วางแผนจัดตารางงานในปัจจุบันและอนาคตได้ง่ายและดีขึ้น

5.จัดลำดับความสำคัญงาน ควรเริ่มต้นแต่ละวันด้วยการวางแผนจัดลำดับความสำคัญของงานประจำวัน พร้อมกับตั้งเป้าหมายประสิทธิภาพการทำงาน เช่น มีงาน 20 งานในแต่ละวันต้องทำอะไรให้เสร็จก่อน หรือทำได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วางแผนรายวันเรียงลำดับไปตามความเหมาะสม

6.เรียนรู้การมอบหมายงาน การมอบหมายหรือกระจายงานให้คนอื่นเป็นหนึ่งในวิธีการบริหารงานที่ยากที่สุด เจ้าของธุรกิจจำนวนมากจำเป็นต้องรู้หลักการ ไม่ว่าธุรกิจจะมีขนาดเล็กเพียงใด ก็ทำงานลำพังคนเดียวไม่ได้ ต้องปล่อยให้คนอื่นๆ เข้ามาแบ่งเบาภาระบ้าง หรือมีเอาท์ซอร์สมากขึ้น

การบริหารเวลา

เทคนิคการทำงานให้มีประสิทธิภาพข้างต้นจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีได้นั้นจำเป็นต้องวางแผนกิจวัตรประจำวันและยึดมั่นกับแผนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ปฏิบัติตามขั้นตอนการ บริหารเวลา ตลอดเวลา จึงจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นอยู่เสมอ

จัดการเวลา ฉบับผู้ประสบความสำเร็จ

ผู้ประสบความสำเร็จ ใช้เวลาอย่างไรให้มีค่าที่สุด

เรื่องการรักษาเวลาให้เราดูจากผู้ประสบความสำเร็จเป็นตัวอย่าง คนที่จะเป็นผู้นำได้จะต้องบริหารเวลาให้เป็น “ทุกวินาทีมีค่า” ประโยคที่ว่านี้เชื่อว่าคนทำงานส่วนใหญ่จะรู้ดีเพราะในทุกๆวันเราจะต้องทำงานแข่งกับเวลาอยู่เสมอ คนที่ประสบความสำเร็จไปแล้วจะเข้าใจดีกว่าเพราะกว่าจะมีวันนี้ได้ก็คงต้องผ่านอุปสรรคของการรักษาเวลามาไม่น้อย แต่เมื่อเราทำได้มันก็จะดีกับตัวเราและเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครที่ชอบคนไม่ตรงต่อเวลา ความคิดของผู้ใหญ่บางคนเราสายเพียงแค่ครั้งเดียวก็ถูกมองว่าขนาดความตรงต่อเวลายังทำไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรได้ ซึ่งบอกเลยว่าคำพูดพวกนี้ฟังแล้วรู้สึกเจ็บมาก หากมีครั้งแรกไม่ควรมีครั้งต่อไปเป็นเหตุผลหลักที่จะทำให้คุณเสียทั้งงานและอนาคต

คนส่วนมากมักปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างไม่มีค่าโดยที่ไม่รู้เลยว่าเวลาที่เสียไปนั้นมีค่ามากแค่ไหน ลองดูจากพวกนักธุรกิจเขาจะมีเทคนิคการใช้เวลาของเขาได้ดีมาก ซึ่งสิ่งที่เขาจะไม่ปล่อยให้มันผ่านไปฟรีๆ คือเวลาที่เหลืออยู่ ทุกวินาทีคือการทำเงินของพวกเขา มันเป็นเหตุผลหลักเลยที่ทำให้นักธุรกิจ แต่ละคนประสบความสำเร็จ การไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปเฉยๆทั้งๆที่เขาสามารถคว้ามันไว้ได้

กลยุทธ์ให้ทุกวินาทีมีค่าที่สุด

อย่าปล่อยให้กิจวัตรในตอนเช้าของคุณมาทำให้เสียเวลาในการทำงานหรือการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเสียเวลาเพราะกิจวัตรตอนเช้าเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ควรจะวางแผนหรือกำหนดเวลาในการทำหน้าที่ต่างๆ เผื่อเวลาไว้อย่าคิดไว้เป๊ะๆ ยิ่งถ้าเป็นการเดินทางในช่วงเช้าในบางที่รถจะติดถ้าหากเราจะไม่รู้จักเผื่อเวลารับรองได้เลยว่ายังไงก็สาย เชื่อว่าทุกคนต้องเคยมีประสบการณ์เข้างานสาย ไปเรียนสาย และก็เชื่อว่าบทลงโทษของความสายนั้นน่าจะทำให้เข็ดไปได้สักพัก ถ้าหากอยากเป็นคนที่ตรงต่อเวลา รักษาเวลาดี ต้องสร้างระเบียบวินัยให้กับตัวเอง บังคับการนอนในตอนกลางคืน บังคับการตื่นในตอนเช้า อย่าบิดขี้เกลียดแล้วนอนต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับบางคน แต่วิธีนี้จะสามารถช่วยให้ประหยัดเวลาไปได้เยอะมาก เผื่อเวลาอาบน้ำ แต่งตัว ควรจะเสร็จก่อนเวลาที่ตั้งไว้ เพื่อรับประทานอาหารเช้าอีก และสำหรับบางคนก็ต้องซื้อจากข้างนอกเพราะไม่มีเวลาทำอาหารต้องยิ่งประหยัดเวลามากขึ้น เผื่อในระหว่าวการเดินทางรถติด จราจรติดขัด และเผื่อเวลาการรับประทานที่ร้านอาหาร

ถ้าฝึกบังคับให้ตัวเองทำแบบนี้ได้ในทุกๆวัน คุณจะกลายเป็นคนตรงต่อเวลาโดยที่ไม่ต้องถูกว่า ถูกมองไม่ดีจากเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง แค่นี้ก็สามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จไปอีกหนึ่งก้าวในการตรงต่อเวลาแถมยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นๆได้อีกด้วย

ผู้นำ กับทุกวินาทีของพวกเขา

มีวินัยต่อการเรียน

สร้างวินัยต่อการเรียน เกิดประโยชน์ชีวิตขึ้นอีกเยอะ

ทุกคนมีเวลา 24 ชม. เท่ากัน อยู่ที่ใครจะใช้มันเปลืองหรือไม่ การตรงต่อเวลาถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เราควรต้องยึดหลักของเวลาเป็นหลัก หากเราไม่มีความตรงต่อเวลามันจะทำให้คนรอบข้างหรือเพื่อนร่วมงานมองเราเสียๆหายๆได้ อาจจะทำให้เสียความน่าเชื่อถือ ดูเป็นที่พึ่งให้กับใครไม่ได้ ในเรื่องเรียนก็เช่นกัน หากเราไม่ตรงเวลาจะส่งผลถึงการเรียนทำให้เสียได้ ส่งผลกระทบต่อผลการเรียนและความรับผิดชอบ เพื่อนร่วมห้องและอาจารย์จะพาลไม่ชอบเราไปด้วย ไม่มีใครชอบคนที่ไม่มีวินัย อย่ามองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก

เทคนิคการบริหารเวลาในวัยเรียน

รู้จักวางแผน วัยเรียนจะเป็นวัยที่ขี้เกียจที่สุดของวัยรุ่นส่วนใหญ่ หากเรามีการวางแผนที่ดี เราจะเป็นคนตรงต่อเวลาและดูมีความรับผิดชอบมากขึ้น หากเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนที่ทำอะไรชักช้า เราควรจะจัดตารางในการเรียนตั้งแต่หัวค่ำ เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการจัการตัวเองในเวลาเช้า

นาฬิกาปลุก เป็นเรื่องสำคัญมากในวัยเรียน หากพ่อแม่ไม่ปลุกเราควรตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อเตือนตัวเอง เชื่อว่านักเรียนหลายคนจะเกลียดเสียงนาฬิกาปลุกที่สุด แต่เพื่อเป็นการให้เราไม่สายเมื่อเราได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเราควรที่จะลุกในทันที เพราะมันอาจจะทำให้เสียเวลา และสายได้

