Time Management

กุญแจสำคัญเรื่อง Time Management เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

เพื่อให้มีความระเบียบสม่ำเสมอในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า ช่วงสายหรือบ่าย ช่วงเย็น ก็จะช่วยให้ร่างกายมีการปรับตัวสอดคล้องกับจังหวะกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง เรามีกุญแจสำคัญการบริหารเวลาให้ลงตัวเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ช่วงเวลาเข้านอน

การแพทย์แผนโบราณได้รับรู้มาตั้งนานแล้วว่า การนอนหลับที่มีการบริหารเวลาจะทำให้นอนมีคุณภาพ กล่าวคือ ให้เข้านอนประมาณ 3 ถึง 4 ทุ่ม ส่วนการตื่นนอนตี 5 ก็จะช่วยให้อวัยวะร่างกายลงตัว มีความสดชื่น อารมณ์เบิกบาน ดวงตาแจ่มใสเปล่งประกายและมีผิวพรรณที่มีน้ำมีนวล ในทางตรงข้ามหากไม่นอนตอนกลางคืนแต่มานอนตอนกลางวันหรือนอนไม่เป็นเวลาแบบมีการเปลี่ยนเวลาไปมา ทำให้แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนได้กล่าวไว้ว่า มีโอกาสทำให้ตับร้อน ปอดชื้นและไตไม่ค่อยดีได้ กลุ่มนักดูบอลที่ชอบดูบอลออนไลน์ดึกๆ ควรเปลี่ยนมาอ่านทีเด็ดบอลยามสายๆของวัน เปิดบิลแทงตามเซียน แล้วนอนหลับไว้ค่อยมาเช็คผลบอลเมื่อคืนในรุ่งเช้าแทน เพื่อสุชภาพ เพราะฉะนั้น หากใครที่ไม่สามารถนอนและตื่นในช่วงเวลานี้ได้และรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก ให้เปลี่ยนนิสัยความเคยชินด้วยการตั้งใจประมาณ 3 วัน ก็จะพบว่ามีความรู้สึกสดชื่น มีพลังเหมือนเป็นคนใหม่

7 โมง รับประทานอาหารเช้า

การรับประทานอาหารเช้าประมาณ 7 โมง อาจจะก่อนหรือหลังไม่มากนักก็ได้ แต่อย่าไปรับประทานเวลาที่ติดกับมื้อเที่ยงเนื่องจากผิดเวลา เพราะฉะนั้น ควรให้มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด หมายความว่า รับประทานให้อิ่มเพื่อจะได้มีพลังงานใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งวัน แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยโดยเฉพาะคนในปัจจุบันไม่รับประทานอาหารเช้า หรือมีการดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว ขนมปังสักชิ้นหรือสองชิ้น เนื่องจากตื่นสาย ส่วนใหญ่เกิดจากการนอนดึกทำให้รุ่งเช้ากลัวว่าจะไปทำงานไม่ทัน ซึ่งการรับประทานอาหารเช้าในลักษณะนี้ถือว่าไม่เหมาะกับการรักษาสุขภาพ จึงควรจัดเวลาทานอาหารเช้าให้เป็นนิสัย

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง

อาหารมื้อเที่ยง คือ ช่วงเวลาพักเที่ยงถึงบ่ายโมง ไม่ใช่มีอารมณ์ตอนไหนก็รับประทานตอนนั้นเพราะจะทำให้สุขภาพแย่ หน้าตาจะซูบเซียวและโทรมได้ ส่วนปริมาณควรรับประทานอย่างพอดี

18.00 น. รับประทานอาหารมื้อเย็น

อาหารมื้อเย็นจะรับประทานหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าจะรับประทานก็ควรทานปริมาณที่ไม่มาก เพราะอีกไม่นานก็จะนอนแล้ว ในทางตรงข้าม หากรับประทานมากเกินไป จะทำให้เป็นภาระต่อร่างกายในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร

การบริหารดังกล่าวข้างต้น ได้มีการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดไว้ว่า เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายมนุษย์มีนาฬิกาชีวภาพอยู่จริง ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาอวัยวะแต่ละอย่างจะมีหน้าที่เด่นแตกต่างกัน ดังนั้น คุณควรปรับชีวิตในแต่ละวันให้สอดคล้องกับการบริหารเวลา โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและเวลานอนเพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณมีสุขภาพแข็งแรง และยังทำให้มีพลังไปทำกิจกรรมได้ทั้งวัน

บริหารเวลาแบบมหาเศรษฐีเขาทำกันอย่างไร

บริหารเวลาแบบมหาเศรษฐีเขาทำกันอย่างไร

บริหารเวลาแบบมหาเศรษฐีเขาทำกันอย่างไร

ใน 1 วัน เรามีเวลาเท่ากัน คือ 1440 นาที ผู้ที่ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าทุกนาทีย่อมทำให้เกิดประสิทธิผลที่ดีที่สุดในการสร้างรายได้ ควบคู่กับการมีสุขภาพกายและใจที่ดี เมื่อบริหารเวลาได้เป็นมืออาชีพ ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตที่ก้าวไกลและเร็วกว่าคนอื่นที่อยู่ในช่วงอายุเท่ากันด้วย

เรามาดูกันว่ามหาเศรษฐีทั้งในไทยและต่างประเทศ มีหลักการในการบริหารเวลาอย่างไรบ้าง

1.มีทัศนคติที่ดีว่าเวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด

แม้ว่าเงินทอง บ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน จะมีมูลค่าราคาแพงมากแค่ไหน แต่อย่างไรก็ไม่เท่ากับเวลาที่คุณมีอยู่ เพราะเวลาเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหาทดแทนได้ ผู้ที่เป็นมหาเศรษฐีนั้น ต่างรู้จักบริหารเวลาเป็น เลือกให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ชีวิตบรรลุเป้าหมายเท่านั้น เพื่อให้การใช้เวลาของเขามีคุณค่าที่สุด

2.เลือกใส่ใจทำงานที่สร้าง passive income

ในเมื่อ 1 วัน คุณมีเวลาจำกัดที่ 1440 นาที ดังนั้น จึงต้องเลือกว่าควรทำกิจกรรมใดก่อนหรือหลัง มหาเศรษฐีทั่วโลกจะเน้นการสร้างรายได้แบบ Passive Income โดยไม่จำเป็นต้องลงแรงหรือลงมือด้วยตัวเองไปจนตลอด เช่น การลงทุนผ่านกองทุนหรือการเล่นหุ้น ซึ่งจะทำให้มีผลลัพธ์ที่แตกต่างก้าวกระโดด ไม่เหมือนการใช้แรงทำงานเพื่อรับค่าจ้างเป็นรายวันหรือรายเดือน เพราะหากเป็นแบบนั้น เมื่อหยุดก็จะไม่สามารถได้เงินค่าตอบแทนใด ๆ นั่นเอง ดังนั้นสิ่งใดที่ส่งผลให้เกิดรายได้แบบ Passive Income ผู้ที่เป็นมหาเศรษฐีจะไม่นิ่งนอนใจที่จะทำเป็นอันดับต้น ๆ

3.เชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง

หากอ่านหนังสือแนวฮาวทูแล้วพบว่าผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำการบันทึกสิ่งที่ต้องทำไว้เป็นประจำ ว่าอันดับ 1 2 3 คืออะไร ควรทำกิจกรรมอย่างไรเวลาไหน แต่หากไปอ่านบทสัมภาษณ์ผู้เป็นมหาเศรษฐีชั้นนำ ซึ่งมีอยู่จำนวนน้อยของโลก จะพบว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้ทำตามทฤษฎีเหล่านี้ แต่เลือกที่จะทำตามความเชื่อมั่นหรือสัญชาตญาณของตัวเอง ทำสิ่งที่รู้สึกว่าต้องทำในช่วงจังหวะเวลาหนึ่ง ๆ โดยไม่รอเวลาหรือปฏิทินการทำงาน ซึ่งผลลัพธ์ย่อมแตกต่างจากคนทั่วไป

4.ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาเช้า

การตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อออกกำลังกาย ฝึกสมาธิและทำงานชิ้นสำคัญก่อน จะทำให้คุณใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ที่สุด ซึ่งมีการใช้คำว่า The Miracle morning คือ ช่วงเวลาเช้าเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดในการทำกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะใน 60 นาทีแรกของวัน หากคุณทำสิ่งใดที่เป็นประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ ย่อมพัฒนาตัวเองให้เติบโตทุกด้านได้ไกลกว่าผู้อื่นอย่างแน่นอน

มหาเศรษฐีจำนวนมากใช้หลักการบริหารเวลาที่เรากล่าวมาเป็นประจำ เพื่อเห็นผลในทางปฏิบัติได้ในเวลาไม่นาน เราหวังว่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้ผู้อ่านนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อบริหารเวลาของตัวเองได้อย่างดีด้วยเช่นกัน