ทำอย่างไร บริหารเวลาได้แบบเศรษฐี

ทำอย่างไร บริหารเวลาได้แบบเศรษฐี

ไม่มีใครที่อยากฐานะยากจน ทุกคนอยากเป็นเศรษฐี มีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย มีอิสรภาพในการใช้ชีวิตแบบที่ชอบ แต่สิ่งที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ไม่สามารถร่ำรวยได้ตามต้องการนั้นมักมาจากพื้นฐานอันได้แก่ การบริหารจัดสรรเวลาได้ไม่ดีพอ จึงทำให้เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างมีคุณค่าน้อยกว่าที่ควรเป็น

เรามาดูกันว่า ถ้าคุณอยากบริหารเวลาแบบเศรษฐี ต้องทำอย่างไรบ้าง

  1. ใช้เวลา 1,440 นาทีอย่างดีที่สุด

มีผู้คำนวณว่าทุกวันเรามีเวลา 1,440 นาที ในการทำเงินเข้ากระเป๋า ในขณะที่คนจำนวนมากปล่อยให้เวลาผ่านไปกับการนอนหลับพักผ่อน การเล่นเกมส์ ดูหนังซีรีส์หรือใช้สื่อโซเชียลมากเกินจำเป็น จนทำให้เวลา 1,440 นาทีร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ ผ่านไปทุกวัน ส่วนคนที่เป็นเศรษฐีกลับคำนึงถึงคุณค่าของเวลาเหล่านั้น ว่าสามารถนำมาใช้ในการทำงานสร้างสรรค์สินค้าใหม่ ๆ และผลิตเงินเข้ากระเป๋าได้อีกมาก

  1. ให้เวลากับเรื่องสำคัญเท่านั้น

งานแต่ละอย่างมีความสำคัญไม่เท่ากัน การจัดลําดับความสําคัญและเร่งด่วนของงานถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ทุกวันคุณมีสิ่งที่ต้องทำนับสิบอย่าง แต่ต้องเลือกทำงานที่สำคัญและเร่งด่วนมากที่สุดมาทำเป็นอันดับต้น ๆ โดยต้องมุ่งมั่นทำให้สำเร็จด้วย ไม่ว่าจะพบปัญหาอย่างไรก็ต้องแก้ไขให้ลุล่วง ส่วนงานที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ หรืองานที่ไม่สำคัญ ต้องยกไปไว้อันดับสุดท้าย เพราะถึงแม้จะพลาดไป ก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อเส้นทางการสร้างความร่ำรวยของคุณ

  1. เลือกตื่นเช้าตรู่

มีการศึกษาตามหลักแพทย์แผนจีนพบว่า ช่วงเวลาตีสามถึงตีห้าเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการตื่นนอน เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูปอด ผู้ที่เป็นมหาเศรษฐีทั่วโลกมักจะตื่นแต่เช้าเพื่อการออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ ทำสมาธิ และวางแผนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันแบบไม่รีบร้อน เพื่อให้การงานที่จะทำมีความรอบคอบมากที่สุด การตื่นแต่เช้ายังทำให้มีเวลาเหลือในการทบทวนเป้าหมายชีวิตของตัวเอง เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ตามแนวทางที่วางไว้อย่างเคร่งครัดด้วย

  1. ให้เวลากับการพัฒนาตนเอง

ในช่วงเวลาก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง ต้องกำหนดเป็นเวลาส่วนตัวในการอ่านหนังสือที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ เสริมจินตนาการหรือความคิด หรือดูคลิปวิดีโอแนววิเคราะห์ข่าวสารการเมืองเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อให้เกิดมุมมองที่แตกฉานยิ่งขึ้น และสามารถไปต่อยอดไอเดียให้แก่ธุรกิจแบบนอกกรอบได้อย่างไม่จำกัด

จะเห็นได้ว่าการบริหารเวลาอย่างมหาเศรษฐีนั้น มีเทคนิคที่สำคัญอยู่หลายอย่าง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นแนวทางในการนำไปปรับใช้ในทุกวัน เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่ง สามารถเป็นเศรษฐีในอนาคตได้เช่นกัน

อยากประสบความสำเร็จตั้งแต่ก่อนอายุ 35

อยากประสบความสำเร็จตั้งแต่ก่อนอายุ 35

การประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งในเรื่องของการงาน การเรียน และความมั่งคั่ง เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทุกคนสามารถสร้างรายได้ทำงานได้ตั้งแต่อายุน้อย ร่วมกับการมีเทคโนโลยีและการตลาดออนไลน์ที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพและทำให้เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน การจะประสบความสำเร็จก่อนวัย 35 ปี จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป มีอะไรที่ควรทำ หากต้องการประสบความสำเร็จเช่นนี้

การจะมีกำลังสมองที่แจ่มใส ต้องมาจากสุขภาพกายที่แข็งแรง จึงต้องไม่ละเลยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ที่จะทำให้กระทบต่อความสามารถในการทำงานด้วย คนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย จะสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกันได้โดยมีการจัดสรรเวลาอย่างลงตัว เพื่อรักษาสมดุลในการทำงาน การเรียน การให้เวลากับคนรักได้โดยไม่มีปัญหา จึงต้องฝึกคิดและวางแผนอย่างเป็นระบบอยู่เสมอ

มีความตั้งใจสูง

ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เป็นคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้ของคนที่ประสบความสำเร็จ การพร้อมลุยในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็พร้อมที่จะรับมือแก้ไข โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาใด ๆ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เป็นนิสัยตั้งแต่วันนี้ รวมถึงการใฝ่หาความรู้ ช่องทางการศึกษาความรู้ใหม่ ๆ มีมากมาย ทั้งข่าวสารออนไลน์ บทวิเคราะห์การเมืองการลงทุน การเรียนคอร์สออนไลน์ การเข้ากลุ่มสัมมนาเฉพาะด้าน ฯลฯ ผู้ที่ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ จะสามารถปรับตัว แก้ไขปัญหา หรือบริหารความเสี่ยงได้ทันต่อสถานการณ์ จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง

ลงทุนอย่างมีความรู้ จะทำให้เพิ่มมูลค่าของเงินและทรัพย์สินที่มีอยู่ให้ก้าวกระโดดได้ โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้น กองทุน พันธบัตร ตลอดจนผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่จะแนะนำเท่านั้น แต่ต้องเรียนรู้จากระดับพื้นฐานด้วยตนเองควบคู่ไปด้วย

รู้จักปฏิเสธหรือตัดสิ่งไม่จำเป็นออก

หลายเรื่องในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งไม่จำเป็น หรือทำให้ใช้เวลามากเกินไป ต้องรู้จักวางเฉยหรือตัดออกบ้าง รวมถึงการขอความช่วยเหลือที่ไม่เหมาะสม เช่น เพื่อนร่วมงานต้องการให้ช่วยแบ่งเบาภาระงาน หากคุณเองยังมีสิ่งที่ต้องทำและสำคัญกว่า ก็ต้องรู้จักปฏิเสธเช่นกัน จึงจะทำให้แผนงานที่วางไว้ลงตัวและก้าวสู่ความสำเร็จได้ตามต้องการ

มีหลายเรื่องที่เราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกันได้ ถ้าต้องการประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยเพื่อเป้าหมายคือการมีอิสระทางการเงิน และการใช้เวลาที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่