เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

ทุกคนมี 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน แต่บางคนรู้สึกว่าเวลาไม่เพียงพอ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ยังเหลือเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกอื่น ๆ ได้อีก เรื่องนี้ตอบง่ายมาก เป็นเพราะบริหารเวลาไม่ดี ชีวิตจึงยุ่งยากและเครียดมาก ต้องคอยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป ถ้าอยากหลุดพ้นจากแรงกดดันและทำงานเสร็จสมบูรณ์แบบ ขอแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการเวลาอย่างเหมาะสม ช่วยหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก โดยจัดสรรปันส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่อไปนี้

– งาน (อาชีพ)
– เวลาที่ใช้ในบ้าน (งานบ้านหรือทำสวน)
– สังคม (ใช้เวลากับคนอื่น ครอบครัวและเพื่อน)
– เวลาส่วนตัว (งานอดิเรก การพักผ่อน ออกกำลังกายและนอนหลับ)
– เวลาของตัวเอง (คิดและตั้งคำถามกับตัวเอง)

เริ่มจากตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะอะไรจึงทำงานไม่เสร็จเรียบร้อย ใจร้อน รีบตลอดเวลา มาสายบ่อย เหนื่อยหน่าย รู้สึกว่าแต่ละวันยุ่งเกินไปไม่มีเวลาพอจะทำสิ่งที่ชอบ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาว่าสิ่งไหนต้องการเวลามากขึ้น สิ่งไหนต้องลดน้อยลง เพื่อบริหารเวลาให้เกิดความสมดุลในแต่ละวัน อาจต้องลดปริมาณงานที่นำกลับมาทำต่อที่บ้านเพื่อให้มีเวลาซักรีดมากขึ้น พยายามจดบันทึกกิจกรรมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจน แต่ละคนใช้ชีวิตแตกต่างกันไป ต้องลองปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ทักษะการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ลดความเครียดและความวิตกกังวล เพราะได้ทำสิ่งสำคัญเสร็จเรียบร้อย

ก่อนที่การบริหารเวลาจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มต้นด้วยการเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จรายวันและรายสัปดาห์ ตั้งระบบเตือนความจำในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ จัดลำดับความสำคัญของแต่ละรายการ จากนั้นทุกเช้าให้ตรวจเช็ครายการที่ต้องทำ 30 รายการ ตอนเย็นหรือก่อนนอนให้ตรวจดูรายการที่ไม่ได้ทำ ลำดับความสำคัญอาจเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นและวางแผนให้สอดคล้องกับการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวได้เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

คุณอาจวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว แต่การตั้งกำหนดเวลาเส้นตายก็เป็นเรื่องจำเป็น ขีดเส้นตายก่อนที่งานจะต้องเสร็จจริง 2-3 วัน และพยายามทำให้ดีที่สุด ระหว่างนั้นอาจมีอุปสรรคเข้ามาขวางทางแต่ยังคงทำงานเสร็จลุล่วงได้ทันเวลา หยุดทำงานหลายอย่างพร้อมกัน บางคนคิดว่าทำหลายอย่างจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าและเร็วกว่าผู้อื่น ความจริงแล้วการทำหลายสิ่งไปพร้อมกันผลงานจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า ทำไปทีละอย่างจะมีสมาธิกับการทำสิ่งนั้นและให้ผลดีที่สุด หากจำเป็นถ้าต้องรับมือกับงานหลายอย่างพร้อมกัน ควรเรียงตามลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน มุ่งเน้นสมาธิจดจ่อกับงานสำคัญให้เสร็จเรียบร้อยไปก่อน อาจไม่มีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะทำงานได้ดีขึ้น

ในกรณีที่งานที่ได้รับมอบหมายมีมากเกินไป ถึงเราเก่งแค่ไหนก็ทำทุกอย่างไม่ได้ เกิดความกังวลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ควรมอบหมายความรับผิดชอบแบ่งปันให้คนอื่น หรือขอความเห็นจากผู้ที่มีความสามารถเชื่อถือได้ช่วยให้เครียดน้อยลงและมีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หากไปพบแพทย์ ระหว่างรอคิวการรักษาให้เตรียมวางแผนอาหารมื้อเย็นและจดรายการที่ต้องซื้อจากร้านขายของชำ หรือจัดทำลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ สมองที่คิดอยู่เสมอทำให้อ่อนล้าและเครียดก็จริง แต่ทักษะการบริหารเวลาเป็นข้อยกเว้น เพราะการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำจะช่วยให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น ได้มีเวลาพักผ่อนตามต้องการ

บริหารเวลาอย่างไรให้มีคุณภาพ

บริหารเวลาอย่างไรให้มีคุณภาพ

การที่ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จัดสรรเวลาได้มีประสิทธิภาพแตกต่างกัน ย่อมส่งผลต่อความสำเร็จในด้านการเรียนและการทำงานได้ การเรียนรู้และฝึกฝนการบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ และส่งผลต่อการมีหน้าที่การงานที่เติบโตได้ดี และมีฐานะการเงินที่มั่นคงตามมาในอนาคตด้วย

ในบทความนี้ เราจึงรวบรวมวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพมาให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเห็นผล ดังนี้

1. การวางแผนสม่ำเสมอ

การวางแผนสำคัญต่อบุคคลทุกวัย เนื่องจากทำให้เห็นภาพรวมและมีเป้าหมายในการใช้เวลาตามตารางอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ควรเลือกวางแผนกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลา 15-20 นาที ก่อนนอน โดยมีการลำดับความสำคัญและการเร่งด่วนของงานอยู่เสมอ

นอกจากนี้ การวางแผนด้านการขับรถหรือเดินทางก็สำคัญ เช่นเดียวกัน หากขับรถเองควรศึกษาแผนที่จากระบบ GPS เพื่อเช็คระยะเวลาและเส้นทางการจราจรตามจริง ทั้งต้องติดตามข่าวสารการจราจรอยู่เสมอ จะทำให้บริหารจัดการเวลาในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

2. การรู้จักปฏิเสธ

การปฏิเสธคนหรือสถานการณ์เมื่อจำเป็น นับว่าเป็นเรื่องที่ควรฝึกตั้งแต่อายุน้อย คนที่บริหารเวลาได้ดี นอกจากจะรู้ลำดับของงานที่ควรทำแล้ว หากมีการชักชวนให้ไปทำกิจกรรมอื่นนอกตาราง ก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสมว่า ควรที่จะใช้เวลาใดไปทำหรือเลือกที่จะปฏิเสธเพราะมีงานอื่นที่สำคัญกว่า

ความเกรงใจผู้อื่นจนทำให้งานเสียหาย ส่งงานเจ้านายไม่ทันกำหนด จะทำให้คุณไม่สามารถทำงานชิ้นใดได้สำเร็จ หรืออาจทำให้คุณต้องเสียเวลาส่วนตัวมาทำงานชดเชยจนเสียสุขภาพในระยะยาวได้

3. การแบ่งเวลาดูแลสุขภาพ

การทำงานหนัก จะทำให้เกิดความเครียดสะสม โดยเฉพาะระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะอ่อนแอติดเชื้อง่าย เช่น เป็นหวัด มีไข้ ปวดศีรษะ ฯลฯ และจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ความดัน เบาหวานหรือโรคออฟฟิศซินโดรม จากการนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ได้ การจัดตารางเวลาตัวเองให้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้ลดความเสี่ยงของโรคดังกล่าวและทำให้อารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้น

4. การฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที จะช่วยลดอาการฟุ้งซ่านระหว่างทำงาน ทำให้ลดอาการเหม่อลอยหรือทำงานผิดพลาดจนต้องเสียเวลากลับมาแก้ไขบ่อย ๆ ได้ ทั้งยังทำให้ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ด้วย

หวังว่าวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพที่กล่าวมาจะช่วยเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีผลการเรียนหรือประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างชัดเจน

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที

ข้อดีของการบริหารเวลาให้คู่รัก

การบริหารเวลาสำหรับคู่รัก ใครว่าไม่สำคัญ

คำว่า “หมดโปร” เป็นคำพูดที่คู่รักไม่อยากจะเจอเลย เพราะมันหมายถึงตอนที่คบกันในช่วงแรก ๆ ต่างก็ให้ความดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน พอผ่านไปสักระยะไม่ว่าจะด้วยความเคยชินหรือเหตุผลอะไรก็ตาม ความดูแลเอาใจใส่นั้นกลับลดน้อยลง ทำให้เป็นเหตุที่ต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งหรืออาจจะไม่เข้าใจกันจนบานปลายไปถึงการเลิกราในที่สุด ดังนั้นเรามาดูว่า จริง ๆ แล้วต้นเหตุของคำว่าหมดโปรนั้นอาจจะเกิดจากคู่รักที่ไม่สามารถบริหารเวลาให้กันและกันได้มากพอ จึงทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมานั่นเอง

