บริหารเวลาอย่างไรให้มีคุณภาพ

การที่ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จัดสรรเวลาได้มีประสิทธิภาพแตกต่างกัน ย่อมส่งผลต่อความสำเร็จในด้านการเรียนและการทำงานได้ การเรียนรู้และฝึกฝนการบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ และส่งผลต่อการมีหน้าที่การงานที่เติบโตได้ดี และมีฐานะการเงินที่มั่นคงตามมาในอนาคตด้วย

ในบทความนี้ เราจึงรวบรวมวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพมาให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเห็นผล ดังนี้

1. การวางแผนสม่ำเสมอ

การวางแผนสำคัญต่อบุคคลทุกวัย เนื่องจากทำให้เห็นภาพรวมและมีเป้าหมายในการใช้เวลาตามตารางอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ควรเลือกวางแผนกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลา 15-20 นาที ก่อนนอน โดยมีการลำดับความสำคัญและการเร่งด่วนของงานอยู่เสมอ

นอกจากนี้ การวางแผนด้านการขับรถหรือเดินทางก็สำคัญ เช่นเดียวกัน หากขับรถเองควรศึกษาแผนที่จากระบบ GPS เพื่อเช็คระยะเวลาและเส้นทางการจราจรตามจริง ทั้งต้องติดตามข่าวสารการจราจรอยู่เสมอ จะทำให้บริหารจัดการเวลาในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

2. การรู้จักปฏิเสธ

การปฏิเสธคนหรือสถานการณ์เมื่อจำเป็น นับว่าเป็นเรื่องที่ควรฝึกตั้งแต่อายุน้อย คนที่บริหารเวลาได้ดี นอกจากจะรู้ลำดับของงานที่ควรทำแล้ว หากมีการชักชวนให้ไปทำกิจกรรมอื่นนอกตาราง ก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสมว่า ควรที่จะใช้เวลาใดไปทำหรือเลือกที่จะปฏิเสธเพราะมีงานอื่นที่สำคัญกว่า

ความเกรงใจผู้อื่นจนทำให้งานเสียหาย ส่งงานเจ้านายไม่ทันกำหนด จะทำให้คุณไม่สามารถทำงานชิ้นใดได้สำเร็จ หรืออาจทำให้คุณต้องเสียเวลาส่วนตัวมาทำงานชดเชยจนเสียสุขภาพในระยะยาวได้

3. การแบ่งเวลาดูแลสุขภาพ

การทำงานหนัก จะทำให้เกิดความเครียดสะสม โดยเฉพาะระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะอ่อนแอติดเชื้อง่าย เช่น เป็นหวัด มีไข้ ปวดศีรษะ ฯลฯ และจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ความดัน เบาหวานหรือโรคออฟฟิศซินโดรม จากการนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ได้ การจัดตารางเวลาตัวเองให้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้ลดความเสี่ยงของโรคดังกล่าวและทำให้อารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้น

4. การฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที จะช่วยลดอาการฟุ้งซ่านระหว่างทำงาน ทำให้ลดอาการเหม่อลอยหรือทำงานผิดพลาดจนต้องเสียเวลากลับมาแก้ไขบ่อย ๆ ได้ ทั้งยังทำให้ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ด้วย

หวังว่าวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพที่กล่าวมาจะช่วยเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีผลการเรียนหรือประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างชัดเจน

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที