5 เทคนิคการบริหารเวลา เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

เทคนิคการบริหารเวลา เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

สาเหตุหนึ่งของปัญหาชีวิตที่ยุ่งเหยิง ดูวุ่นวายในทุกวัน คือมีการบริหารจัดการเวลาที่ไม่ดีพอ วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 เทคนิคการบริหารเวลา ซึ่งจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ มาดูกันว่าจะมีเทคนิคไหนน่าสนใจและนำไปใช้ได้บ้าง

บริหารเวลาแบบไหนให้ชีวิตดี

ตื่นนอนแต่เช้า – การตื่นเช้า นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่เป็นช่วงที่ดีที่สุดของแต่ละวันแล้ว ยังทำให้เรามีเวลาจัดการสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นด้วย ใครที่มีปัญหาเรื่องทำงานไม่ทันลองนำเทคนิคนี้ไปใช้ เมื่อได้ลองทำเป็นประจำสักสองสัปดาห์จะเห็นผลได้เลยว่าชีวิตมีคุณภาพมากขึ้น อย่างเช่นหลาย ๆ คนที่ตื่นเช้าก็มีเวลารับประทานอาหารเช้าอย่างมีคุณภาพ ซึ่งคนที่ตื่นสายจะไม่มีทางพบกับช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้เลย

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน – การตั้งเป้าหมายในการทำงานเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะถ้าเป้าหมายไม่ชัดเจนก็จะทำให้แรงจูงใจในการทำงานลดลง และจะส่งผลเสียให้งานออกมาไม่มีคุณภาพไปด้วย ดังนั้นต้องตั้งเป้าหมายในทุกครั้งของการทำงาน ซึ่งถ้าเป็นงานระยะยาวก็ควรตั้งเป้าหมายย่อย ๆ ไว้ เพื่อให้เราสามารถทำงานสำเร็จตามกำหนดและได้งานที่มีคุณภาพ

จัดลำดับความสำคัญ – ในการทำงานส่วนใหญ่มักจะมีงานเข้ามาแทรกอยู่เสมอ ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักการจัดลำดับความสำคัญ ก็จะทำให้งานต่าง ๆ เสร็จไม่ทันเวลาที่กำหนดได้ จึงควรจดลำดับเป็นข้อ ๆ ในแต่ละวันว่าควรทำอะไรบ้างและถ้าอันไหนสำคัญกว่าหรือมีกำหนดส่งก่อน ก็รีบทำสิ่งนั้น ๆ ให้สำเร็จไปก่อน ส่วนงานที่มีระยะเวลานานก็แบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อให้จัดการได้ง่ายขึ้น

พักผ่อนให้เพียงพอ – การพักผ่อนก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ชีวิตมีคุณภาพ เพราะหากพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะส่งผลเสียต่อการทำงาน รวมถึงผลเสียต่อสุขภาพได้ ซึ่งการนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเท่านั้น ต้องดูถึงคุณภาพการนอนด้วย นอกจากนี้หากรู้สึกเหนื่อยล้ามาก ก็ควรลาพักผ่อนหรือหาเวลาผ่อนคลายบ้าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่จะช่วยทำให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้นบริหารเวลาแบบไหนให้ชีวิตดี

รับประทานอาหารและออกกำลังกายให้เหมาะสม – การรับประทานอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมก็เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเวลาและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะอาหารที่ดีและการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคนิคข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างในการจัดการและบริหารเวลา สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้ ซึ่งหวังว่าหากได้นำไปใช้แล้ว ก็จะทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น

การบริหารเวลาทำให้ชีวิตดีขึ้น จริงหรือ?

การบริหารเวลาทำให้ชีวิตดีขึ้น จริงหรือ

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนวัยทำงานในยุคปัจจุบัน ทำให้คนต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาทำงานในตัวเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการใช้ชีวิตในเมืองกรุงแตกต่างจากต่างจังหวัดมาก คนเมืองกรุงจำเป็นต้องตื่นเช้ามากเพื่อเดินทางไปทานในตอนเช้า และใช้เวลากว่า 50% หรือเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมงของแต่ละวันเพื่อทำงานและเดินทางกลับที่พัก ทำให้หลายคนไม่มีเวลามากพอสำหรับการทำสิ่งอื่น ๆ ให้กับตัวเอง ซึ่งหลายครั้งชั่วโมงการทำงานไม่ได้การันตีถึงจำนวนงานที่แล้วเสร็จในแต่ละวัน เนื่องจากคนจำนวนไม่น้อยที่ทำงานโดยไม่ได้นำหลักในการบริหารเวลามาใช้ โดยวิธีการบริหารเวลาสามารถทำได้ ดังนี้

บริหารเวลาชีวิตใน 1 วัน

จัดตารางเวลาในช่วงก่อนนอน การจัดตารางเวลาสำหรับวันถัดไป จะทำให้คุณสามารถวางแผนการเวลาในแต่ละช่วงของวัน โดยเริ่มจากใส่สิ่งที่จำเป็นต้องทำหรือตัดสินใจทำได้ยากลงไปในช่วงเวลาแรกของวัน ต่อจากนั้นจึงใส่เรื่องที่มีความสำคัญเป็นอันดับถัดมาลงในตารางเวลา ที่แนะนำเช่นนี้ เพราะการไม่ลงมือทำเรื่องที่ดูยากให้แล้วเสร็จก่อน จะยิ่งเพิ่มความเครียดมากกว่า หากทำเรื่องยากที่สุดของวันนั้นเสร็จไปแล้ว เรื่องอื่นก็เหมือนจะดูง่ายไปหมด

จัดสรรเวลาอย่างเป็นระเบียบ ในเวลางานควรลงมือทำงานให้เสร็จสิ้นโดยไม่นำเรื่องส่วนตัวไปปะปน เพราะการลุยงานให้เสร็จในคราวเดียวจะช่วยให้งานเสร็จเร็วมากกว่า รวมถึงเมื่อกลับถึงที่พักก็ไม่ควรนำเรื่องงานมาเกี่ยวข้องกับเวลาส่วนตัว เพื่อให้สมองผ่อนคลายจากความเครียดได้อย่างเต็มที่

ใส่ช่วงเวลาพักลงในตารางเวลาด้วย แม้ว่าในข้อก่อนหน้าจะบอกให้ตั้งใจทำงานให้เสร็จสิ้น แต่ก็ควรใส่เวลาพักลงในตารางเวลา โดยอาจแบ่งเป็นช่วง เช่น ทำงาน 2 ชม. พัก 5 นาที เป็นต้น เพราะการพักสมอง สายตา และความคิดในช่วงสั้น ๆ นั้น จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

หลักการบริหารเวลาทั้ง 3 ข้อนี้ จะไม่เพียงแต่จะช่วยให้งานของคุณมีประสิทธิภาพและสำเร็จได้ไวขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณมีเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากการจัดตารางเวลาสำหรับการทำงานแล้ว การจัดเวลาสำหรับการดูแลสุขภาพ หรือการใช้เวลาอยู่กับคนที่รักก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเพิ่มลงในตารางเวลาในแต่ละวันด้วย

นอกจากนี้การจัดตารางเวลาเป็นประจำ ยังช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เพราะการจัดตารางเวลาก่อนนอนจะทำให้เราสามารถวางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าเป็นอย่างดีแล้ว ทำให้เราไม่ต้องเครียดกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงอีกต่อไป รวมถึงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น การวางแผนและบริหารเวลาที่ดี ย่อมทำให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนไปกับสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีความเครียดเรื่องการทำงานมาขัดจังหวะ

บริหารเวลาในชีวิตใน 1 วัน

บริหารเวลาอย่างไรให้ตัวเองมีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำ

บริหารเวลาอย่างไรให้ตัวเองมีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำ

“ไม่มีเวลา” เป็นเหตุผลสุดคลาสสิกที่หลายคนชอบหยิบมาใช้เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หรือพนักงานประจำที่ต้องใช้เวลาแทบตลอดวันในการ ทำงานออฟฟิศ เดินทางฝ่าการจราจรและสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน

ความจริงแล้ว เราสามารถบริหารเวลาของตัวเองให้เหมาะสมและลงตัว เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำเพิ่มความแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง และเบาหวานได้ เพียงแค่รู้จักจัดสรรเวลา จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังและสร้างความมีวินัยในตัวเองให้ได้

เทคนิคการบริหารเวลาให้ลงตัว

จัดสรรเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นช่วง ๆ ในแต่ละวัน แต่ให้นับรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 30 นาที หรือให้สามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 200 แคลอรี่ต่อวัน วิธีนี้อาจใช้ช่วงพักเบรกจากการนั่งทำงานมาออกกำลังครั้งละ 10-15 นาทีโดยเน้นความต่อเนื่อง อาจใช้วิธีการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ / ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเช่น ก้ม, บิด, ยืดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือเปลี่ยนการพักเบรกดื่มกาแฟระหว่างประชุมเป็นการเดินต่อเนื่องสัก 10 นาทีในบริเวณใกล้ ๆ สถานที่ประชุมหรือโต๊ะทำงาน

ตื่นให้เช้าขึ้นอีกนิดเพื่อใช้เวลาสำหรับการออกกำลังกายก่อนออกจากบ้าน ช่วง 15-20 นาที ที่ได้เพิ่มมาจากการตื่นเช้า สามารถนำมาใช้เพื่อการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเลือกการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ๆ ในห้องนอนหรือภายในบ้าน อย่างการเต้นแอโรบิก, โยคะ หรือวิ่ง Treadmill ในบ้านก็ได้ นอกจากความสดชื่นหลังออกกำลังกายและอาบน้ำแล้ว ยังจะช่วยให้เริ่มวันใหม่อย่างปลอดโปร่ง แถมด้วยความแข็งแรง ฟิตแอนด์เฟิร์มโดยไม่ต้องไปเข้าฟิตเนสเป็นชั่วโมง ๆ เลยด้วย

เปลี่ยนการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายทำงานมากขึ้น เป็นการออกกำลังกายไปในตัว ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือการเดินแทนการใช้รถ ในกรณีที่ระยะทางไม่ไกลเกินไป อาทิ การไปซื้อของในระยะใกล้ ๆ ควรเลือกการเดินไปเพื่อเป็นการออกกำลังกาย หรือใครจะลองใช้นาฬิกาแบบ Smart watch ที่มีฟังก์ชั่นการนับก้าว ก็จะทำให้สนุกและมีเป้าหมายในเก็บแต้มการเดินในแต่ละวันให้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมคือ 10,000 ก้าว

เปลี่ยนงานบ้านให้เป็นการออกกำลังกาย หลายคนมองว่างานบ้านคือภาระ แต่หากคิดให้ดีแล้ว งานแต่ละอย่างที่สามารถทำเองได้โดยไม่ต้องใช้ลูกจ้างหรือใช้ตัวช่วย ก็จะเป็นการออกกำลังกายที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดบ้าน กวาดพื้น ตัดหญ้า หรือรีดผ้า

ลองบริหารเวลาเพื่อการออกกำลังกายด้วยวิธีเหล่านี้ต่อเนื่อง รับรองว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้นกว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านเป็นแน่แท้

เทคนิคการบริหารเวลาให้ลงตัว

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี

เพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากและมีจำกัด การบริหารเวลาจึงมีส่วนสำคัญที่จะกำหนดให้การทำกิจกรรมในแต่ละวันมีคุณภาพ ซึ่งหลาย ๆ คนก็มีวิธีการจัดการชีวิตกันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีวิธีดี ๆ เราขอนำเสนอ 5 เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันว่าจะมีวิธีที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

5 เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ

ตื่นแต่เช้า การตื่นเช้านอกจากจะทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติยามเช้า ความเงียบสงบที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์งานดี ๆ และยังช่วยให้มีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ พร้อมกับเตรียมตัวต้อนรับวันใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งไม่สามารถหาได้แน่นอนถ้าเกิดว่าเราตื่นสาย หากใครที่กำลังประสบภาวะทำงานไม่ทัน งานไม่มีคุณภาพ ลองเปลี่ยนเวลาเข้านอนให้เร็วและตื่นให้เช้าขึ้น เพื่อจัดการงานที่ค้างอยู่ เมื่อได้ลองทำเป็นประจำแล้ว เชื่อว่าจะต้องหลงรักการตื่นเช้าอย่างแน่นอน

หาเวลางีบหลับช่วงพักกลางวัน ช่วงพักกลางวันส่วนใหญ่มีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งบางคนใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการรับประทานอาหาร เดินเล่น พูดคุย แต่ถ้าเราสามารถหาเวลามางีบจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะมีงานวิจัยรายงานออกมาด้วยว่า การงีบในช่วงกลางวัน ประมาณ 15-20 นาที จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานในตอนบ่ายเพิ่มขึ้นด้วย

ออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งในแต่ละสัปดาห์ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย

พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่ระยะเวลาเท่านั้นที่มีผล ต้องดูถึงคุณภาพการนอนด้วย หลายครั้งที่เรานอนยาวหลายชั่วโมง แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกง่วงหรือไม่สดชื่นอยู่ดีเพราะบางทีอาจจะหลับไม่สนิทก็ได้ ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนเข้านอน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ และต้องจัดบรรยากาศภายในห้องนอนให้เอื้อต่อการหลับอย่างสบายด้วย

ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง หลาย ๆ ครั้งเมื่อเราพูดว่า ‘เดี๋ยว’ จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเสียที จนทำให้ตารางชีวิตสับสนไปหมด ดังนั้นเราต้องจำกัดการใช้คำนี้ เพื่อเลิกนิสัยการเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อที่จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การมีชีวิตที่มีคุณภาพดีและใช้เวลาแต่ละวันอย่างคุ้มค่านั้น หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่เทคนิคที่กล่าวไปข้างต้น สามารถทำได้ง่ายและเริ่มทำได้ทันที

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ

บริหารเวลาอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

บริหารเวลาอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ในแต่ละวัน เราทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จะเห็นได้ว่าผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตในระดับต่างกัน หลายคนทำงานได้น้อยชิ้น ทำให้มีงานคั่งค้าง โดนเจ้านายตำหนิเป็นประจำ แต่บางคนก็ทำงานได้เร็วสำเร็จตามเวลา จนได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นตำแหน่งใหญ่โตเรื่อย ๆ จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าผู้ที่สามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น ที่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตและมีเวลาเหลือในการพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม

คนที่ประสบความสำเร็จมีวิธีการบริหารจัดการเวลาอย่างไร

มีการวางแผนชีวิตในแต่ละวัน

ทุกคนจะมีกิจกรรมที่ต้องทำอย่างน้อย 8 ชั่วโมงสำหรับการทำงาน ผู้บริหารเวลาเป็นอย่างเหมาะสมจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ก่อนนอนในแต่ละวัน เพื่อที่จะวางแผนว่าวันรุ่งขึ้นต้องทำงานอะไรบ้าง เพื่อที่จะลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำได้เร่งด่วนก่อนอย่างถูกต้อง และหากต้องมีการประสานงานกับผู้ใด เมื่อเช้าขึ้นมาจะได้สามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการตกหล่น

การลดเวลาการใช้สื่อโซเชียล

ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่าวัยรุ่นและคนวัยทำงานส่วนใหญ่จะใช้เวลากับการเล่นโซเชียล เช่น Facebook หรือ Instagram หรือช้อปปิ้งออนไลน์ วันละ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่าเยอะมาก ถ้าคุณสามารถลดทอนเวลานี้ลงไปได้ ก็จะเท่ากับคุณมีเวลาในการทำกิจกรรมอื่น ๆ มากขึ้นหลายชนิด เช่น เล่นกีฬา นอนหลับพักผ่อน พัฒนาตัวเองด้วยการอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอาสาเพื่อสังคมได้มากยิ่งขึ้น

การมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน

การตั้งเป้าหมายจะทำให้การบริหารจัดการเวลามีรูปธรรมมากขึ้น เช่น คนที่มีเป้าหมายว่า จะลดน้ำหนักให้ได้ในระยะเวลา 3 เดือนก็จะการวางแผนออกกำลังกายอย่างเป็นระบบ ตื่นนอนตั้งแต่เช้าหรือเลือกเวลาตอนเย็น โดยยอมลดกิจกรรมสังสรรค์กับเพื่อนฝูงลง การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจึงเป็นการฝึกวินัยในตัวเองและทำให้การใช้เวลาของคุณมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

การรู้จักปฏิเสธ

หลายครั้งที่เราทำงานยังไม่เสร็จ แต่มีคนมาชวนทำกิจกรรมอื่นแทรก หรือขอร้องให้ช่วยทำงานของเขา ซึ่งหากไม่รู้จักปฏิเสธก็เท่ากับคุณกำลังสละเวลาที่มีค่าของตัวเองไปกับเรื่องอื่น ดังนั้น ต้องท่องไว้ว่าหากงานไม่เสร็จจะไม่ทำงานอื่น หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นที่รบกวนโอกาสในการประสบความสำเร็จของชีวิตคุณ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาของแต่ละคนนั้น จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ถ้าทำตามคำแนะนำข้างต้นทั้ง 4 ข้อได้ ก็จะพบว่ามีเวลาเหลือมากขึ้น ได้พักผ่อนมากขึ้น ทำสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จตามเป้าหมาย

คนที่ประสบความสำเร็จมีวิธีการบริหารจัดการเวลาอย่างไร