ข้อดีของการบริหารเวลาให้คู่รัก

มีโอกาสได้มองคู่รักแบบเต็มตาสักที ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่การงานหรืออะไรก็ตามที่ทำให้เรายุ่งจนไม่มีเวลาใส่ใจคนรัก ขอเพียงแค่แบ่งเวลาสัก 5-10 นาทีมองคนรักอย่างเต็มตาสักครั้ง จะทำให้เราสัมผัสได้ว่าเขาเป็นสุขหรือทุกข์ ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหมหรือบางทีอาจจะแค่มองตากันก็สื่อความหมายอะไรได้หลายอย่างแล้ว เพียงสละเวลาไม่กี่นาทีต่อวัน จะช่วยเพิ่มความรักที่มีต่อกันได้มากทีเดียว

ใส่ใจรายละเอียดที่เคยทำให้กัน สำหรับคู่รักที่คบหากันมานาน การใส่ใจในรายละเอียดจะสำคัญมาก เพราะคนที่รู้จักกันมานานมีแนวโน้มที่จะใส่ใจซึ่งกันและกันน้อยลง อาจเพราะด้วยความเคยชิน ทำให้ลืมสิ่งที่เคยทำให้อีกฝ่ายมาก่อน เช่น หาน้ำมาให้กิน เปิดประตูให้ หรือการเทคแคร์เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีส่วนที่จะทำให้มองเห็นคุณค่าความรักของกันและกันได้มากขึ้น

ได้อยู่ข้างกัน ปรับทุกข์สุขให้กัน การแบ่งเวลาให้คู่รัก ทำให้มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น คุยกันแบบเปิดอกมากขึ้น เพราะคู่รักก็คือคู่ชีวิตที่สามารถคุยได้ทุกเรื่อง หากมีปัญหาไม่สบายใจก็เพียงยืนอยู่ข้าง ๆ ให้กำลังใจอีกฝ่าย ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปให้ได้ เพียงเท่าก็ถือว่าเราทำหน้าที่คนรักได้อย่างดีแล้ว

ความรักไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่ก็สำคัญในชีวิต แน่นอนว่าในชีวิตคนเราประกอบไปด้วยหน้าที่หลายอย่าง ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่สำคัญทั้งนั้น แต่หน้าที่ของความรักก็อย่าได้ขาด เพราะความรักก็เป็นกำลังใจที่สำคัญอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิตของเราเช่นกัน

ดังนั้นการบริหารเวลาสำหรับคู่รักจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก หากเราลองถอยหลังมาสักก้าว แล้วใช้สายตาและหัวใจมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดกับชีวิต หากคุณยุ่งจากการทำงานหรือเรื่องใดก็ตามจนลืมเลือนที่จะเอาใจใส่คนรัก เพียงแค่เจียดเวลาสักเล็กน้อยต่อวันทำดีให้กัน เอาใจใส่กันให้เหมือนวันแรก ๆ ที่รักกัน เพียงเท่านี้การใช้ชีวิตคู่ของคุณจะแสดงถึงความหมาย ความสำคัญที่เรายังมีอีกฝ่ายอยู่ข้าง ๆ กันนั่นเอง

การบริหารเวลาสำหรับคู่รัก ใครว่าไม่สำคัญ

การบริหารเวลาให้ได้ได้การใช้ชีวิต

การบริหารเวลาให้ได้ได้การใช้ชีวิตประจำวัน

ในการบริหารเวลาให้เป็นนั้น ต้องมีการวางแผนที่ดีก่อนไม่เช่นนั้นจะเกิดความโกลาหลขึ้นได้ และจะวุ่นวายกันไปกันใหญ่ เพราะเกิดจากการที่เราไม่มีการว่งแผนไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด

การวางแผนในแบบที่ 1 เป็นการวางแผนของเวลาที่จะต้องมีภารกิจใน 1 วันจะมีอะไรบ้าง และกี่โมงถึงกี่โมง เราสามารถกำหนดไว้ได้อยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้การบริหารเวลาที่ดี ควรมีความรัดกุม เพราะถ้าภารกิจไหนที่เราคาดเวลาผิดไป อาจเกิดความเสียหายได้

การวางแผนในแบบที่ 2 เป็นการวางแผนเกี่ยวกับระยะทางที่จะมีการเดินทางไปที่ที่จะต้องไปทำภารกิจของเรานั้นเอง การวางแผนมีแต่สิ่งที่ดี จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆได้ นอกเสียจากสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิดนี่เป็นปัญหาที่เราไม่อาจกำหนดอะไรได้เลย

การวางแผนในแบบที่ 3 เป็นการวางแผนเรื่องของสิ่งของต่างๆ ที่เราจะเตรียมให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ลืม เป็นสิ่งของที่จำเป็นกับเรามากเลนทีเดียว เช่น ยาประจำตัว โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน กุญแจรถยนต์ เป็นสิ่งที่คนส่วนมากจะลืมกันมากที่สุดเลย ดังนั้นการเครียมการให้พร้อม เป็นการบริหารเวลาเช่นเดียวเพื่อจะได้ไม่ให้เราเสียเวลาในการทำภารกิจต่างๆ ได้เป็นไปตามที่ได้วางแผนไว้

การบริหารเวลาให้ได้ได้การใช้ชีวิตประจำวัน

อวิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าในทุกวัน

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าในทุกวัน

ในแต่ละวัน คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน หลายคนสามารถทำงานได้นับ 10 อย่าง บางคนทำงานได้เพียง 2-3 อย่าง เนื่องจากการบริหารเวลามีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการบริหารจัดการเวลาให้แต่ละวันคุ้มค่ายิ่งขึ้น มาฝากกัน ดังนี้

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มในทุกวัน

ตั้งเวลาตื่นนอนตอนเช้า

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ จะมีเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยมีสมองที่สดชื่นแจ่มใสจากการนอนเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน และจะมีเวลาการบริโภครับประทานอาหารเช้า ออกกำลังกาย และขับรถไปทำงานโดยไม่ต้องพบกับการจราจรที่ติดขัดด้วย

การจัดตารางงาน

ควรจะกำหนดไว้ว่า เช้า บ่าย เย็น จะต้องทำอะไรบ้าง เรื่องใดสำคัญมากน้อย ต้องเรียงลำดับให้เหมาะสม เพื่อที่จะไม่หลงลืมการทำงานบางชิ้นไป เพียงเท่านี้คุณก็จะจัดการกับงานในแต่ละวันได้อย่างดียิ่งขึ้น เหมือนกับได้เวลาในแต่ละวันมากขึ้นแล้ว

เรื่องส่วนตัวต้องแยกจากเวลางาน

การแยกสองส่วนนี้ให้ชัดเจนจะทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่ที่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ในระหว่างการทำงานจะไม่ใช้โทรศัพท์ เพื่อการบันเทิงหรือการตอบไลน์โดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เสียสมาธิและขาดความจดจ่อทำให้งานผิดพลาด หากคุณแบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวได้ ก็เท่ากับคุณทำงานได้อย่างเต็มที่ 100% ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องแก้ไขงานซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน ในเวลาส่วนตัวก็ทุ่มเทกับครอบครัวได้เต็มที่ โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องเอาเรื่องงานมาทำให้คุณเครียดโดยไม่จำเป็นด้วย

งานยากรีบทำโดยเร็ว

ควรทำงานที่ยุ่งยากก่อน เพราะว่าต้องใช้ความคิดและพลังงานสูง ส่วนงานที่ง่ายกว่าก็สามารถจัดความสำคัญเป็นอันดับรองลงไปได้ ซึ่งจะมีข้อดี คือ หากคุณทำงานยากเสร็จแล้ว ก็จะรู้สึกว่าความเครียดลดน้อยลงด้วย

มีช่วงพักแทรกบ้าง

ในการทำงานอย่างต่อเนื่องคุณจะเกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น โรคออฟฟิศซินโดรม จากการนั่งทำงานอยู่กับที่นาน ๆ และ โรคตาแห้งจากการใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทั้งทำให้สมองล้าคิดงานไม่ออกด้วย

จึงควรมีช่วงพักสัก 10 นาทีไปเข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย จะทำให้ลดความเพลีย ความเครียด และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ด้วย

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาเป็นสิ่งที่จะต้องนำหลักการไปปรับประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม หากสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ในแต่ละวันของคุณใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า มีความสุขในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ คือ ทำให้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัวได้ดียิ่งขึ้นด้วย

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าทุกวัน

Tips บริหารเวลา 1 วันอย่างช่ำชอง

จัดการ 1 วันอย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารเวลา หมายถึง การวางแผนและจัดการในสิ่งที่จะทำให้เป็นไปตามแบบแผนที่วางไว้อย่างถูกต้อง และสามารถควบคุมในการปฎิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพในหน้าที่การทำงานได้อย่างถูกต้อง

หลายครั้งที่ผู้คนส่วนมากมักบอกว่า “ไม่มีเวลา” ในการที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่ตนตั้งเป้าหมายไว้ ที่จริงแล้วเวลานั้นคือ สิ่งที่ยุติธรรมที่สุดในโลก แก่มนุษย์ทุกคน นั่นคือการมีเวลา 24 ชั่วโมงหรือ 1 วันเท่า ๆ กัน ไม่มีใครที่จะมีเวลามากหรือเวลาน้อยกว่ากัน ดังนี้เราจึงต้องวางแผนและบริหารเวลาดีกว่า เพื่อที่จะประสบความสำเร็จและส่งผลให้ชีวิตดีขึ้นและมีระเบียบมากขึ้น

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ตารางเวลา ถือเป็นตัวช่วยอันดับต้น ๆ ที่จะนำไปสู่การบริหารเวลา การทำตารางเวลาจะช่วยให้เรามองออกได้มากขึ้นว่าภายในหนึ่งวันเราต้องทำอะไร เวลาเท่าไหร่บ้าง ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ แล้วมานั่งคิดว่าเวลาไม่พอ ตารางเวลาจึงช่วยให้มองเห็นคุณค่าของเวลามาก และเป็นการฝึกฝนบังคับตัวเองไปด้วย
  2. เรียงลำดับตามความสำคัญ หากว่าคุณนั้นต้องทำงานหลายอย่าง ให้รายการที่ต้องทำในแต่ละวันมาจัดอันดับเรียงตามความสำคัญจากมากไปน้อย และมีงานอะไรบ้างที่ต้องทำต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแบ่งเวลาได้ว่างานใดต้องใช้เวลาเท่าใด และควรทุ่มเทให้กับงานอะไรมากกว่า
  3. แบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัว วิธีนี้ถือว่าเป็นเคล็ดลับสุดยอดที่จะทำให้คุณแบ่งเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยเมื่อถึงที่ทำงานให้ใช้สมาธิกับงานเพียงอย่างเดียว และไม่ควรนำงานกลับไปทำที่บ้าน ถ้าไม่จำเป็น เพราะควรใช้เวลาอยู่กับครอบครัว
  4. ทำงานที่ยากให้เสร็จก่อน คนส่วนมากมักจะทำงานง่าย ๆ ให้เสร็จก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะทำงานยาก บางทีหมกมุ่นดูหนังโป๊ญี่ปุ่นเล่นทั้งวัน เพราะคิดว่างานง่าย ๆ ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากและใช้เวลาในการทำน้อยกว่า แต่ความจริงนั้นควรทำงานยากให็เสร็จเสียก่อน เพราะจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อทำเสร็จ ทำให้มีกำลังใจจะทำงานอื่น ๆ ต่อไป
  5. หาเวลาพัก หากทำงานติดกันเป็นเวลานานจะทำให้สมองเกิดการเมื่อยล้าได้ง่าย จึงควรพักร่างกาย เพื่อให้สมองได้พักผ่อนบ้าง และละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ เพื่อกระตุ้นความคิด พร้อมที่จะรับมือกับงานชิ้นใหม่
บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จไว

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จไว

การทำงานในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ชิ้น งานที่มีคุณภาพรวดเร็วฉับไว แต่จะจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมง ในแต่ละวันอย่างไรให้ชาญฉลาดเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว มาดูวิธีการกันเลย

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด

การตื่นแต่เช้าเพื่อยืดเส้นสาย

การมีวินัยในการตื่นและออกกำลังกายตอนเช้าเป็นประจำ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณมีความกระปรี้กระเปร่าและเกิดการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ หากได้ทำโยคะ หรือนั่งสมาธิอีกสัก 15 นาที ก่อนอาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน ยังทำให้มีสมาธิในการทำงานและวางแผนบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้นด้วย

การจัดตารางวางแผนงานล่วงหน้าหนึ่งคืน

เป็นสิ่งที่ช่วยลดความวุ่นวายในตอนเช้าที่คุณต้องเร่งรีบแข่งกับปัญหารถติด คุณจะสามารถจัดประเภทของกิจกรรมที่ต้องทำได้ใน 4 หมวด คือ เรื่องด่วนและสำคัญ ด่วนแต่ไม่สำคัญ สำคัญแต่ไม่ด่วน และไม่ด่วนและไม่สำคัญ เพื่อทำสิ่งที่จำเป็นในอันดับต้น ๆ และตัดสิ่งที่ไม่ต้องทำออกไปบ้าง คุณจะมีจำนวนสิ่งที่ต้องทำในช่วงเช้า บ่ายและเย็นลดลง จนสามารถจัดเวลาได้ลงล็อคมากขึ้น

การให้เวลาสำหรับตัวเองชัดเจน

การทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ทำให้คุณรวยขึ้นอย่างมีสุขภาพดี การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องมีทั้งเงิน สุขภาพกายและจิตที่ดีไปพร้อมกัน การแยกแยะเวลาสำหรับตัวเอง การใช้สื่อโซเชียลเพื่อคลายเครียด การประชุมธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องมีการควบคุมเวลาและแยกแยะออกจากการให้เวลาดูแลตัวเอง เช่น คุณต้องมีช่วงเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที มีโอกาสได้อ่านหนังสือหรือดูหนังที่โปรด โดยไม่ต้องมีการขัดจังหวะจากใคร ๆ

การทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

การทำงานในห้องหรือสถานที่ที่ปราศจากเสียงรบกวนหรือเครื่องมือสื่อสารที่ชวนให้ใจไขว้เขว จะช่วยให้การคิดและสร้างสรรค์ผลงานมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม มีข้อที่ต้องแก้ไขน้อยและลดระยะเวลาในการทำงานต่อชิ้นลงได้ การเลือกสถานที่ทำงานหรือจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมจึงมีประโยชน์และมีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของงานอย่างชัดเจน

การรู้จักปฏิเสธสิ่งที่ไม่จำเป็น

ความมีน้ำใจต้องมีความเหมาะสมตามสถานการณ์ หากคุณไม่ปฏิเสธเสียบ้างจะทำให้มีสิ่งที่มาดึงดูดความสนใจและบั่นทอนเวลาในการทำสิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าออกไป สุดท้ายงานของคุณก็จะไม่เสร็จและยังทำให้เกิดผลเสียต่อชิ้นงานในภาพรวม หากเป็นงานที่ต้องทำเป็นทีม ก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สมาชิกในทีมคนอื่นด้วย

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาอย่างชาญฉลาดเป็นสิ่งจำเป็นและต้องฝึกฝนตัวเองอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันของคุณมีความหมายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตั้งแต่วันนี้

ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

บริหารเวลาอย่างไร ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

การบริหารเวลาให้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ทันการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว นับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุก ๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานในออฟฟิศ จำเป็น ต้องจัดการเวลากับภาระงานหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างลงตัวและทันเวลา ให้มีส่งเจ้านายก่อน deadline จะทำได้อย่างไรนั้น มาดูกันเลย

การเริ่มวันใหม่ด้วยการวางแผนตารางเวลา

การมีไดอารี่ที่แบ่งบรรทัดในแต่ละช่วงเวลามีประโยชน์มาก สำหรับการล็อคว่าแต่ละชั่วโมงควรทำอะไร โดยหลักการแล้ว ต้องแบ่งเวลาแต่ละวันสำหรับงานสี่หมวด คือ

1. งานด่วน และสำคัญ
2. งานด่วน และไม่สำคัญ
3. งานสำคัญ แต่ไม่ด่วน
4. งานที่ทั้งไม่ด่วน และไม่สำคัญ

ซึ่งชาวออฟฟิศแต่ละคนย่อมมีบทบาทและภาระงานต่างกัน สามารถเลือกบันทึกงานในแต่ละวันลงไดอารี่ประจำตัวได้เลย ทั้งนี้งานเดียวกันอาจไม่ได้อยู่ในหมวดเดิมทุกวันก็ได้ หากมีเรื่องอื่นที่ด่วนและสำคัญกว่า ก็ย่อมทำให้บางงานลดระดับความสำคัญลงไป หรือหากมีงานฉุกเฉินจากเจ้านายมาเพิ่ม ก็ต้องลงในช่องงานที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนเป็นอันดับต้นด้วย

บริหารเวลา ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

การมีมุมสงบและความเป็นส่วนตัวให้สมองโลดแล่น

การหามุมเงียบ ๆ ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน หรืออย่างที่เราเห็นในบางออฟฟิศจะมีแผ่นฉากกั้นระหว่างล็อคพนักงานแต่ละคน จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดสิ่งรบกวนต่อสมาธิเพื่อนร่วมงาน ซึ่งส่งผลโดยรวมต่อประสิทธิภาพของงานที่ต้องส่งเจ้านายในแต่ละวัน

ทั้งนี้ บางท่านอาจใช้วิธีการเปิดเพลงคลอเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้พร้อมต่องานตรงหน้า ซึ่งจะใส่เป็นหูฟังส่วนตัวหรือเปิดผ่านลำโพงก็ได้ แต่กรณีหลังต้องมั่นใจว่ารสนิยมในการฟังเพลงตรงกันกับคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วย

บริหารเวลาอย่างไร ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

ไม่ควรวางแฟ้มงานเป็นตั้ง ๆ บนโต๊ะ

คุณอาจเคยเห็นพฤติกรรมเพื่อนร่วมงานบางคน มักวางแฟ้มไว้เต็มโต๊ะทำงาน ซึ่งในทางจิตวิทยาแล้ว อาจทำให้กดดันตัวเองมากเกินไปทั้งยังทำให้กำลังใจถดถอย เพราะเงยหน้ามาทีไร ก็เห็นแต่กองงานวางเต็มโต๊ะไปหมด แถมยังไม่เป็นผลดีต่อความรู้สึกของเจ้านายด้วย เพราะสื่อถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารเวลาและขาดความน่าเชื่อถือในการเคลียร์งานให้เสร็จตามกำหนด

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่มักติดเป็นนิสัยยาวนาน หากสามารถล็อคช่วงเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างรัดกุมเท่าใด ก็จะเป็นการสร้างระเบียบวินัยให้แก่ตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่าการจัดการงานที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายให้มีคุณภาพและส่งทันเวลาก็ย่อมไม่เป็นเรื่องเกินกำลังของคุณด้วยเช่นกัน

บริหารเวลา ฉบับผู้สำเร็จ

มารู้ถึงแนวทางบริหารเวลา 24 ชม. ฉบับผู้สำเร็จ

เวลาเป็นสิ่งที่มีจำกัด เพียง 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน ทำไมบางคนทำอะไรได้หลายอย่าง แต่หลายคนก็ยังพลาดงานหลายสิ่งจนเกิดความเสียหาย และนี่คือ 13 เคล็ดลับการบริหารเวลาในแต่ละวันตามแบบฉบับของผู้สำเร็จ

1. คิดอะไรออกต้องจดบันทึกไว้ จะเป็นแอพพลิเคชั่นในมือถือ หรือสมุดโน๊ตก็ไม่ผิดกติกา ไอเดียดี ๆ ที่มีค่า มักมาเวลาไม่รู้ตัวเสมอ

2. อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการคิดงาน เช่น ห้องเงียบ หรือในสวนหลังบ้านที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้

3. เปลี่ยนระบบเตือนข้อความหรือสายเข้าเป็นแบบสั่นยามที่ต้องการสมาธิ หรือในวันหยุด เพื่อให้เวลากลับมาเป็นของเราเต็มที่ยิ่งขึ้น

4. ก่อนนอนต้องวางแผนสิ่งที่จะทำวันถัดไปรวมถึงกำหนด timeline ให้ชัดเจน เพื่อให้เช้าวันถัดไปมีเป้าหมายและทำตามแผนได้ดีขึ้น

5. ให้เวลากับสังคมน้อยลง การเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ต เช่น การแชท บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องตอบในทันที การบริหารเวลาที่ดีจึงต้องแยกแยะเวลางานกับเวลาส่วนตัว

6. คิดแผนสำรองไว้เสมอ เช่น การรูดบัตรเครดิตหากเครื่องรูดบัตรไม่ผ่านก็ควรมีเงินสดพกติดตัวไว้สำรองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาหาตู้กดเงินและป้องกันการเสียเครดิตด้วย

7. การล็อคเวลาออกกำลังกาย เช่น ทุกเช้าหรือทุกเย็นหลังเลิกงาน เพื่อให้ร่างกายได้กระปรี้กระเปร่าจากสารเคมีและฮอร์โมนที่สมดุลอยู่เสมอ

8. ต่อยอดจากประสบการณ์ เพื่อทำให้ร่นระยะเวลาในการทำงานชิ้นต่อเนื่อง ทำให้สามารถได้งานมากขึ้นในเวลาที่สั้นลง

9. การฝึกสมาธิเป็นประจำและตั้งสมาธิก่อนทำงานเสมอ จะทำให้ลดอาการวอกแวกและลดความผิดพลาดในการทำงาน ที่ต้องเสียเวลาแก้ไขในภายหลังได้

10. บริหารคนให้เป็น ผู้นำที่ดีของทีมจะต้องเรียนรู้การแจงงาน เพื่อบริหารเวลาของทีมร่วมกันให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายร่วมที่ดีที่สุดและลดการไม่สมดุลของงานที่จัดให้บางคนน้อยไป บางคนมากไป จนทำให้เกิดความขัดแย้งในภายหลังด้วย

11. เลือกสิ่งที่ด่วนและสำคัญ ทำก่อนเรื่องด่วนแต่ไม่สำคัญ ส่วนเรื่องสำคัญแต่ไม่ด่วนก็ยกไว้เป็นลำดับสุดท้ายที่ต้องทำในแต่ละวัน

12. ใช้เครื่องทุ่นแรงบ้าง อย่างการนั่งรถสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถรับจ้างส่วนบุคคล แทนการขับรถเองไปในย่านที่เป็นชุมชนจอแจหรือหาที่จอดรถยาก ทำให้ประหยัดแรงงานและเวลาได้อย่างมาก

13. การให้อภัยตัวเองในความผิดพลาด เช่น เวลาที่ไม่สามารถทำตามแผนบางอย่างได้ และชื่นชมให้กำลังใจตัวเองที่มีความมุ่งมั่นจนทำตามแผนได้สำเร็จแม้จะไม่ครบทุกข้อก็ตาม

หวังว่า 13 เคล็ดลับการบริหารเวลา 24 ชั่วโมงที่กล่าวมา จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดสรรตารางงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น เพื่อคุณภาพชีวิตและการทำงานที่ดีในระยะยาว

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

ในปัจจุบัน การบริหารเวลาให้มีประสทธิภาพที่สุด เป็นตัววัดศักยภาพความสำเร็จที่หลายคนโดยเฉพาะวงการธุรกิจต้องยกนิ้วยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรามาดูกันว่าเหล่ากูรูผู้ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารเวลา เขาทำอย่างไร จึงสามารถใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชม. เท่ากันกับคนอื่น ๆ ในการทำงานหรือสร้างงานใหม่ ๆ ให้ประจักษ์ต่อสายตาผู้อื่นได้

1. การวางแผนก่อนลงมือ

เป็นเทคนิคข้อแรกที่นักบริหารเวลาส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น ๆ เนื่องจากการวางแผนที่มีลำดับขั้นความคิดที่ถูกต้อง การวางแผนลงตัวอย่างเหมาะเจาะ จะทำให้การปฏบัติส่วนที่เหลือลงล็อคได้อย่างเป๊ะ ไม่ค่อยมีปัญหาให้แก้มากนัก

2. การลงล็อคเรื่องเวลา

งานทุกอย่างต้องมีกำหนดวันเสร็จ หรือ due date ซึ่งไม่เฉพาะงานทางธุรกิจที่ต้องมีตารางคุยงานหรือเมคดีลกับลูกค้าเท่านั้น แม้แต่คนที่ทำงานขององค์กรภาครัฐหรือทำงานบ้าน ก็ต้องมีล็อคเวลาของงานแต่ละอย่างตาม KPI ขององค์กรเช่นกัน

3. ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉย ๆ

การใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันนั้น คนที่บริหารเวลาเก่ง ๆ มักไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประยชน์ จะสามารถเอางานแทรกในตารางเวลาต่าง ๆ ให้ได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่เหลือ gap ของเวลา หรือ “เวลาว่าง ที่ไร้ประโยชน์เลย

4. การรู้ความต้องการตัวเอง

คนที่บริหารเวลาดี มักใส่ใจกับเรื่องสำคัญหรือเรื่องที่ตัวเองอยากทำ มากกว่าการทำตามแฟชั่นหรือการชักชวนที่ออกนอกทิศทางความสนใจ คนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่ค่อยมีสิ่งใดที่มาหันเหความสนใจจากเป้าหมายได้ง่าย ๆ

5. การมีเป้าหมายและทิศทาง

จากข้อ 4. การทำสิ่งต่าง ๆ ต้องมีทิศทางที่ชัดเจนเสมอ เหมือนก่อนจะออกรถสตาร์ทเครื่อง คนที่บริหารเวลาได้เก่ง มักวางแผนและกำหนดเส้นทางในใจแล้วว่าจะออกไปทิศทางไหน ในช่วงเวลาตอนนี้ จึงจะหลบเลี่ยงรถติดที่ดีที่สุด

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

6. พัฒนาตัวเองเสมอ

คนที่บริหารเวลาดี มักปรับแก้ไขแผนตัวเองเพื่อเป็นการปิดช่องโหว่หรือจุดอ่อนต่าง ๆ หากยังได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นตามที่หวังไว้ เช่น ใช้เวลามากเกินไป จึงเป็นคนที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง

7. ใช้ตัวช่วย

ปัจจุบันการมี application ต่าง ๆ บน smart phone เป็นตัวช่วยที่ดีมาก สำหรับการบริหารเวลา ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการปลุกเตือนให้ทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การนัดหมาย การประชุม การคุยงานลูกค้า เป็นต้น

เราเชื่อมั่นว่า ทั้ง 7 เทคนิคบริหารเวลาของผู้ประสบความสำเร็จ จะเป็นประโยชน์กับทุกคนและสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพอย่างแน่นอน