บริหารเวลาแบบมืออาชีพ 2019

บริหารเวลาแบบมืออาชีพ 2019

การจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ทำงานได้ปริมาณงานมากขึ้น และยังเหลือเวลาเพื่อให้เวลาแก่ครอบครัวและการดูแลตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกที่ชอบ การทำสปา ฯลฯ ซึ่งทุกคนสามารถนำเทคนิคที่เราจะกล่าวต่อไปนี้เพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

1. การตื่นนอนเร็วกว่าปกติ

ผู้ที่ตื่นตั้งแต่ 4:30 น. หรือ 05:00 น. จะมีเวลาเพื่อการออกกำลังกายตอนเช้า หรือเล่นโยคะเพื่อส่งเสริมสมาธิและทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังมีเวลาในการรับประทานอาหารเช้า และเดินทางได้โดยไม่ต้องเผชิญกับรถติดด้วย

2. การทำตารางงาน

แต่ละวันทุกคนควรจะต้องมีตารางบันทึกว่ามีงานใดที่รอให้ทำอยู่บ้าง โดยเฉพาะงานที่สำคัญและเร่งด่วน การประชุมหรือการนัดคุยงานกับลูกค้า ควรจะระบุเอาไว้ในตารางและทบทวนตั้งแต่ก่อนนอน เพื่อให้วันรุ่งขึ้นไม่มีความผิดพลาด

3. การลำดับความสำคัญของงาน

ผู้ที่บริหารเวลาได้อย่างมืออาชีพ จะรู้ว่าควรทำงานใดก่อนหลัง งานที่สำคัญมากและเร่งด่วนที่สุดควรทำในช่วงเวลาเช้าเป็นงานชิ้นแรกเพราะจะใช้พลังงานและกำลังสติปัญญาสูง หลังจากนั้นจึงค่อยลดลำดับความสำคัญลงไป ส่วนงานในตอนบ่ายควรจะเป็นงานที่ไม่เร่งด่วน และงานที่ไม่สำคัญนักก็มอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ จะสามารถทำงานได้สำเร็จในแต่ละวันมากขึ้น

4. กำหนดชั่วโมงการทำงานชัดเจน

หลายคนมักจะนำงานที่เหลือค้างกลับไปทำต่อที่บ้าน ทำให้รู้สึกว่าต้องทำงานเกือบตลอดเวลา เป็นภาวะจะทำให้เกิดปัญหาความเครียด แล้วเกิดอาการหมดไฟในการทำงานตามมาได้ ควรกำหนดว่า 1 วันจะมีชั่วโมงทำงานไม่เกิน 10 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องพยายามบริหารเวลาให้งานเสร็จภายในภายในช่วงเวลาดังกล่าวให้ได้มากที่สุด ส่วนนอกเหนือจากเวลานั้น คือการพักผ่อนและให้เวลากับครอบครัว

5. การใช้เทคโนโลยี

การประชุมงานโดยระบบวีดีโอคอลผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว และการประสานงานผ่านทาง LINE ซึ่งสามารถจัดตั้งเป็นกลุ่มเฉพาะเรื่องงานแต่ละชิ้นหรือแต่ละ Project ทำให้ได้รับความสะดวก สามารถฝากเรื่องหรือข้อความไว้ให้แก่กันได้ เมื่ออีกฝ่ายว่างมาอ่าน ก็ค่อยตอบและนำความเห็นไปแก้ไขหรือพัฒนางานได้ นับว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารเวลาที่เข้ากับยุค 5G อย่างมาก

การบริหารเวลาด้วยเทคนิคที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้แนวคิดและมีความมุ่งมั่นที่จะใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความสุขกับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น

การจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมง

สิ่งสำคัญใน 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

สิ่งสำคัญ 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

การบริหารเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน ให้มีสมดุลเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างรอบด้าน ซึ่งการประกอบอาชีพต่างๆ ในปัจจุบัน มีอัตราการแข่งขันสูง มีปริมาณงานและความยากมากขึ้น ทั้งยังต้องมีการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในและต่างประเทศเกือบตลอดเวลา จึงจะทำให้การทำกิจากรต่างๆ อยู่รอดได้

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละอาชีพ ส่วนใหญ่แล้วมีวิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่ เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

1. การตื่นเช้าตรู่เพื่อออกกำลังกายก่อนไปทำงาน

ผู้ที่จะทำงานได้อย่างมีสุขภาพกายและใจดี มักตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นในช่วง 04:30 น. หรือ 05:00 น. เพื่อออกกำลังกายประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นประจำ ด้วยการเดิน ว่ายน้ำ หรือการวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะ เพราะจะทำให้ได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศน้อย ช่วยให้ร่างกายที่จะมีการหลั่งสารและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ทำให้ปลอดจากโรคภัยในระยะยาว

2. การกำหนดตารางงานในแต่ละวันล่วงหน้า

กำหนดเวลาก่อนนอนในการเรียงลำดับความสำคัญของงานในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เมื่อเดินทางถึงที่ทำงานแล้วจะได้เริ่มงานตามแผนได้เลย อย่าลืมว่าความรวดเร็วเป็นจุดที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจในยุคเทคโนโลยี 5G หากพร้อมที่จะทำงานและติดต่อลูกค้า หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจเพื่อวางแผนโครงการต่าง ๆ ได้เร็ว ก็เท่ากับมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น เคล็ดลับอยู่ที่งานที่ต้องใช้สติปัญญาและความสามารถมาก ควรจะกำหนดเป็นช่วงเวลาเช้าเพราะร่างกายมีความสดชื่นพร้อมที่สุด

3. การกำหนดเวลาหลังเลิกงานให้เป็นเวลาเพื่อครอบครัว

ไม่เอางานกลับมาทำต่อที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่แต่งงานแล้ว ควรใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่ มีการรับประทานอาหารร่วมกัน สอนลูกทำการบ้าน การเล่านิทานให้ลูกฟัง การเล่นกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความสุขในแต่ละวันได้อย่างแท้จริง และยังลดปัญหาช่องว่างระหว่างพ่อแม่ลูก สาเหตุสำคัญของการติดเพื่อน การพนัน หรือยาเสพติด อย่างที่เราเห็นข่าวปัญหาสังคมของวัยรุ่นยุคใหม่ที่เกิดจากครอบครัวที่ขาดเวลาให้แก่กัน

4. การให้เวลาก่อนนอนเป็นนาทีสำหรับพัฒนาตัวเอง

การอ่านหนังสือ การฟังพอดคาสต์ที่มีสาระประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจสังคม หรือแนวการท่องเที่ยว แบ่งปันประสบการณ์หลากหลาย ล้วนดีต่อการพัฒนาสมอง ทำให้สามารถเรียนรู้แบบลัดสั้นที่จะนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ไปปรับใช้ในวิธีการทำงานและยังทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาที่กล่าวมา เป็นการสร้างสมดุลในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม การรักษาเวลาให้ ชีวิตสมดุล ทั้งการทำงาน การให้เวลาแก่ตัวเองและครอบครัว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ย่อมทำให้สุขภาพกายและใจ รวมถึงการเติบโตในหน้าที่การงานและฐานะการเงินดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

วิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล

อยากประสบความสำเร็จ ต้องบริหารเวลาเป็น แบบมืออาชีพ

การบริหารเวลาแบบมืออาชีพ มีเทคนิคในการทำ

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จทั้งในด้านการงาน การเงินและครอบครัว ผู้ที่รู้จักวางแผนและจัดสรรเวลาในแต่ละงานอย่างเหมาะสม จะทำให้ได้ประสิทธิผลของงานมากกว่าคนอื่นในเวลาที่เท่ากัน ซึ่งจะทำให้ชีวิตบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้เร็วยิ่งขึ้น

การบริหารเวลาแบบมืออาชีพ มีเทคนิคในการทำ ดังนี้

1. ต้องมีทำสมุดบันทึกหรือใช้โปรแกรม EXCEL ในคอมพิวเตอร์ สร้างตารางบัญชีที่แสดงชื่องานที่ต้องทำ โดยรวบรวมรายชื่องานเก่าและงานชิ้นใหม่ ที่เพิ่งได้รับมอบหมายและรอให้ทำอยู่ รวมถึงต้องเขียนกำหนดส่งที่ต้องสะสางให้หมดเพื่อเป็นเป้าหมายในเบื้องต้นด้วย

2. แยกและทำงานตามหมวดหมู่ตามลำดับ เช่น งานที่เร่งด่วนและสำคัญต้องทำก่อน เพื่อให้มีความเสียหายต่อทีมงานและการเติบโตของธุรกิจให้น้อยที่สุด งานประจำที่ต้องทำตามตารางเวลางาน และงานอื่น ๆ เช่น โปรเจกต์เฉพาะกิจที่เจ้านายสั่งเป็นครั้งคราว และงานไม่สำคัญที่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้

3. บริหารเวลา 8-10 ชั่วโมง ให้งานจบตามแผน โดยไม่เอางานกลับไปทำต่อที่บ้าน การมีความตั้งใจแยกเวลางานกับเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจน จะทำให้มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารเวลาดีขึ้น โดยเคลียร์งานสำคัญและเร่งด่วนก่อน งานประเภทไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ก็ให้ไปรวมอยู่ที่ท้ายวัน หากเวลาเหลือค่อยทำ แต่ถ้าไม่มีเวลา ก็ตัดออกจากแผนการทำงานได้โดยไม่ต้องกังวล

4. ปฏิเสธให้เป็น ในระหว่างการทำงานมักมีสิ่งที่แทรกเข้ามาเป็นระยะ เช่น การขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน ควรจะปฏิเสธ หากกำลังทำงานชิ้นด่วนและสำคัญอยู่ นอกจากนี้ อาจมีกลุ่มเพื่อนที่ชวนไปทำกิจกรรมสันทนาการ เช่น การท่องเที่ยว การปาร์ตี้ ซึ่งหากตรงกับเวลาในตารางแผนงานที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานบางอย่างให้สำเร็จ ก็ต้องปฏิเสธโดยไม่เกรงใจ และเลื่อนไปเป็นโอกาสถัดไป

5. วิเคราะห์ผลการทำงานของตัวเองว่า เหตุใดงานที่วางไว้จึงไม่สามารถทำได้บรรลุเป้าหมาย บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด เช่น ต้องเรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเทคนิคงานช่างบางอย่าง ที่คุณไม่มีประสบการณ์ ต้องใช้เวลาหาโค้ชฝึกสอน หรือการจะต้องฝึกฝนทักษะในการใช้อุปกรณ์ IT การเตรียม Presentation นำเสนองาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเมินได้ว่าต้องให้เวลามากน้อยเท่าใดในแต่ละงาน และจะทำให้มีกำลังใจที่จะเรียนรู้เพื่อการใช้เวลาอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การบริหารงานแบบมืออาชีพ จำเป็นต้องมีการวางแผนและเคร่งครัดในการจัดการตารางเวลาของตัวเอง หวังว่าบทความนี้จะให้เทคนิคที่ทุกท่านนำไปปฏิบัติได้เพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตมากยิ่งขึ้น

อยากประสบความสำเร็จ ต้องบริหารเวลาเป็น แบบมืออาชีพ

เทคนิคการบริหารเวลาให้คุ้มค่า 2019

เทคนิคการบริหารเวลาให้คุ้มค่า 2019

มีคำกล่าวว่า โลกในยุคปัจจุบันมีการหมุนเร็วขึ้นกว่าในอดีตหลายเท่าตัว เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เชื่อมให้เราทุกคนสื่อสารกันได้ง่ายและสะดวกขึ้น มีการซื้อขายออนไลน์ เล่นหุ้น ทำงานออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้ที่บริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้เปรียบคนอื่น ในการใช้เวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันได้คุ้มค่าขึ้น

เราจึงได้รวมเทคนิคในการบริหารเวลาที่ผู้ประสบความสำเร็จได้แนะนำไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

1. มีการจัดตารางกิจกรรมทุกวัน

การจัดตารางเวลากิจกรรมในแต่ละวัน บนสมุดโน้ต ไดอารี่ หรือในมือถือ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารเวลาอย่างมีคุณค่าทำกัน โดยจะมีการจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำในแต่ละวันเสมอ เช่น งานที่เร่งด่วนและสำคัญจะถูกจัดให้ทำก่อนเป็นอันดับแรกของวัน ส่วนงานที่ไม่จำเป็น ก็ทำการประสานยกให้ผู้อื่นทำหน้าที่แทน เพื่อให้มีเวลาเหลือทำสิ่งที่สำคัญกว่า

2. ใช้ตัวช่วยขับรถ

เทคโนโลยียุค 5G เป็นตัวช่วยทุ่นแรงและเวลาที่สำคัญ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การขับรถเดินทางไปทำงาน ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะไม่ยอมเสียเวลากับการขับทำงานในสภาพเส้นทางรถติดด้วยตัวเอง จะใช้ Google Map ในการวางแผนและกำหนดเวลาเดินทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเลือกใช้บริการรถรับส่งผ่าน Application ในมือถือ เพื่อให้มีสมาธิกับการคิดงานหรือผลิตไอเดียสร้างสรรค์ออกมาได้มากกว่าการที่จะต้องเคร่งเครียดกับการขับรถด้วยตัวเองเป็นประจำ

3. ใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหาร

แอปพลิเคชันสั่งอาหารให้มาส่งถึงที่ ไม่ว่าที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ออกกำลังกาย ฯลฯ จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถ หาที่จอด และคอยคิวในร้านอาหาร เพียงเลือกเมนูที่ต้องการ และกำหนดเวลาการซื้อและจัดส่งอาหาร ก็สามารถทำกิจวัตรต่าง ๆ ได้ตามปกติ และยังมีเวลาเหลือในการทำงานหรือพักผ่อนได้มากขึ้น

4. มีกฎรักษาสมดุลประจำตัว

ผู้ที่บริหารเวลาได้ดี จะมีกฎประจำตัว เพียงรักษาสมดุลระหว่างชั่วโมงการทำงาน การออกกำลังกายและเวลาสำหรับครอบครัว เช่น ตื่นนอนตีห้า ออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงก่อนทำงาน ทุกวันหลังสามทุ่มจะปิดมือถือเพื่อให้เวลากับครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ฯลฯ การจัดสมดุลในแต่ละวัน สำคัญต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน และความแข็งแรงของสุขภาพ รวมถึงทำให้อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลา เป็นสิ่งที่ต้องมีวินัย การศึกษาแนวทางจากผู้ที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้การปรับวิถีชีวิตประจำวันในแต่ละด้านมีทิศทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น หวังว่าทุกท่านที่นำเทคนิคที่กล่าวมาไปใช้ จะได้รับความสำเร็จในการงาน ร่วมกับมีความสุขและสุขภาพดียิ่งขึ้น

รวมเทคนิคในการบริหารเวลา

บริหารเวลาอย่างไรคุณจึงจะก้าวหน้าในอาชีพ

การวางแผนการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง

การบริหารเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชั่วโมง ผู้ที่จัดสรรเวลาได้อย่างเหมาะสมลงตัวที่สุด จะทำให้ประสบความสำเร็จได้สูง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียนหรือวัยทำงาน ก็ตาม

เราจึงได้รวมเทคนิคการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผู้ประสบความสำเร็จในแต่ละอาชีพระดับแนวหน้าทำเป็นประจำมาฝาก เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

1. การวางแผนการใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง

การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้คุณรู้ว่าสิ่งใดสำคัญมากหรือเร่งด่วน จะต้องนำมาจัดการก่อนในช่วงเวลาใดบ้าง เช่น งานที่มีความยากหรือต้องใช้ความคิดสูง ควรจะทำในเวลาช่วงเช้าหลังจากการตื่นนอน เพราะเป็นช่วงเวลาที่สมองปลอดโปร่งที่สุด ส่วนงานที่สามารถแบ่งให้ลูกน้องทำได้คุณจะได้มอบหมายงานต่อไป เพื่อให้ตัวเองสามารถทำงานที่มีความสำคัญยิ่งกว่าได้

2. มีวินัยกับการออกกำลังกาย

การเสริมสร้างให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง จะช่วยลดปัญหาที่ขัดขวางการก้าวหน้าในอาชีพ เพราะหากคุณเจ็บป่วยก็จะต้องเสียเวลาไปตรวจรักษาโรค และยังทำให้สมองตื้อ ไม่สามารถคิดสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ได้

การมีวินัยกับตัวเองในการออกกำลังกาย เช่น กำหนดเวลาตื่นนอน ช่วงเวลา 4:00 น ทุกวัน เพื่อการออกกำลังกายอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำภารกิจช่วงเช้าแล้วเข้าทำงานตามปกติ เป็นเทคนิคที่ทำให้สุขภาพกายและจิตใจดี ทั้งยังทำให้คุณมีตารางเวลาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

3. ให้เวลากับตัวเองในการเติมอาหารสมอง

การปิดโทรศัพท์มือถือ ป้องกันการรบกวนจากหน้าที่งาน สำหรับการไปพักผ่อนที่คุณต้องการอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะ ท่องเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ รวมถึงการเติมอาหารสมองอย่างการอ่านหนังสือ เป็นเทคนิคสำคัญที่ผู้ที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายอาชีพแนะนำ โดยคุณควรมีช่วงเวลาในการปิดโทรศัพท์มือถืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน หรือ เฉลี่ยวันละ 1-2 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน จะทำให้คุณมีชีวิตชีวาและสามารถตกผลึกความคิดได้ดียิ่งขึ้น

4. ปฏิเสธในสิ่งที่ไม่จำเป็น

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ ย่อมต้องกล้าปฏิเสธในสิ่งที่เกินกำลังหรือรบกวนเส้นทางในการสร้างผลงานที่กำลังมุ่งมั่น เช่น หากกำลังอยู่ในช่วงวางแผนโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งต้องใช้สมาธิมาก แล้วมีเพื่อนชวนไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็ควรขอเลื่อนไปก่อน หลังจากพ้นช่วงสำคัญนี้แล้วค่อยนัดกันใหม่ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า เทคนิคการบริหารเวลา ของผู้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ หากคุณอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ รวมถึงมีสุขภาพกายสุขภาพใจและมีฐานะการเงินที่ร่ำรวยขึ้น คุณต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามเทคนิคที่เรากล่าวมาเสียแต่วันนี้

บริหารเวลาอย่างไรคุณจึงจะก้าวหน้าในอาชีพ

เคล็ดลับบริหารเวลาฉบับเจ้าสัว

4 เคล็ดลับบริหารเวลาฉบับเจ้าสัว

ในทุกวันที่เราลืมตาตื่นขึ้นมาแน่นอนว่าย่อมต้องมีเรื่องราวมากมายที่จะต้องทำ ทั้งเรื่องที่เข้ามาแบบตั้งตัวและไม่ได้ตั้งตัว บางครั้งเราก็ยุ่งจนไม่มีเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญหลายสิ่งในชีวิต ที่เราอยากทำแต่ก็มักจะปล่อยผ่านไปเพราะเวลาที่มีจำกัด แต่หากเราสามารถจัดการบริหารเวลาที่ดีได้ เราก็จะสามารถใช้เวลาที่มีในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเวลาเพิ่มมากขึ้นจากการจัดสรรเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ มีเวลาที่เป็นคุณภาพให้กับครอบครัวคนที่รัก การงาน การพักผ่อนและเวลาในการดูแลสุขภาพ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการบริหารเวลาฉบับเจ้าสัวมาฝากกัน ว่าเราที่ว่ายุ่งแล้ว ระดับเจ้าสัวเค้าทำไมถึงสามารถจัดการทุกอย่างได้ทั้งที่มีเวลาเท่ากันกับเราได้

วางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้า

สิ่งหนึ่งที่คนประสบความสำเร็จมักจะทำกันก็คือ การวางแผนล่วงหน้า เพราะเมื่อเราจัดตารางสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าแล้ว เราจะรู้ว่าสิ่งที่ควรทำก่อน-หลัง ทำให้เราสามารถบริหารเวลา และไม่พลาดที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจที่จะทำ เป็นการเพิ่มความเป็นระเบียบรอบคอบในการวางแผนชีวิต แบ่งเวลาชัดเจนสำหรับเวลาทำงาน เวลาส่วนตัว อีกทั้งการเตรียมสิ่งของที่ต้องใช้ในวันถัดไปก็ทำให้ประหยัดเวลา ไม่หลงลืมง่ายเมื่อตื่นมาจะได้ไม่รีบร้อนจนลืม การวางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าจึงช่วยให้แบ่งเวลาในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม

ตื่นแต่เช้า

การตื่นแต่เช้าจะทำให้มีเวลามากขึ้น มีเวลาในการทบทวนแผนงานที่จะต้องทำในแต่ละวัน ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง จากนั้นทำการลิสต์ออกมาเป็นหัวข้อ ในหนึ่งวันนั้นให้ทำในสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญก่อนสามข้อเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยทำข้ออื่น ๆ ตามลำดับความสำคัญเพียงเท่านี้ก็จะมีเวลาและพลังงานในการทำงานให้มีประสิทธิภาพแล้ว

แบ่งเวลาในการทำกิจกรรมอย่างละเอียด

สูตรสำเร็จในการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพแบบเจ้าสัว สิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันก็คือ คนสำเร็จนั้นแบ่งเวลาทำงานอย่างละเอียดมีการลงรายละเอียดว่าจะต้องทำอะไรบ้างภายในช่วงเวลาใด ใช้เวลาในการทำสิ่งนั้นนานเท่าไหร่ อย่างเช่นงานนี้ใช้เวลาคุยงาน 30 นาที ถัดไปจากนี้จะทำอะไรต่อไป เมื่อแบ่งเวลาโดยละเอียดแบบนี้แล้วก็จะทำให้มองเห็นภาพรวมมากขึ้นว่าจะจัดสรรเวลาให้ลงตัวอย่างไรในแต่ละวัน

ใช้เวลาทำกิจกรรมพร้อมกัน

หากมีบางกิจกรรมที่สามารถทำไปพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน ก็เป็นการประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมาก เช่น นั่งรถโดยสารและอ่านหนังสือ หรือฟังเทปความรู้ การทำสวนและฟังเพลงหรือฝึกภาษาไปพร้อมกัน มีคำกล่าวที่ว่าคนที่สามารถบริหารจัดการเวลาได้จะกลายเป็นคนที่มีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง

การบริหารเวลาก็คือ การบริหารชีวิต เพราะเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรา อย่าให้เวลาในชีวิตหลุดลอยไปโดยไร้จุดหมายและไร้ประโยชน์ หากเราสามารถจัดการบริหารเวลาได้เราก็จะเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของตัวเองได้อย่างแท้จริง

วางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้า

ทำไมการตื่นเช้า จึงบริหารเวลาได้ดีกว่า

ทำไมการตื่นเช้า จึงบริหารเวลาได้ดีกว่า

เคยสังเกตไหมว่า คืนไหนที่เข้านอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นมาแต่เช้ามืดหรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จะรู้สึกมีพลังพิเศษแบบน่าประหลาดใจ มองไปรอบกายก็มีแต่ความเงียบสงัด ไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีกลิ่นควันจากท่อไอเสีย สมองแล่นอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เองที่เขาแนะนำกันว่าการตื่นเช้าจะทำให้คุณสามารถบริหารจัดการเวลาได้เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับใหล แต่คุณตื่นขึ้นแล้วและลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ก้าวล้ำนำคนอื่นไปหลายช่วงตัว ลองมาดูปัจจัยแยกย่อยว่าทำไมการตื่นเช้า จะช่วยให้บริหารเวลาได้ดีกว่าเดิม

ช่วงเวลาที่เงียบสงัด

เคยสังเกตไหมว่า ช่วงกลางวันนั้นจะมีเสียงอื้ออึงอยู่ตลอดเวลา จากการเคลื่อนที่ของรถยนต์และผู้คนทำสิ่งต่าง ๆ ที่รบกวนสมาธิ แต่หากคุณตื่นแต่เช้า เสียงต่าง ๆ เหล่านี้จะยังไม่มี บรรยากาศโดยรอบจะเป็นความเงียบสงัดและทำให้จิตใจคุณมีสมาธิ สามารถคิดเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และรู้สึกเสมือนว่าสิ่งต่าง ๆ อยู่ในความควบคุมของคุณ

รับแสงอรุณที่สาดส่อง

แสงสีทองที่ค่อย ๆ ทดแทนความมืดยามเช้านั้น เป็นบรรยากาศที่แสนวิเศษที่เป็นรางวัลของคนตื่นเช้าเท่านั้น เหมือนการเปิดฟ้าให้พบสิ่งใหม่ เป็นสัญลักษณ์นามธรรมของความเปลี่ยนแปลง การก้าวข้ามความมืดมนสู่ความสว่างไสว เหมือนชีวิตได้เริ่มต้นอีกครั้งด้วยความสว่าง สร้างความรู้สึกดีและความมั่นใจในการทำงานตลอดวัน

บรรยากาศความมีชีวิตชีวาของสรรพสัตว์

เสียงนกกา เสียงไก่ขัน คือบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง ทำให้คุณตระหนักถึงพลังแห่งธรรมชาติที่คงอยู่คู่กับโลกเสมอ จากที่ได้ยินแต่เสียงรถยนต์ แตรรถ อันอึกทึกมาทั้งวันแล้ว การรับฟังเสียงธรรมชาติ เสียงลมพัดใบไม้ไหว กลับทำให้จิตใจมีความรู้สึกสงบและมีพลังมากขึ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ

จากปัจจัยที่กล่าวมานี้ มีผลทำให้คุณมีความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะเริ่มวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย แต่คุณจะรู้สึกได้เองว่าเมื่อคุณตื่นเช้า เวลาจะเหมือนไหลไปอย่างช้า ๆ ด้วยระยะเวลาเท่ากันแต่คุณจะทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น เหมือนมีเวลามากกว่าคนอื่นและสามารถบริหารเวลาได้ดีกว่าเดิม ได้ทำสิ่งที่อยากทำได้มากกว่าเดิม ความสดใสและบรรยากาศยามเช้าจึงเป็นเหมือนเครื่องมือลับเฉพาะที่จะช่วยทำให้คุณมีอำนาจเหนือเวลา

ถ้าคุณไม่เคยตื่นเช้ามาก่อน ลองปรับเวลาการเข้านอนดู อะไรที่คิดว่าจะทำตอนก่อนนอนให้จดไว้ แล้วมาสะสางตอนเช้ามืดหรือเช้าตรู่ แล้วคุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมากทีเดียว

บริหารเวลา อย่างไรให้ชีวิตสมดุล

ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ชีวิตครอบครัว และชีวิตหน้าที่การงาน ซึ่งแต่ละคนล้วนต้องการให้ชีวิตทั้ง 2 ส่วนนี้ให้มีสมดุลมากที่สุด และอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย เพราะหากความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นไปด้วยดี ชีวิตส่วนนี้ก็จะกลายเป็นความอบอุ่น เป็นพลังงานด้านดีต่อสภาพจิตใจและการใช้ชีวิต ในส่วนของชีวิตส่วนหน้าที่การงาน หากบริหารได้ดีก็จะทำให้หน้าที่การงานมีความก้าวหน้า มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะต้องการให้เวลาของชีวิตส่วนใดสมบูรณ์แบบ แต่เวลาในแต่ละชีวิตของคนเราก็มีจำกัดเท่า ๆ กันที่ 24 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องอาศัยวิธีการบริหารเวลาให้กับชีวิตจนเกิดสมดุล ตามรายละเอียดต่อไปนี้

วางแผนการทำงานล่วงหน้า แน่นอนว่าเวลาที่ใช้ในการทำงานมักถูกกำหนดตายตัวจากสถานที่ทำงาน หรือกลุ่มลูกค้าที่ประสานงานอยู่ แต่บางครั้งระยะเวลาในที่ทำงานอาจไม่เพียงพอให้งานที่ต้องจัดการแล้วเสร็จ อีกทั้งงานที่เข้ามาก็อาจมีลำดับความสำคัญไม่เท่ากัน ดังนั้นการใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อวางแผนว่างานแต่ละชิ้นควรทำเสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด รวมถึงจะวางแผนทำกิจกรรมอะไรบ้างกับครอบครัวในแต่ละสัปดาห์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เวลา 24 ชั่วโมงมีความคุ้มค่ามากที่สุด

รู้จักการปฏิเสธบ้าง การเข้าสังคมก็นับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้การบริหารเวลาแปรปรวนได้ง่าย หลายคนอยากจะรีบกลับบ้านไปหาครอบครัวแต่กลับถูกเพื่อน ๆ ที่ทำงานชวนไปสังสรรค์เสียก่อน จนแผนเวลาที่วางไว้ไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงควรพิจารณาเสียก่อนที่จะปรับแผนการบริหารเวลาที่ได้วางไว้เมื่อถูกชักชวนโดยเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น

จัดสรรเวลาให้สุขภาพร่างกายบ้าง นอกจากความสัมพันธ์ หรือหน้าที่การงานจะมีความสำคัญแล้ว สุขภาพร่างกายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงควรแบ่งเวลาเพื่อการออกกำลังกายเสียบ้าง อย่างการออกวิ่งช่วงเช้า เล่นโยคะช่วงเย็น หรือหาเวลาออกไปเที่ยวเพื่อคลายเครียดบ้าง เพียงเท่านี้ชีวิตของคุณก็จะเกิดสมดุลในทุก ๆ ด้าน

การบริหารเวลาที่ดี คือวิธีการที่ดีที่ช่วยให้ชีวิตเกิดสมดุล แต่ก็อาจจำเป็นต้องอาศัยวินัยในการบริหารจัดการบ้าง การบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เกิดความเคยชินและสามารถทำได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรเคร่งครัดจนเป็นการบังคับตนเองมากเกินไป ซึ่งเมื่อเวลาแต่ละส่วนของชีวิตเกิดความสมดุลก็ย่อมส่งผลดีต่อสภาพจิตใจและช่วยลดความเครียดของตัวคุณเอง และต้องไม่ลืมว่าความสำเร็จในชีวิตบางครั้งก็ไม่สามารถสำเร็จหรือเห็นผลได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องอาศัยความพยายามและเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความสำเร็จที่ต้องการสามารถเกิดขึ้นได้จริง

วิธีการบริหารเวลาให้กับชีวิตจนเกิดสมดุล

เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

ทุกคนมี 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน แต่บางคนรู้สึกว่าเวลาไม่เพียงพอ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ยังเหลือเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกอื่น ๆ ได้อีก เรื่องนี้ตอบง่ายมาก เป็นเพราะบริหารเวลาไม่ดี ชีวิตจึงยุ่งยากและเครียดมาก ต้องคอยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป ถ้าอยากหลุดพ้นจากแรงกดดันและทำงานเสร็จสมบูรณ์แบบ ขอแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการเวลาอย่างเหมาะสม ช่วยหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก โดยจัดสรรปันส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่อไปนี้

– งาน (อาชีพ)
– เวลาที่ใช้ในบ้าน (งานบ้านหรือทำสวน)
– สังคม (ใช้เวลากับคนอื่น ครอบครัวและเพื่อน)
– เวลาส่วนตัว (งานอดิเรก การพักผ่อน ออกกำลังกายและนอนหลับ)
– เวลาของตัวเอง (คิดและตั้งคำถามกับตัวเอง)

เริ่มจากตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะอะไรจึงทำงานไม่เสร็จเรียบร้อย ใจร้อน รีบตลอดเวลา มาสายบ่อย เหนื่อยหน่าย รู้สึกว่าแต่ละวันยุ่งเกินไปไม่มีเวลาพอจะทำสิ่งที่ชอบ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาว่าสิ่งไหนต้องการเวลามากขึ้น สิ่งไหนต้องลดน้อยลง เพื่อบริหารเวลาให้เกิดความสมดุลในแต่ละวัน อาจต้องลดปริมาณงานที่นำกลับมาทำต่อที่บ้านเพื่อให้มีเวลาซักรีดมากขึ้น พยายามจดบันทึกกิจกรรมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจน แต่ละคนใช้ชีวิตแตกต่างกันไป ต้องลองปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ทักษะการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ลดความเครียดและความวิตกกังวล เพราะได้ทำสิ่งสำคัญเสร็จเรียบร้อย

ก่อนที่การบริหารเวลาจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มต้นด้วยการเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จรายวันและรายสัปดาห์ ตั้งระบบเตือนความจำในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ จัดลำดับความสำคัญของแต่ละรายการ จากนั้นทุกเช้าให้ตรวจเช็ครายการที่ต้องทำ 30 รายการ ตอนเย็นหรือก่อนนอนให้ตรวจดูรายการที่ไม่ได้ทำ ลำดับความสำคัญอาจเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นและวางแผนให้สอดคล้องกับการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวได้เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

คุณอาจวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว แต่การตั้งกำหนดเวลาเส้นตายก็เป็นเรื่องจำเป็น ขีดเส้นตายก่อนที่งานจะต้องเสร็จจริง 2-3 วัน และพยายามทำให้ดีที่สุด ระหว่างนั้นอาจมีอุปสรรคเข้ามาขวางทางแต่ยังคงทำงานเสร็จลุล่วงได้ทันเวลา หยุดทำงานหลายอย่างพร้อมกัน บางคนคิดว่าทำหลายอย่างจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าและเร็วกว่าผู้อื่น ความจริงแล้วการทำหลายสิ่งไปพร้อมกันผลงานจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า ทำไปทีละอย่างจะมีสมาธิกับการทำสิ่งนั้นและให้ผลดีที่สุด หากจำเป็นถ้าต้องรับมือกับงานหลายอย่างพร้อมกัน ควรเรียงตามลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน มุ่งเน้นสมาธิจดจ่อกับงานสำคัญให้เสร็จเรียบร้อยไปก่อน อาจไม่มีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะทำงานได้ดีขึ้น

ในกรณีที่งานที่ได้รับมอบหมายมีมากเกินไป ถึงเราเก่งแค่ไหนก็ทำทุกอย่างไม่ได้ เกิดความกังวลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ควรมอบหมายความรับผิดชอบแบ่งปันให้คนอื่น หรือขอความเห็นจากผู้ที่มีความสามารถเชื่อถือได้ช่วยให้เครียดน้อยลงและมีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หากไปพบแพทย์ ระหว่างรอคิวการรักษาให้เตรียมวางแผนอาหารมื้อเย็นและจดรายการที่ต้องซื้อจากร้านขายของชำ หรือจัดทำลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ สมองที่คิดอยู่เสมอทำให้อ่อนล้าและเครียดก็จริง แต่ทักษะการบริหารเวลาเป็นข้อยกเว้น เพราะการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำจะช่วยให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น ได้มีเวลาพักผ่อนตามต้องการ

บริหารเวลาอย่างไรให้มีคุณภาพ

บริหารเวลาอย่างไรให้มีคุณภาพ

การที่ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จัดสรรเวลาได้มีประสิทธิภาพแตกต่างกัน ย่อมส่งผลต่อความสำเร็จในด้านการเรียนและการทำงานได้ การเรียนรู้และฝึกฝนการบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ และส่งผลต่อการมีหน้าที่การงานที่เติบโตได้ดี และมีฐานะการเงินที่มั่นคงตามมาในอนาคตด้วย

ในบทความนี้ เราจึงรวบรวมวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพมาให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเห็นผล ดังนี้

1. การวางแผนสม่ำเสมอ

การวางแผนสำคัญต่อบุคคลทุกวัย เนื่องจากทำให้เห็นภาพรวมและมีเป้าหมายในการใช้เวลาตามตารางอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ควรเลือกวางแผนกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลา 15-20 นาที ก่อนนอน โดยมีการลำดับความสำคัญและการเร่งด่วนของงานอยู่เสมอ

นอกจากนี้ การวางแผนด้านการขับรถหรือเดินทางก็สำคัญ เช่นเดียวกัน หากขับรถเองควรศึกษาแผนที่จากระบบ GPS เพื่อเช็คระยะเวลาและเส้นทางการจราจรตามจริง ทั้งต้องติดตามข่าวสารการจราจรอยู่เสมอ จะทำให้บริหารจัดการเวลาในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

2. การรู้จักปฏิเสธ

การปฏิเสธคนหรือสถานการณ์เมื่อจำเป็น นับว่าเป็นเรื่องที่ควรฝึกตั้งแต่อายุน้อย คนที่บริหารเวลาได้ดี นอกจากจะรู้ลำดับของงานที่ควรทำแล้ว หากมีการชักชวนให้ไปทำกิจกรรมอื่นนอกตาราง ก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสมว่า ควรที่จะใช้เวลาใดไปทำหรือเลือกที่จะปฏิเสธเพราะมีงานอื่นที่สำคัญกว่า

ความเกรงใจผู้อื่นจนทำให้งานเสียหาย ส่งงานเจ้านายไม่ทันกำหนด จะทำให้คุณไม่สามารถทำงานชิ้นใดได้สำเร็จ หรืออาจทำให้คุณต้องเสียเวลาส่วนตัวมาทำงานชดเชยจนเสียสุขภาพในระยะยาวได้

3. การแบ่งเวลาดูแลสุขภาพ

การทำงานหนัก จะทำให้เกิดความเครียดสะสม โดยเฉพาะระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะอ่อนแอติดเชื้อง่าย เช่น เป็นหวัด มีไข้ ปวดศีรษะ ฯลฯ และจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ความดัน เบาหวานหรือโรคออฟฟิศซินโดรม จากการนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ได้ การจัดตารางเวลาตัวเองให้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้ลดความเสี่ยงของโรคดังกล่าวและทำให้อารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้น

4. การฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที จะช่วยลดอาการฟุ้งซ่านระหว่างทำงาน ทำให้ลดอาการเหม่อลอยหรือทำงานผิดพลาดจนต้องเสียเวลากลับมาแก้ไขบ่อย ๆ ได้ ทั้งยังทำให้ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ด้วย

หวังว่าวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพที่กล่าวมาจะช่วยเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีผลการเรียนหรือประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างชัดเจน

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที