อวิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าในทุกวัน

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าในทุกวัน

ในแต่ละวัน คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน หลายคนสามารถทำงานได้นับ 10 อย่าง บางคนทำงานได้เพียง 2-3 อย่าง เนื่องจากการบริหารเวลามีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการบริหารจัดการเวลาให้แต่ละวันคุ้มค่ายิ่งขึ้น มาฝากกัน ดังนี้

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มในทุกวัน

ตั้งเวลาตื่นนอนตอนเช้า

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ จะมีเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยมีสมองที่สดชื่นแจ่มใสจากการนอนเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน และจะมีเวลาการบริโภครับประทานอาหารเช้า ออกกำลังกาย และขับรถไปทำงานโดยไม่ต้องพบกับการจราจรที่ติดขัดด้วย

การจัดตารางงาน

ควรจะกำหนดไว้ว่า เช้า บ่าย เย็น จะต้องทำอะไรบ้าง เรื่องใดสำคัญมากน้อย ต้องเรียงลำดับให้เหมาะสม เพื่อที่จะไม่หลงลืมการทำงานบางชิ้นไป เพียงเท่านี้คุณก็จะจัดการกับงานในแต่ละวันได้อย่างดียิ่งขึ้น เหมือนกับได้เวลาในแต่ละวันมากขึ้นแล้ว

เรื่องส่วนตัวต้องแยกจากเวลางาน

การแยกสองส่วนนี้ให้ชัดเจนจะทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่ที่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ในระหว่างการทำงานจะไม่ใช้โทรศัพท์ เพื่อการบันเทิงหรือการตอบไลน์โดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เสียสมาธิและขาดความจดจ่อทำให้งานผิดพลาด หากคุณแบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวได้ ก็เท่ากับคุณทำงานได้อย่างเต็มที่ 100% ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องแก้ไขงานซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน ในเวลาส่วนตัวก็ทุ่มเทกับครอบครัวได้เต็มที่ โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องเอาเรื่องงานมาทำให้คุณเครียดโดยไม่จำเป็นด้วย

งานยากรีบทำโดยเร็ว

ควรทำงานที่ยุ่งยากก่อน เพราะว่าต้องใช้ความคิดและพลังงานสูง ส่วนงานที่ง่ายกว่าก็สามารถจัดความสำคัญเป็นอันดับรองลงไปได้ ซึ่งจะมีข้อดี คือ หากคุณทำงานยากเสร็จแล้ว ก็จะรู้สึกว่าความเครียดลดน้อยลงด้วย

มีช่วงพักแทรกบ้าง

ในการทำงานอย่างต่อเนื่องคุณจะเกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น โรคออฟฟิศซินโดรม จากการนั่งทำงานอยู่กับที่นาน ๆ และ โรคตาแห้งจากการใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทั้งทำให้สมองล้าคิดงานไม่ออกด้วย

จึงควรมีช่วงพักสัก 10 นาทีไปเข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย จะทำให้ลดความเพลีย ความเครียด และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ด้วย

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาเป็นสิ่งที่จะต้องนำหลักการไปปรับประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม หากสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ในแต่ละวันของคุณใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า มีความสุขในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ คือ ทำให้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัวได้ดียิ่งขึ้นด้วย

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าทุกวัน

Tips บริหารเวลา 1 วันอย่างช่ำชอง

จัดการ 1 วันอย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารเวลา หมายถึง การวางแผนและจัดการในสิ่งที่จะทำให้เป็นไปตามแบบแผนที่วางไว้อย่างถูกต้อง และสามารถควบคุมในการปฎิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพในหน้าที่การทำงานได้อย่างถูกต้อง

หลายครั้งที่ผู้คนส่วนมากมักบอกว่า “ไม่มีเวลา” ในการที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่ตนตั้งเป้าหมายไว้ ที่จริงแล้วเวลานั้นคือ สิ่งที่ยุติธรรมที่สุดในโลก แก่มนุษย์ทุกคน นั่นคือการมีเวลา 24 ชั่วโมงหรือ 1 วันเท่า ๆ กัน ไม่มีใครที่จะมีเวลามากหรือเวลาน้อยกว่ากัน ดังนี้เราจึงต้องวางแผนและบริหารเวลาดีกว่า เพื่อที่จะประสบความสำเร็จและส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นและมีระเบียบมากขึ้น

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ตารางเวลา ถือเป็นตัวช่วยอันดับต้น ๆ ที่จะนำไปสู่การบริหารเวลา การทำตารางเวลาจะช่วยให้เรามองออกได้มากขึ้นว่าภายในหนึ่งวันเราต้องทำอะไร เวลาเท่าไหร่บ้าง ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ แล้วมานั่งคิดว่าเวลาไม่พอ ตารางเวลาจึงช่วยให้มองเห็นคุณค่าของเวลามาก และเป็นการฝึกฝนบังคับตัวเองไปด้วย
  2. เรียงลำดับตามความสำคัญ หากว่าคุณนั้นต้องทำงานหลายอย่าง ให้รายการที่ต้องทำในแต่ละวันมาจัดอันดับเรียงตามความสำคัญจากมากไปน้อย และมีงานอะไรบ้างที่ต้องทำต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแบ่งเวลาได้ว่างานใดต้องใช้เวลาเท่าใด และควรทุ่มเทให้กับงานอะไรมากกว่า
  3. แบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัว วิธีนี้ถือว่าเป็นเคล็ดลับสุดยอดที่จะทำให้คุณแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยเมื่อถึงที่ทำงานให้ใช้สมาธิกับงานเพียงอย่างเดียว และไม่ควรนำงานกลับไปทำที่บ้าน ถ้าไม่จำเป็น เพราะควรใช้เวลาอยู่กับครอบครัว
  4. ทำงานที่ยากให้เสร็จก่อน คนส่วนมากมักจะทำงานง่าย ๆ ให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะทำงานยาก บางทีหมกมุ่นดูหนังโป๊ญี่ปุ่นเล่นทั้งวัน เพราะคิดว่างานง่าย ๆ ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากและใช้เวลาในการทำน้อยกว่า แต่ความจริงนั้นควรทำงานยากให็เสร็จเสียก่อน เพราะจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อทำเสร็จ ทำให้มีกำลังใจจะทำงานอื่น ๆ ต่อไป
  5. หาเวลาพัก หากทำงานติดกันเป็นเวลานานจะทำให้สมองเกิดการเมื่อยล้าได้ง่าย จึงควรพักร่างกาย เพื่อให้สมองได้พักผ่อนบ้าง และละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เพื่อกระตุ้นความคิด พร้อมที่จะรับมือกับงานชิ้นใหม่