บริหารเวลาแบบมืออาชีพ 2019

บริหารเวลาแบบมืออาชีพ 2019

การจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ทำงานได้ปริมาณงานมากขึ้น และยังเหลือเวลาเพื่อให้เวลาแก่ครอบครัวและการดูแลตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกที่ชอบ การทำสปา ฯลฯ ซึ่งทุกคนสามารถนำเทคนิคที่เราจะกล่าวต่อไปนี้เพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

1. การตื่นนอนเร็วกว่าปกติ

ผู้ที่ตื่นตั้งแต่ 4:30 น. หรือ 05:00 น. จะมีเวลาเพื่อการออกกำลังกายตอนเช้า หรือเล่นโยคะเพื่อส่งเสริมสมาธิและทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังมีเวลาในการรับประทานอาหารเช้า และเดินทางได้โดยไม่ต้องเผชิญกับรถติดด้วย

2. การทำตารางงาน

แต่ละวันทุกคนควรจะต้องมีตารางบันทึกว่ามีงานใดที่รอให้ทำอยู่บ้าง โดยเฉพาะงานที่สำคัญและเร่งด่วน การประชุมหรือการนัดคุยงานกับลูกค้า ควรจะระบุเอาไว้ในตารางและทบทวนตั้งแต่ก่อนนอน เพื่อให้วันรุ่งขึ้นไม่มีความผิดพลาด

3. การลำดับความสำคัญของงาน

ผู้ที่บริหารเวลาได้อย่างมืออาชีพ จะรู้ว่าควรทำงานใดก่อนหลัง งานที่สำคัญมากและเร่งด่วนที่สุดควรทำในช่วงเวลาเช้าเป็นงานชิ้นแรกเพราะจะใช้พลังงานและกำลังสติปัญญาสูง หลังจากนั้นจึงค่อยลดลำดับความสำคัญลงไป ส่วนงานในตอนบ่ายควรจะเป็นงานที่ไม่เร่งด่วน และงานที่ไม่สำคัญนักก็มอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ จะสามารถทำงานได้สำเร็จในแต่ละวันมากขึ้น

4. กำหนดชั่วโมงการทำงานชัดเจน

หลายคนมักจะนำงานที่เหลือค้างกลับไปทำต่อที่บ้าน ทำให้รู้สึกว่าต้องทำงานเกือบตลอดเวลา เป็นภาวะจะทำให้เกิดปัญหาความเครียด แล้วเกิดอาการหมดไฟในการทำงานตามมาได้ ควรกำหนดว่า 1 วันจะมีชั่วโมงทำงานไม่เกิน 10 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องพยายามบริหารเวลาให้งานเสร็จภายในภายในช่วงเวลาดังกล่าวให้ได้มากที่สุด ส่วนนอกเหนือจากเวลานั้น คือการพักผ่อนและให้เวลากับครอบครัว

5. การใช้เทคโนโลยี

การประชุมงานโดยระบบวีดีโอคอลผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว และการประสานงานผ่านทาง LINE ซึ่งสามารถจัดตั้งเป็นกลุ่มเฉพาะเรื่องงานแต่ละชิ้นหรือแต่ละ Project ทำให้ได้รับความสะดวก สามารถฝากเรื่องหรือข้อความไว้ให้แก่กันได้ เมื่ออีกฝ่ายว่างมาอ่าน ก็ค่อยตอบและนำความเห็นไปแก้ไขหรือพัฒนางานได้ นับว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารเวลาที่เข้ากับยุค 5G อย่างมาก

การบริหารเวลาด้วยเทคนิคที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้แนวคิดและมีความมุ่งมั่นที่จะใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความสุขกับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น

การจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมง

สิ่งสำคัญใน 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

สิ่งสำคัญ 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

การบริหารเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน ให้มีสมดุลเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างรอบด้าน ซึ่งการประกอบอาชีพต่างๆ ในปัจจุบัน มีอัตราการแข่งขันสูง มีปริมาณงานและความยากมากขึ้น ทั้งยังต้องมีการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในและต่างประเทศเกือบตลอดเวลา จึงจะทำให้การทำกิจากรต่างๆ อยู่รอดได้

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละอาชีพ ส่วนใหญ่แล้วมีวิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่ เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

1. การตื่นเช้าตรู่เพื่อออกกำลังกายก่อนไปทำงาน

ผู้ที่จะทำงานได้อย่างมีสุขภาพกายและใจดี มักตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นในช่วง 04:30 น. หรือ 05:00 น. เพื่อออกกำลังกายประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นประจำ ด้วยการเดิน ว่ายน้ำ หรือการวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะ เพราะจะทำให้ได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศน้อย ช่วยให้ร่างกายที่จะมีการหลั่งสารและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ทำให้ปลอดจากโรคภัยในระยะยาว

2. การกำหนดตารางงานในแต่ละวันล่วงหน้า

กำหนดเวลาก่อนนอนในการเรียงลำดับความสำคัญของงานในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เมื่อเดินทางถึงที่ทำงานแล้วจะได้เริ่มงานตามแผนได้เลย อย่าลืมว่าความรวดเร็วเป็นจุดที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจในยุคเทคโนโลยี 5G หากพร้อมที่จะทำงานและติดต่อลูกค้า หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจเพื่อวางแผนโครงการต่าง ๆ ได้เร็ว ก็เท่ากับมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น เคล็ดลับอยู่ที่งานที่ต้องใช้สติปัญญาและความสามารถมาก ควรจะกำหนดเป็นช่วงเวลาเช้าเพราะร่างกายมีความสดชื่นพร้อมที่สุด

3. การกำหนดเวลาหลังเลิกงานให้เป็นเวลาเพื่อครอบครัว

ไม่เอางานกลับมาทำต่อที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่แต่งงานแล้ว ควรใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่ มีการรับประทานอาหารร่วมกัน สอนลูกทำการบ้าน การเล่านิทานให้ลูกฟัง การเล่นกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความสุขในแต่ละวันได้อย่างแท้จริง และยังลดปัญหาช่องว่างระหว่างพ่อแม่ลูก สาเหตุสำคัญของการติดเพื่อน การพนัน หรือยาเสพติด อย่างที่เราเห็นข่าวปัญหาสังคมของวัยรุ่นยุคใหม่ที่เกิดจากครอบครัวที่ขาดเวลาให้แก่กัน

4. การให้เวลาก่อนนอนเป็นนาทีสำหรับพัฒนาตัวเอง

การอ่านหนังสือ การฟังพอดคาสต์ที่มีสาระประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจสังคม หรือแนวการท่องเที่ยว แบ่งปันประสบการณ์หลากหลาย ล้วนดีต่อการพัฒนาสมอง ทำให้สามารถเรียนรู้แบบลัดสั้นที่จะนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ไปปรับใช้ในวิธีการทำงานและยังทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาที่กล่าวมา เป็นการสร้างสมดุลในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม การรักษาเวลาให้ ชีวิตสมดุล ทั้งการทำงาน การให้เวลาแก่ตัวเองและครอบครัว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ย่อมทำให้สุขภาพกายและใจ รวมถึงการเติบโตในหน้าที่การงานและฐานะการเงินดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

วิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล