บริหารเวลา อย่างไรให้ชีวิตสมดุล

ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ชีวิตครอบครัว และชีวิตหน้าที่การงาน ซึ่งแต่ละคนล้วนต้องการให้ชีวิตทั้ง 2 ส่วนนี้ให้มีสมดุลมากที่สุด และอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย เพราะหากความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นไปด้วยดี ชีวิตส่วนนี้ก็จะกลายเป็นความอบอุ่น เป็นพลังงานด้านดีต่อสภาพจิตใจและการใช้ชีวิต ในส่วนของชีวิตส่วนหน้าที่การงาน หากบริหารได้ดีก็จะทำให้หน้าที่การงานมีความก้าวหน้า มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะต้องการให้เวลาของชีวิตส่วนใดสมบูรณ์แบบ แต่เวลาในแต่ละชีวิตของคนเราก็มีจำกัดเท่า ๆ กันที่ 24 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องอาศัยวิธีการบริหารเวลาให้กับชีวิตจนเกิดสมดุล ตามรายละเอียดต่อไปนี้

วางแผนการทำงานล่วงหน้า แน่นอนว่าเวลาที่ใช้ในการทำงานมักถูกกำหนดตายตัวจากสถานที่ทำงาน หรือกลุ่มลูกค้าที่ประสานงานอยู่ แต่บางครั้งระยะเวลาในที่ทำงานอาจไม่เพียงพอให้งานที่ต้องจัดการแล้วเสร็จ อีกทั้งงานที่เข้ามาก็อาจมีลำดับความสำคัญไม่เท่ากัน ดังนั้นการใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อวางแผนว่างานแต่ละชิ้นควรทำเสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด รวมถึงจะวางแผนทำกิจกรรมอะไรบ้างกับครอบครัวในแต่ละสัปดาห์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เวลา 24 ชั่วโมงมีความคุ้มค่ามากที่สุด

รู้จักการปฏิเสธบ้าง การเข้าสังคมก็นับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้การบริหารเวลาแปรปรวนได้ง่าย หลายคนอยากจะรีบกลับบ้านไปหาครอบครัวแต่กลับถูกเพื่อน ๆ ที่ทำงานชวนไปสังสรรค์เสียก่อน จนแผนเวลาที่วางไว้ไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงควรพิจารณาเสียก่อนที่จะปรับแผนการบริหารเวลาที่ได้วางไว้เมื่อถูกชักชวนโดยเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น

จัดสรรเวลาให้สุขภาพร่างกายบ้าง นอกจากความสัมพันธ์ หรือหน้าที่การงานจะมีความสำคัญแล้ว สุขภาพร่างกายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงควรแบ่งเวลาเพื่อการออกกำลังกายเสียบ้าง อย่างการออกวิ่งช่วงเช้า เล่นโยคะช่วงเย็น หรือหาเวลาออกไปเที่ยวเพื่อคลายเครียดบ้าง เพียงเท่านี้ชีวิตของคุณก็จะเกิดสมดุลในทุก ๆ ด้าน

การบริหารเวลาที่ดี คือวิธีการที่ดีที่ช่วยให้ชีวิตเกิดสมดุล แต่ก็อาจจำเป็นต้องอาศัยวินัยในการบริหารจัดการบ้าง การบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เกิดความเคยชินและสามารถทำได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรเคร่งครัดจนเป็นการบังคับตนเองมากเกินไป ซึ่งเมื่อเวลาแต่ละส่วนของชีวิตเกิดความสมดุลก็ย่อมส่งผลดีต่อสภาพจิตใจและช่วยลดความเครียดของตัวคุณเอง และต้องไม่ลืมว่าความสำเร็จในชีวิตบางครั้งก็ไม่สามารถสำเร็จหรือเห็นผลได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องอาศัยความพยายามและเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความสำเร็จที่ต้องการสามารถเกิดขึ้นได้จริง

วิธีการบริหารเวลาให้กับชีวิตจนเกิดสมดุล

เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

ทุกคนมี 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน แต่บางคนรู้สึกว่าเวลาไม่เพียงพอ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ยังเหลือเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกอื่น ๆ ได้อีก เรื่องนี้ตอบง่ายมาก เป็นเพราะบริหารเวลาไม่ดี ชีวิตจึงยุ่งยากและเครียดมาก ต้องคอยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป ถ้าอยากหลุดพ้นจากแรงกดดันและทำงานเสร็จสมบูรณ์แบบ ขอแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการเวลาอย่างเหมาะสม ช่วยหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก โดยจัดสรรปันส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่อไปนี้

– งาน (อาชีพ)
– เวลาที่ใช้ในบ้าน (งานบ้านหรือทำสวน)
– สังคม (ใช้เวลากับคนอื่น ครอบครัวและเพื่อน)
– เวลาส่วนตัว (งานอดิเรก การพักผ่อน ออกกำลังกายและนอนหลับ)
– เวลาของตัวเอง (คิดและตั้งคำถามกับตัวเอง)

เริ่มจากตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะอะไรจึงทำงานไม่เสร็จเรียบร้อย ใจร้อน รีบตลอดเวลา มาสายบ่อย เหนื่อยหน่าย รู้สึกว่าแต่ละวันยุ่งเกินไปไม่มีเวลาพอจะทำสิ่งที่ชอบ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาว่าสิ่งไหนต้องการเวลามากขึ้น สิ่งไหนต้องลดน้อยลง เพื่อบริหารเวลาให้เกิดความสมดุลในแต่ละวัน อาจต้องลดปริมาณงานที่นำกลับมาทำต่อที่บ้านเพื่อให้มีเวลาซักรีดมากขึ้น พยายามจดบันทึกกิจกรรมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจน แต่ละคนใช้ชีวิตแตกต่างกันไป ต้องลองปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ทักษะการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ลดความเครียดและความวิตกกังวล เพราะได้ทำสิ่งสำคัญเสร็จเรียบร้อย

ก่อนที่การบริหารเวลาจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มต้นด้วยการเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จรายวันและรายสัปดาห์ ตั้งระบบเตือนความจำในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ จัดลำดับความสำคัญของแต่ละรายการ จากนั้นทุกเช้าให้ตรวจเช็ครายการที่ต้องทำ 30 รายการ ตอนเย็นหรือก่อนนอนให้ตรวจดูรายการที่ไม่ได้ทำ ลำดับความสำคัญอาจเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นและวางแผนให้สอดคล้องกับการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวได้เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

คุณอาจวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว แต่การตั้งกำหนดเวลาเส้นตายก็เป็นเรื่องจำเป็น ขีดเส้นตายก่อนที่งานจะต้องเสร็จจริง 2-3 วัน และพยายามทำให้ดีที่สุด ระหว่างนั้นอาจมีอุปสรรคเข้ามาขวางทางแต่ยังคงทำงานเสร็จลุล่วงได้ทันเวลา หยุดทำงานหลายอย่างพร้อมกัน บางคนคิดว่าทำหลายอย่างจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าและเร็วกว่าผู้อื่น ความจริงแล้วการทำหลายสิ่งไปพร้อมกันผลงานจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า ทำไปทีละอย่างจะมีสมาธิกับการทำสิ่งนั้นและให้ผลดีที่สุด หากจำเป็นถ้าต้องรับมือกับงานหลายอย่างพร้อมกัน ควรเรียงตามลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน มุ่งเน้นสมาธิจดจ่อกับงานสำคัญให้เสร็จเรียบร้อยไปก่อน อาจไม่มีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะทำงานได้ดีขึ้น

ในกรณีที่งานที่ได้รับมอบหมายมีมากเกินไป ถึงเราเก่งแค่ไหนก็ทำทุกอย่างไม่ได้ เกิดความกังวลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ควรมอบหมายความรับผิดชอบแบ่งปันให้คนอื่น หรือขอความเห็นจากผู้ที่มีความสามารถเชื่อถือได้ช่วยให้เครียดน้อยลงและมีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หากไปพบแพทย์ ระหว่างรอคิวการรักษาให้เตรียมวางแผนอาหารมื้อเย็นและจดรายการที่ต้องซื้อจากร้านขายของชำ หรือจัดทำลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ สมองที่คิดอยู่เสมอทำให้อ่อนล้าและเครียดก็จริง แต่ทักษะการบริหารเวลาเป็นข้อยกเว้น เพราะการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำจะช่วยให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น ได้มีเวลาพักผ่อนตามต้องการ