ตั้งเป้าหมาย เมื่อเราตื่นนอนเราควรจะมีเป้าหมายว่าวันๆนึง เราต้องทำอะไรบ้าง เพื่อบริหารเวลาให้กับตัวเอง

เผื่อเวลาในการเดินทาง ในการเดินทางเรารู้กันอยู่แล้วในวันเรียนปกติ รถจะติด เราต้องมีการเผื่อเวลาในการเดินทางเพื่อไม่ให้ไปถึงโรงเรียนสาย

อย่าเที่ยวกลางคืน เป็นเรื่องปกติของวัยเรียนจะต้องมีปาร์ตี้ สังสรรค์ กลับบ้านดึก การเที่ยวกลางคืนจะทำให้เราได้รับการพักผ่อนน้อย และส่งผลกระทบต่อการตื่นนอนในตอนเช้า เมื่อเราพักผ่อนน้อยจะทำให้เราขี้เกียจตื่น อาจจะทำให้เราไปเรียนสายหรืออาจจะไม่ได้ไปเลยก็ได้

เรียนให้มีวินัยด้านเวลา

บริหารเวลา อย่างไร ให้คุ้มค่า

บริหารเวลาในการทำงานอย่างไร ให้มีประโยชน์ คุ้มค่า

คนเรามักจะเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ การบริหารเวลาถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่าจะบริหารเวลาในการทำงาน ในการเรียน หรือการทำสิ่งต่างๆ ถ้าหากเราบริหารเวลาไม่เป็น จะมีผลกระทบต่อการอยู่ร่วมกับคนอื่นเช่นกัน เราจะเสียเวลาไปโดยไร้ค่า คนทุกคนมีเวลาแค่ 24 ชม. ใน 1 วัน อยู่ที่ว่าเราจะบริหารเวลาให้ดีได้มากน้อยแค่ไหน

เทคนิคการบริหารเวลาทำงาน

การตรงต่อเวลาเข้าทำงาน : เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ควรจะไปถึงที่ทำงานก่อนเวลาสักครึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมพร้อมในการทำงาน ถ้าเราไปสายหรือตรงเวลาเป๊ะๆ คนรอบข้างอาจจะมองว่าคุณไม่มีความพร้อมในการทำงาน และไม่ตรงต่อเวลา

การวางแผนในการทำงาน : วันนี้คุณจะต้องทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และเวลาที่ต้องไปถึงที่หมายกี่โมง ควรจะไปก่อนเวลา จะเป็นผลดีต่อการทำงาน

กำหนดเวลา : การกำหนดเวลาในการเดินทางหรือการทำกิจกรรมต่างๆ จะช่วยทำให้เราเป็นคนตรงต่อเวลาเวลาได้ดี ถ้าเราไม่กำหนดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรก็จะดูรีบหรือรนไปหมด

การจัดของให้เป็นระเบียบ : ควรจัดสิ่งของที่จะใช้ในการทำงานให้เป็นระเบียบและเรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการหยิบสิ่งของมาใช้และช่วยประหยัดเวลาในการหาอีกต่างหาก

ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ : ถ้าเราทำงานไม่ทันหรือมีงานค้างควรใช้เวลาว่างมาทำงานให้เสร็จจะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานของส่วนอื่น เมื่องานค้างเสร็จเวลาว่างที่เหลือเราจะสามารถนั่งพักหรือเล่นอะไรก็ได้ทั้งนั้น

ปฏิเสธคำชวนจากเพื่อนร่วมงาน : เป็นเรื่องปกติที่เพื่อนร่วมงานของเราอาจจะชวนเราไปซื้อกาแฟ ไปกินข้าว ถ้าหากงานเรายังไม่เสร็จหรืองานท่วมหัวอยู่ ก็ควรที่จะปฏิเสธคำชวนนั้นไป เราจะได้ใช้เวลาในการทำงานได้อย่างเต็มที่

ตั้งเป้าหมายในการทำงาน : เป้าหมายของงานคืออะไร เรียงลำดับความสำคัญของงาน ต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน