เคล็ดลับบริหารเวลาฉบับเจ้าสัว

4 เคล็ดลับบริหารเวลาฉบับเจ้าสัว

ในทุกวันที่เราลืมตาตื่นขึ้นมาแน่นอนว่าย่อมต้องมีเรื่องราวมากมายที่จะต้องทำ ทั้งเรื่องที่เข้ามาแบบตั้งตัวและไม่ได้ตั้งตัว บางครั้งเราก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญหลายสิ่งในชีวิต ที่เราอยากทำแต่ก็มักจะปล่อยผ่านไปเพราะเวลาที่มีจำกัด แต่หากเราสามารถจัดการบริหารเวลาที่ดีได้ เราก็จะสามารถใช้เวลาที่มีในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเวลาเพิ่มมากขึ้นจากการจัดสรรเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ มีเวลาที่เป็นคุณภาพให้กับครอบครัวคนที่รัก การงาน การพักผ่อนและเวลาในการดูแลสุขภาพ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการบริหารเวลาฉบับเจ้าสัวมาฝากกัน ว่าเราที่ว่ายุ่งแล้ว ระดับเจ้าสัวเค้าทำไมถึงสามารถจัดการทุกอย่างได้ทั้งที่มีเวลาเท่ากันกับเราได้

วางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้า

สิ่งหนึ่งที่คนประสบความสำเร็จมักจะทำกันก็คือ การวางแผนล่วงหน้า เพราะเมื่อเราจัดตารางสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าแล้ว เราจะรู้ว่าสิ่งที่ควรทำก่อน-หลัง ทำให้เราสามารถบริหารเวลา และไม่พลาดที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจที่จะทำ เป็นการเพิ่มความเป็นระเบียบรอบคอบในการวางแผนชีวิต แบ่งเวลาชัดเจนสำหรับเวลาทำงาน เวลาส่วนตัว อีกทั้งการเตรียมสิ่งของที่ต้องใช้ในวันถัดไปก็ทำให้ประหยัดเวลา ไม่หลงลืมง่ายเมื่อตื่นมาจะได้ไม่รีบร้อนจนลืม การวางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าจึงช่วยให้แบ่งเวลาในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม

ตื่นแต่เช้า

การตื่นแต่เช้าจะทำให้มีเวลามากขึ้น มีเวลาในการทบทวนแผนงานที่จะต้องทำในแต่ละวัน ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง จากนั้นทำการลิสต์ออกมาเป็นหัวข้อ ในหนึ่งวันนั้นให้ทำในสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญก่อนสามข้อเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยทำข้ออื่น ๆ ตามลำดับความสำคัญเพียงเท่านี้ก็จะมีเวลาและพลังงานในการทำงานให้มีประสิทธิภาพแล้ว

แบ่งเวลาในการทำกิจกรรมอย่างละเอียด

สูตรสำเร็จในการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพแบบเจ้าสัว สิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันก็คือ คนสำเร็จนั้นแบ่งเวลาทำงานอย่างละเอียดมีการลงรายละเอียดว่าจะต้องทำอะไรบ้างภายในช่วงเวลาใด ใช้เวลาในการทำสิ่งนั้นนานเท่าไหร่ อย่างเช่นงานนี้ใช้เวลาคุยงาน 30 นาที ถัดไปจากนี้จะทำอะไรต่อไป เมื่อแบ่งเวลาโดยละเอียดแบบนี้แล้วก็จะทำให้มองเห็นภาพรวมมากขึ้นว่าจะจัดสรรเวลาให้ลงตัวอย่างไรในแต่ละวัน

ใช้เวลาทำกิจกรรมพร้อมกัน

หากมีบางกิจกรรมที่สามารถทำไปพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นการประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมาก เช่น นั่งรถโดยสารและอ่านหนังสือ หรือฟังเทปความรู้ การทำสวนและฟังเพลงหรือฝึกภาษาไปพร้อมกัน มีคำกล่าวที่ว่าคนที่สามารถบริหารจัดการเวลาได้จะกลายเป็นคนที่มีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง

การบริหารเวลาก็คือ การบริหารชีวิต เพราะเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรา อย่าให้เวลาในชีวิตหลุดลอยไปโดยไร้จุดหมายและไร้ประโยชน์ หากเราสามารถจัดการบริหารเวลาได้เราก็จะเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของตัวเองได้อย่างแท้จริง

วางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้า

ทำไมการตื่นเช้า จึงบริหารเวลาได้ดีกว่า

ทำไมการตื่นเช้า จึงบริหารเวลาได้ดีกว่า

เคยสังเกตไหมว่า คืนไหนที่เข้านอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นมาแต่เช้ามืดหรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จะรู้สึกมีพลังพิเศษแบบน่าประหลาดใจ มองไปรอบกายก็มีแต่ความเงียบสงัด ไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีกลิ่นควันจากท่อไอเสีย สมองแล่นอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เองที่เขาแนะนำกันว่าการตื่นเช้าจะทำให้คุณสามารถบริหารจัดการเวลาได้เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับใหล แต่คุณตื่นขึ้นแล้วและลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ก้าวล้ำนำคนอื่นไปหลายช่วงตัว ลองมาดูปัจจัยแยกย่อยว่าทำไมการตื่นเช้า จะช่วยให้บริหารเวลาได้ดีกว่าเดิม

ช่วงเวลาที่เงียบสงัด

เคยสังเกตไหมว่า ช่วงกลางวันนั้นจะมีเสียงอื้ออึงอยู่ตลอดเวลา จากการเคลื่อนที่ของรถยนต์และผู้คนทำสิ่งต่าง ๆ ที่รบกวนสมาธิ แต่หากคุณตื่นแต่เช้า เสียงต่าง ๆ เหล่านี้จะยังไม่มี บรรยากาศโดยรอบจะเป็นความเงียบสงัดและทำให้จิตใจคุณมีสมาธิ สามารถคิดเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และรู้สึกเสมือนว่าสิ่งต่าง ๆ อยู่ในความควบคุมของคุณ

รับแสงอรุณที่สาดส่อง

แสงสีทองที่ค่อย ๆ ทดแทนความมืดยามเช้านั้น เป็นบรรยากาศที่แสนวิเศษที่เป็นรางวัลของคนตื่นเช้าเท่านั้น เหมือนการเปิดฟ้าให้พบสิ่งใหม่ เป็นสัญลักษณ์นามธรรมของความเปลี่ยนแปลง การก้าวข้ามความมืดมนสู่ความสว่างไสว เหมือนชีวิตได้เริ่มต้นอีกครั้งด้วยความสว่าง สร้างความรู้สึกดีและความมั่นใจในการทำงานตลอดวัน

บรรยากาศความมีชีวิตชีวาของสรรพสัตว์

เสียงนกกา เสียงไก่ขัน คือบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง ทำให้คุณตระหนักถึงพลังแห่งธรรมชาติที่คงอยู่คู่กับโลกเสมอ จากที่ได้ยินแต่เสียงรถยนต์ แตรรถ อันอึกทึกมาทั้งวันแล้ว การรับฟังเสียงธรรมชาติ เสียงลมพัดใบไม้ไหว กลับทำให้จิตใจมีความรู้สึกสงบและมีพลังมากขึ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ

จากปัจจัยที่กล่าวมานี้ มีผลทำให้คุณมีความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะเริ่มวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย แต่คุณจะรู้สึกได้เองว่าเมื่อคุณตื่นเช้า เวลาจะเหมือนไหลไปอย่างช้า ๆ ด้วยระยะเวลาเท่ากันแต่คุณจะทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น เหมือนมีเวลามากกว่าคนอื่นและสามารถบริหารเวลาได้ดีกว่าเดิม ได้ทำสิ่งที่อยากทำได้มากกว่าเดิม ความสดใสและบรรยากาศยามเช้าจึงเป็นเหมือนเครื่องมือลับเฉพาะที่จะช่วยทำให้คุณมีอำนาจเหนือเวลา

ถ้าคุณไม่เคยตื่นเช้ามาก่อน ลองปรับเวลาการเข้านอนดู อะไรที่คิดว่าจะทำตอนก่อนนอนให้จดไว้ แล้วมาสะสางตอนเช้ามืดหรือเช้าตรู่ แล้วคุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมากทีเดียว