ทำอย่างไร บริหารเวลาได้แบบเศรษฐี

ทำอย่างไร บริหารเวลาได้แบบเศรษฐี

ไม่มีใครที่อยากฐานะยากจน ทุกคนอยากเป็นเศรษฐี มีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย มีอิสรภาพในการใช้ชีวิตแบบที่ชอบ แต่สิ่งที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ไม่สามารถร่ำรวยได้ตามต้องการนั้นมักมาจากพื้นฐานอันได้แก่ การบริหารจัดสรรเวลาได้ไม่ดีพอ จึงทำให้เวลาในแต่ละวันผ่านไปอย่างมีคุณค่าน้อยกว่าที่ควรเป็น

เรามาดูกันว่า ถ้าคุณอยากบริหารเวลาแบบเศรษฐี ต้องทำอย่างไรบ้าง

  1. ใช้เวลา 1,440 นาทีอย่างดีที่สุด

มีผู้คำนวณว่าทุกวันเรามีเวลา 1,440 นาที ในการทำเงินเข้ากระเป๋า ในขณะที่คนจำนวนมากปล่อยให้เวลาผ่านไปกับการนอนหลับพักผ่อน การเล่นเกมส์ ดูหนังซีรีส์หรือใช้สื่อโซเชียลมากเกินจำเป็น จนทำให้เวลา 1,440 นาทีร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ ผ่านไปทุกวัน ส่วนคนที่เป็นเศรษฐีกลับคำนึงถึงคุณค่าของเวลาเหล่านั้น ว่าสามารถนำมาใช้ในการทำงานสร้างสรรค์สินค้าใหม่ ๆ และผลิตเงินเข้ากระเป๋าได้อีกมาก

  1. ให้เวลากับเรื่องสำคัญเท่านั้น

งานแต่ละอย่างมีความสำคัญไม่เท่ากัน การจัดลําดับความสําคัญและเร่งด่วนของงานถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น เช่น ทุกวันคุณมีสิ่งที่ต้องทำนับสิบอย่าง แต่ต้องเลือกทำงานที่สำคัญและเร่งด่วนมากที่สุดมาทำเป็นอันดับต้น ๆ โดยต้องมุ่งมั่นทำให้สำเร็จด้วย ไม่ว่าจะพบปัญหาอย่างไรก็ต้องแก้ไขให้ลุล่วง ส่วนงานที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ หรืองานที่ไม่สำคัญ ต้องยกไปไว้อันดับสุดท้าย เพราะถึงแม้จะพลาดไป ก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อเส้นทางการสร้างความร่ำรวยของคุณ

  1. เลือกตื่นเช้าตรู่

มีการศึกษาตามหลักแพทย์แผนจีนพบว่า ช่วงเวลาตีสามถึงตีห้าเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการตื่นนอน เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูปอด ผู้ที่เป็นมหาเศรษฐีทั่วโลกมักจะตื่นแต่เช้าเพื่อการออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ ทำสมาธิ และวางแผนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันแบบไม่รีบร้อน เพื่อให้การงานที่จะทำมีความรอบคอบมากที่สุด การตื่นแต่เช้ายังทำให้มีเวลาเหลือในการทบทวนเป้าหมายชีวิตของตัวเอง เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ตามแนวทางที่วางไว้อย่างเคร่งครัดด้วย

  1. ให้เวลากับการพัฒนาตนเอง

ในช่วงเวลาก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง ต้องกำหนดเป็นเวลาส่วนตัวในการอ่านหนังสือที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ เสริมจินตนาการหรือความคิด หรือดูคลิปวิดีโอแนววิเคราะห์ข่าวสารการเมืองเศรษฐกิจทั่วโลก เพื่อให้เกิดมุมมองที่แตกฉานยิ่งขึ้น และสามารถไปต่อยอดไอเดียให้แก่ธุรกิจแบบนอกกรอบได้อย่างไม่จำกัด

จะเห็นได้ว่าการบริหารเวลาอย่างมหาเศรษฐีนั้น มีเทคนิคที่สำคัญอยู่หลายอย่าง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นแนวทางในการนำไปปรับใช้ในทุกวัน เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่ง สามารถเป็นเศรษฐีในอนาคตได้เช่นกัน

อยากประสบความสำเร็จตั้งแต่ก่อนอายุ 35

อยากประสบความสำเร็จตั้งแต่ก่อนอายุ 35

การประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งในเรื่องของการงาน การเรียน และความมั่งคั่ง เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทุกคนสามารถสร้างรายได้ทำงานได้ตั้งแต่อายุน้อย ร่วมกับการมีเทคโนโลยีและการตลาดออนไลน์ที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพและทำให้เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน การจะประสบความสำเร็จก่อนวัย 35 ปี จึงไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป มีอะไรที่ควรทำ หากต้องการประสบความสำเร็จเช่นนี้

การจะมีกำลังสมองที่แจ่มใส ต้องมาจากสุขภาพกายที่แข็งแรง จึงต้องไม่ละเลยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ที่จะทำให้กระทบต่อความสามารถในการทำงานด้วย คนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย จะสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกันได้โดยมีการจัดสรรเวลาอย่างลงตัว เพื่อรักษาสมดุลในการทำงาน การเรียน การให้เวลากับคนรักได้โดยไม่มีปัญหา จึงต้องฝึกคิดและวางแผนอย่างเป็นระบบอยู่เสมอ

มีความตั้งใจสูง

ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เป็นคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้ของคนที่ประสบความสำเร็จ การพร้อมลุยในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็พร้อมที่จะรับมือแก้ไข โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาใด ๆ จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เป็นนิสัยตั้งแต่วันนี้ รวมถึงการใฝ่หาความรู้ ช่องทางการศึกษาความรู้ใหม่ ๆ มีมากมาย ทั้งข่าวสารออนไลน์ บทวิเคราะห์การเมืองการลงทุน การเรียนคอร์สออนไลน์ การเข้ากลุ่มสัมมนาเฉพาะด้าน ฯลฯ ผู้ที่ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ จะสามารถปรับตัว แก้ไขปัญหา หรือบริหารความเสี่ยงได้ทันต่อสถานการณ์ จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง

ลงทุนอย่างมีความรู้ จะทำให้เพิ่มมูลค่าของเงินและทรัพย์สินที่มีอยู่ให้ก้าวกระโดดได้ โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้น กองทุน พันธบัตร ตลอดจนผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญทางการเงินที่จะแนะนำเท่านั้น แต่ต้องเรียนรู้จากระดับพื้นฐานด้วยตนเองควบคู่ไปด้วย

รู้จักปฏิเสธหรือตัดสิ่งไม่จำเป็นออก

หลายเรื่องในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งไม่จำเป็น หรือทำให้ใช้เวลามากเกินไป ต้องรู้จักวางเฉยหรือตัดออกบ้าง รวมถึงการขอความช่วยเหลือที่ไม่เหมาะสม เช่น เพื่อนร่วมงานต้องการให้ช่วยแบ่งเบาภาระงาน หากคุณเองยังมีสิ่งที่ต้องทำและสำคัญกว่า ก็ต้องรู้จักปฏิเสธเช่นกัน จึงจะทำให้แผนงานที่วางไว้ลงตัวและก้าวสู่ความสำเร็จได้ตามต้องการ

มีหลายเรื่องที่เราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกันได้ ถ้าต้องการประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อยเพื่อเป้าหมายคือการมีอิสระทางการเงิน และการใช้เวลาที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

Time Management

กุญแจสำคัญเรื่อง Time Management เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

เพื่อให้มีความระเบียบสม่ำเสมอในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้า ช่วงสายหรือบ่าย ช่วงเย็น ก็จะช่วยให้ร่างกายมีการปรับตัวสอดคล้องกับจังหวะกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง เรามีกุญแจสำคัญการบริหารเวลาให้ลงตัวเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

ช่วงเวลาเข้านอน

การแพทย์แผนโบราณได้รับรู้มาตั้งนานแล้วว่า การนอนหลับที่มีการบริหารเวลาจะทำให้นอนมีคุณภาพ กล่าวคือ ให้เข้านอนประมาณ 3 ถึง 4 ทุ่ม ส่วนการตื่นนอนตี 5 ก็จะช่วยให้อวัยวะร่างกายลงตัว มีความสดชื่น อารมณ์เบิกบาน ดวงตาแจ่มใสเปล่งประกายและมีผิวพรรณที่มีน้ำมีนวล ในทางตรงข้ามหากไม่นอนตอนกลางคืนแต่มานอนตอนกลางวันหรือนอนไม่เป็นเวลาแบบมีการเปลี่ยนเวลาไปมา ทำให้แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนได้กล่าวไว้ว่า มีโอกาสทำให้ตับร้อน ปอดชื้นและไตไม่ค่อยดีได้ กลุ่มนักดูบอลที่ชอบดูบอลออนไลน์ดึกๆ ควรเปลี่ยนมาอ่านทีเด็ดบอลยามสายๆของวัน เปิดบิลแทงตามเซียน แล้วนอนหลับไว้ค่อยมาเช็คผลบอลเมื่อคืนในรุ่งเช้าแทน เพื่อสุชภาพ เพราะฉะนั้น หากใครที่ไม่สามารถนอนและตื่นในช่วงเวลานี้ได้และรู้สึกว่าเป็นเรื่องยาก ให้เปลี่ยนนิสัยความเคยชินด้วยการตั้งใจประมาณ 3 วัน ก็จะพบว่ามีความรู้สึกสดชื่น มีพลังเหมือนเป็นคนใหม่

7 โมง รับประทานอาหารเช้า

การรับประทานอาหารเช้าประมาณ 7 โมง อาจจะก่อนหรือหลังไม่มากนักก็ได้ แต่อย่าไปรับประทานเวลาที่ติดกับมื้อเที่ยงเนื่องจากผิดเวลา เพราะฉะนั้น ควรให้มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด หมายความว่า รับประทานให้อิ่มเพื่อจะได้มีพลังงานใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งวัน แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยโดยเฉพาะคนในปัจจุบันไม่รับประทานอาหารเช้า หรือมีการดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียว ขนมปังสักชิ้นหรือสองชิ้น เนื่องจากตื่นสาย ส่วนใหญ่เกิดจากการนอนดึกทำให้รุ่งเช้ากลัวว่าจะไปทำงานไม่ทัน ซึ่งการรับประทานอาหารเช้าในลักษณะนี้ถือว่าไม่เหมาะกับการรักษาสุขภาพ จึงควรจัดเวลาทานอาหารเช้าให้เป็นนิสัย

12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง

อาหารมื้อเที่ยง คือ ช่วงเวลาพักเที่ยงถึงบ่ายโมง ไม่ใช่มีอารมณ์ตอนไหนก็รับประทานตอนนั้นเพราะจะทำให้สุขภาพแย่ หน้าตาจะซูบเซียวและโทรมได้ ส่วนปริมาณควรรับประทานอย่างพอดี

18.00 น. รับประทานอาหารมื้อเย็น

อาหารมื้อเย็นจะรับประทานหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าจะรับประทานก็ควรทานปริมาณที่ไม่มาก เพราะอีกไม่นานก็จะนอนแล้ว ในทางตรงข้าม หากรับประทานมากเกินไป จะทำให้เป็นภาระต่อร่างกายในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร

การบริหารดังกล่าวข้างต้น ได้มีการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดไว้ว่า เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกายมนุษย์มีนาฬิกาชีวภาพอยู่จริง ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาอวัยวะแต่ละอย่างจะมีหน้าที่เด่นแตกต่างกัน ดังนั้น คุณควรปรับชีวิตในแต่ละวันให้สอดคล้องกับการบริหารเวลา โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและเวลานอนเพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณมีสุขภาพแข็งแรง และยังทำให้มีพลังไปทำกิจกรรมได้ทั้งวัน

บริหารเวลาแบบมหาเศรษฐีเขาทำกันอย่างไร

บริหารเวลาแบบมหาเศรษฐีเขาทำกันอย่างไร

บริหารเวลาแบบมหาเศรษฐีเขาทำกันอย่างไร

ใน 1 วัน เรามีเวลาเท่ากัน คือ 1440 นาที ผู้ที่ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าทุกนาทีย่อมทำให้เกิดประสิทธิผลที่ดีที่สุดในการสร้างรายได้ ควบคู่กับการมีสุขภาพกายและใจที่ดี เมื่อบริหารเวลาได้เป็นมืออาชีพ ก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตที่ก้าวไกลและเร็วกว่าคนอื่นที่อยู่ในช่วงอายุเท่ากันด้วย

เรามาดูกันว่ามหาเศรษฐีทั้งในไทยและต่างประเทศ มีหลักการในการบริหารเวลาอย่างไรบ้าง

1.มีทัศนคติที่ดีว่าเวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด

แม้ว่าเงินทอง บ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน จะมีมูลค่าราคาแพงมากแค่ไหน แต่อย่างไรก็ไม่เท่ากับเวลาที่คุณมีอยู่ เพราะเวลาเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหาทดแทนได้ ผู้ที่เป็นมหาเศรษฐีนั้น ต่างรู้จักบริหารเวลาเป็น เลือกให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ชีวิตบรรลุเป้าหมายเท่านั้น เพื่อให้การใช้เวลาของเขามีคุณค่าที่สุด

2.เลือกใส่ใจทำงานที่สร้าง passive income

ในเมื่อ 1 วัน คุณมีเวลาจำกัดที่ 1440 นาที ดังนั้น จึงต้องเลือกว่าควรทำกิจกรรมใดก่อนหรือหลัง มหาเศรษฐีทั่วโลกจะเน้นการสร้างรายได้แบบ Passive Income โดยไม่จำเป็นต้องลงแรงหรือลงมือด้วยตัวเองไปจนตลอด เช่น การลงทุนผ่านกองทุนหรือการเล่นหุ้น ซึ่งจะทำให้มีผลลัพธ์ที่แตกต่างก้าวกระโดด ไม่เหมือนการใช้แรงทำงานเพื่อรับค่าจ้างเป็นรายวันหรือรายเดือน เพราะหากเป็นแบบนั้น เมื่อหยุดก็จะไม่สามารถได้เงินค่าตอบแทนใด ๆ นั่นเอง ดังนั้นสิ่งใดที่ส่งผลให้เกิดรายได้แบบ Passive Income ผู้ที่เป็นมหาเศรษฐีจะไม่นิ่งนอนใจที่จะทำเป็นอันดับต้น ๆ

3.เชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง

หากอ่านหนังสือแนวฮาวทูแล้วพบว่าผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำการบันทึกสิ่งที่ต้องทำไว้เป็นประจำ ว่าอันดับ 1 2 3 คืออะไร ควรทำกิจกรรมอย่างไรเวลาไหน แต่หากไปอ่านบทสัมภาษณ์ผู้เป็นมหาเศรษฐีชั้นนำ ซึ่งมีอยู่จำนวนน้อยของโลก จะพบว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้ทำตามทฤษฎีเหล่านี้ แต่เลือกที่จะทำตามความเชื่อมั่นหรือสัญชาตญาณของตัวเอง ทำสิ่งที่รู้สึกว่าต้องทำในช่วงจังหวะเวลาหนึ่ง ๆ โดยไม่รอเวลาหรือปฏิทินการทำงาน ซึ่งผลลัพธ์ย่อมแตกต่างจากคนทั่วไป

4.ให้ความสำคัญกับช่วงเวลาเช้า

การตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อออกกำลังกาย ฝึกสมาธิและทำงานชิ้นสำคัญก่อน จะทำให้คุณใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ที่สุด ซึ่งมีการใช้คำว่า The Miracle morning คือ ช่วงเวลาเช้าเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดในการทำกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะใน 60 นาทีแรกของวัน หากคุณทำสิ่งใดที่เป็นประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ ย่อมพัฒนาตัวเองให้เติบโตทุกด้านได้ไกลกว่าผู้อื่นอย่างแน่นอน

มหาเศรษฐีจำนวนมากใช้หลักการบริหารเวลาที่เรากล่าวมาเป็นประจำ เพื่อเห็นผลในทางปฏิบัติได้ในเวลาไม่นาน เราหวังว่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้ผู้อ่านนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อบริหารเวลาของตัวเองได้อย่างดีด้วยเช่นกัน

เคล็ดลับการบริหารเวลา เพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เคล็ดลับการบริหารเวลา เพื่อใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เวลาของทุกคนมีเท่ากัน คือ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าใครก็ได้รับความยุติธรรมเพราะได้มาฟรีและมีอยู่จำกัด ถ้าได้ใช้หมดไปแล้วก็ไม่สามารถซื้อหรือขอยืมใครได้ แต่ทำไมบางคนกลับบ่นว่า ไม่มีเวลา จึงทำให้มีข้ออ้างในสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต้องทำ ซึ่งกว่าจะรู้ก็สายไปแล้ว เช่น ไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือดูแลตัวเอง กว่าจะเห็นความสำคัญได้ก็ต่อเมื่อนอนป่วยอยู่บนเตียงแล้ว ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกเคล็ดลับการบริหารเวลาเพื่อจะได้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

เคล็ดลับการบริหารเวลา

เคล็ดลับที่ 1 จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง

การเรียงลำดับในสิ่งที่มีความสำคัญก่อนหลังเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าไม่ได้จัดลำดับความสำคัญลดหลั่นกันไป ทำให้มองว่าทุกอย่างสำคัญไปหมด แล้วเลือกที่จะลงมือทำสิ่งที่เรารู้สึกอยากทำก่อน ก็จะไปกินเวลาในสิ่งที่จำเป็นต้องทำจริง ๆ หรือสิ่งที่สำคัญมากกว่าก็ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาในเรื่องของการไม่มีเวลาตามมา

กรณีสำหรับคนที่ต้องทำงาน จะดีไม่น้อยเลยหากมีการใช้หลักการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังก็จะช่วยลดปัญหางานค้างได้ดี ซึ่งมีทั้งหมด 4 หลักการ ประกอบด้วย หลักการที่ 1 งานที่ต้องทำวันนี้และเดี๋ยวนี้ คือ งานที่สำคัญและเร่งด่วน หลักการที่ 2 งานที่ควรทำวันนี้ คือ งานที่ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน หลักการที่ 3 งานที่ควรทำวันพรุ่งนี้ คือ งานที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน หลักการที่ 4 งานที่ทำวันไหนก็ได้ คือ งานที่ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน

เคล็ดลับที่ 2 จัดการเวลาออกเป็น 3 ส่วนเท่ากัน

การจัดการเวลา 24 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 3 ส่วน หมายความว่า ให้เฉลี่ย 8 ชั่วโมงเท่ากันหมด โดยส่วนที่หนึ่ง 8 ชั่วโมงของการนอนหลับ โดยให้เน้นเวลาเข้านอนเป็นหลัก ไม่ใช่เวลาตื่นนอน ซึ่งจำนวนชั่วโมงแต่ละคนไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่จะเป็น 8 ชั่วโมง ส่วนที่สอง 8 ชั่วโมงของการทำงานหรือเรียนหนังสือ ส่วนที่สาม 8 ชั่วโมง จัดการในเรื่องต่าง ๆ นอกเหนือจากส่วนที่หนึ่งกับสอง ไม่ว่าจะเป็น การเดินทาง เข้าสังคม กิจกรรมยามว่าง งานอดิเรก ออกกำลังกาย อาบน้ำแต่งตัว หรืออื่น ๆ

เคล็ดลับที่ 3 จัดสรรเวลาอย่างมีวินัย

สิ่งที่ทำอยู่หากไม่มีวินัยในการบริหารเวลา โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้ดึงเวลาจนเสียหายได้ เช่น เล่นเกมส์ เที่ยวกลับดึกมาก ดื่มแอลกอฮอล์จนเมา เป็นต้น เพราะต่อให้มีการจัดสรรเวลาที่ดี ก็อาจจะรวนไปหมด จนกระทั่งไม่มีเวลาเหลือในการทำอะไรที่สำคัญหรือทำอะไรไม่ค่อยทัน นำไปสู่ความวุ่นวายในชีวิตประจำวันได้

ยุคปัจจุบันเป็นยุคข้อมูลข่าวสารเต็มไปหมด ทำให้โลกเปลี่ยนไปเร็วและการสื่อสารก็เป็นไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้คนจำนวนมากมีความรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องแข่งขันกับงาน แข่งกับเวลาและแข่งกับตัวเอง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องบริหารเวลาเพื่อจะได้มีวิถีชีวิตที่สบายขึ้น โดยไม่ต้องรีบร้อนลุกลี้ลุกลนนั่นเอง

เคล็ดลับการบริหารเวลา

หลักการบริหารเวลาของคนดังระดับโลก

หลักการบริหารเวลาของคนดังระดับโลก

การบริหารเวลาเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญกับชีวิต หากคุณอยากให้ชีวิตคุณประสบความสำเร็จ คุณต้องรู้จักบริหารเวลาให้เป็น บางคนเข้าใจว่าการบริหารเวลาเป็นเรื่องของนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งก็พูดถูกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น จะให้ถูกต้องทั้งหมดก็คือการบริหารเวลาเป็นเรื่องของคนทุกคน ในการจัดสรรเวลาของชีวิตในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนให้สามารถจัดการกับหน้าที่ ความรับผิดชอบให้สัมฤทธิ์ผลได้มากที่สุด และสามารถบาลานซ์ชีวิตให้มีความสมดุลคือ ไม่หนักเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องครอบครัว เรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไปจนทำให้ด้านอื่นเสียหายไปนั่นเอง เรามาดูกันว่าคนดังที่ประสบความสำเร็จจนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในระดับโลกนั้น เขามีหลักการบริการเวลาตัวเองอย่างไร

บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

เราต่างก็ทราบกันดีว่าเวลาของประธานาธิบดีไม่ว่าจะเป็นของประเทศไหนก็คงจะยุ่งวุ่นวายทั้งวัน เพราะมีงานที่รอให้ตัดสินใจและหน้าที่มากมายให้ปฏิบัติ หากไม่รู้จักการบริหารเวลาที่ดีแล้ว เชื่อแน่นอนว่างานก็คงจะกินเวลาส่วนตัวและเวลาครอบครัวไปอย่างแน่แท้ แต่ไม่ใช่สำหรับอดีตประธานาธิบดีอย่างบารัค โอบามา คนนี้อย่างแน่นอน เพราะเขาได้บริหารและจัดการเวลาอย่างดีจนสามารถจัดการชีวิตของเขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

โอบามา เริ่มต้นกิจกรรมของวันด้วยการตื่นขึ้นมาออกกำลังกายทุกวันก่อนไปทำงาน และใช้เวลา 1 ชั่วโมงแรกของการทำงานจัดการกับสิ่งที่ต้องทำโดยเรียงจากลำดับเอาเรื่องที่มีความสำคัญขึ้นมาทำก่อน โดยจัดแจงให้แล้วเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนในเวลาช่วงระหว่างวันก็ปฏิบัติภารกิจตามตารางนัดหมายไป และเวลาช่วงเย็นก็ให้เป็นเวลาของครอบครัวโอบามาจะกลับมาทานข้าวเย็นและดูแลลูก ๆ ในช่วง 6 โมงเย็น หลังจากนั้นจะกลับไปเคลียร์งานอีกครั้ง และเขาจะอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ในทุก ๆ คืนก่อนเข้านอน

บารัค โอบามาเป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่บริหารจัดการเรื่องเวลาได้เป็นอย่างดีเยี่ยม เป็นประธานาธิบดีที่เน้นเรื่องการบริหารประเทศเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันครอบครัวก็สำคัญกับเขาเช่นกัน เขาจึงต้องให้เวลากับครอบครัวในทุก ๆ เย็น และเรื่องสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจด้วย เพราะสติปัญญาที่ดีมักจะอยู่ในสภาพร่างกายที่แข็งแรง แม้ว่าเขาจะเป็นประธานาธิบดีเขาก็ยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เขายังอ่านหนังสือเพิ่มเติมความรู้ในทุก ๆ วันทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการที่เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้น ส่วนหนึ่งย่อมเกิดขึ้นจากการจัดการบริหารเวลาที่ดีของเขาด้วยเช่นกัน

แล้วคุณล่ะ มีการบริหารเวลาในชีวิตแต่ละวันของคุณเป็นอย่างไรกันบ้าง ส่วนไหนที่หนักเกินไปหรือขาดหายไปบ้าง สำหรับใครที่ยังไม่เคยจัดการจัดแจงหรือบริหารเวลาตัวเอง หรือใครที่รู้สึกว่าตัวเองยุ่งทั้งวัน ลองบริหารเวลาดูโดยเริ่มจากการลิสต์รายการสิ่งที่ต้องทำลงบนกระดาษ แล้วจัดลำดับความสำคัญ ทำสิ่งสำคัญก่อน เรื่องไหนด่วนให้เร่งทำ เรื่องไหนไม่ด่วนก็ค่อยทำทีหลังได้ หากคุณจัดการเวลาได้ดีแล้ว คุณจะรู้สึกว่าเหมือนมีเวลาในชีวิตมากขึ้นด้วย

บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

5 เทคนิคการบริหารเวลา เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

เทคนิคการบริหารเวลา เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

สาเหตุหนึ่งของปัญหาชีวิตที่ยุ่งเหยิง ดูวุ่นวายในทุกวัน คือมีการบริหารจัดการเวลาที่ไม่ดีพอ วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 5 เทคนิคการบริหารเวลา ซึ่งจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ มาดูกันว่าจะมีเทคนิคไหนน่าสนใจและนำไปใช้ได้บ้าง

บริหารเวลาแบบไหนให้ชีวิตดี

ตื่นนอนแต่เช้า – การตื่นเช้า นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่เป็นช่วงที่ดีที่สุดของแต่ละวันแล้ว ยังทำให้เรามีเวลาจัดการสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นด้วย ใครที่มีปัญหาเรื่องทำงานไม่ทันลองนำเทคนิคนี้ไปใช้ เมื่อได้ลองทำเป็นประจำสักสองสัปดาห์จะเห็นผลได้เลยว่าชีวิตมีคุณภาพมากขึ้น อย่างเช่นหลาย ๆ คนที่ตื่นเช้าก็มีเวลารับประทานอาหารเช้าอย่างมีคุณภาพ ซึ่งคนที่ตื่นสายจะไม่มีทางพบกับช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้เลย

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน – การตั้งเป้าหมายในการทำงานเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะถ้าเป้าหมายไม่ชัดเจนก็จะทำให้แรงจูงใจในการทำงานลดลง และจะส่งผลเสียให้งานออกมาไม่มีคุณภาพไปด้วย ดังนั้นต้องตั้งเป้าหมายในทุกครั้งของการทำงาน ซึ่งถ้าเป็นงานระยะยาวก็ควรตั้งเป้าหมายย่อย ๆ ไว้ เพื่อให้เราสามารถทำงานสำเร็จตามกำหนดและได้งานที่มีคุณภาพ

จัดลำดับความสำคัญ – ในการทำงานส่วนใหญ่มักจะมีงานเข้ามาแทรกอยู่เสมอ ซึ่งถ้าเราไม่รู้จักการจัดลำดับความสำคัญ ก็จะทำให้งานต่าง ๆ เสร็จไม่ทันเวลาที่กำหนดได้ จึงควรจดลำดับเป็นข้อ ๆ ในแต่ละวันว่าควรทำอะไรบ้างและถ้าอันไหนสำคัญกว่าหรือมีกำหนดส่งก่อน ก็รีบทำสิ่งนั้น ๆ ให้สำเร็จไปก่อน ส่วนงานที่มีระยะเวลานานก็แบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อให้จัดการได้ง่ายขึ้น

พักผ่อนให้เพียงพอ – การพักผ่อนก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ชีวิตมีคุณภาพ เพราะหากพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะส่งผลเสียต่อการทำงาน รวมถึงผลเสียต่อสุขภาพได้ ซึ่งการนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเท่านั้น ต้องดูถึงคุณภาพการนอนด้วย นอกจากนี้หากรู้สึกเหนื่อยล้ามาก ก็ควรลาพักผ่อนหรือหาเวลาผ่อนคลายบ้าง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่จะช่วยทำให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้นบริหารเวลาแบบไหนให้ชีวิตดี

รับประทานอาหารและออกกำลังกายให้เหมาะสม – การรับประทานอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมก็เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเวลาและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะอาหารที่ดีและการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคนิคข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างในการจัดการและบริหารเวลา สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้ ซึ่งหวังว่าหากได้นำไปใช้แล้ว ก็จะทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น

การบริหารเวลาทำให้ชีวิตดีขึ้น จริงหรือ?

การบริหารเวลาทำให้ชีวิตดีขึ้น จริงหรือ

ด้วยไลฟ์สไตล์ของคนวัยทำงานในยุคปัจจุบัน ทำให้คนต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาทำงานในตัวเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการใช้ชีวิตในเมืองกรุงแตกต่างจากต่างจังหวัดมาก คนเมืองกรุงจำเป็นต้องตื่นเช้ามากเพื่อเดินทางไปทานในตอนเช้า และใช้เวลากว่า 50% หรือเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมงของแต่ละวันเพื่อทำงานและเดินทางกลับที่พัก ทำให้หลายคนไม่มีเวลามากพอสำหรับการทำสิ่งอื่น ๆ ให้กับตัวเอง ซึ่งหลายครั้งชั่วโมงการทำงานไม่ได้การันตีถึงจำนวนงานที่แล้วเสร็จในแต่ละวัน เนื่องจากคนจำนวนไม่น้อยที่ทำงานโดยไม่ได้นำหลักในการบริหารเวลามาใช้ โดยวิธีการบริหารเวลาสามารถทำได้ ดังนี้

บริหารเวลาชีวิตใน 1 วัน

จัดตารางเวลาในช่วงก่อนนอน การจัดตารางเวลาสำหรับวันถัดไป จะทำให้คุณสามารถวางแผนการเวลาในแต่ละช่วงของวัน โดยเริ่มจากใส่สิ่งที่จำเป็นต้องทำหรือตัดสินใจทำได้ยากลงไปในช่วงเวลาแรกของวัน ต่อจากนั้นจึงใส่เรื่องที่มีความสำคัญเป็นอันดับถัดมาลงในตารางเวลา ที่แนะนำเช่นนี้ เพราะการไม่ลงมือทำเรื่องที่ดูยากให้แล้วเสร็จก่อน จะยิ่งเพิ่มความเครียดมากกว่า หากทำเรื่องยากที่สุดของวันนั้นเสร็จไปแล้ว เรื่องอื่นก็เหมือนจะดูง่ายไปหมด

จัดสรรเวลาอย่างเป็นระเบียบ ในเวลางานควรลงมือทำงานให้เสร็จสิ้นโดยไม่นำเรื่องส่วนตัวไปปะปน เพราะการลุยงานให้เสร็จในคราวเดียวจะช่วยให้งานเสร็จเร็วมากกว่า รวมถึงเมื่อกลับถึงที่พักก็ไม่ควรนำเรื่องงานมาเกี่ยวข้องกับเวลาส่วนตัว เพื่อให้สมองผ่อนคลายจากความเครียดได้อย่างเต็มที่

ใส่ช่วงเวลาพักลงในตารางเวลาด้วย แม้ว่าในข้อก่อนหน้าจะบอกให้ตั้งใจทำงานให้เสร็จสิ้น แต่ก็ควรใส่เวลาพักลงในตารางเวลา โดยอาจแบ่งเป็นช่วง เช่น ทำงาน 2 ชม. พัก 5 นาที เป็นต้น เพราะการพักสมอง สายตา และความคิดในช่วงสั้น ๆ นั้น จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

หลักการบริหารเวลาทั้ง 3 ข้อนี้ จะไม่เพียงแต่จะช่วยให้งานของคุณมีประสิทธิภาพและสำเร็จได้ไวขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณมีเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากการจัดตารางเวลาสำหรับการทำงานแล้ว การจัดเวลาสำหรับการดูแลสุขภาพ หรือการใช้เวลาอยู่กับคนที่รักก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรเพิ่มลงในตารางเวลาในแต่ละวันด้วย

นอกจากนี้การจัดตารางเวลาเป็นประจำ ยังช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เพราะการจัดตารางเวลาก่อนนอนจะทำให้เราสามารถวางแผนสิ่งที่ต้องทำล่วงหน้าเป็นอย่างดีแล้ว ทำให้เราไม่ต้องเครียดกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงอีกต่อไป รวมถึงใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น การวางแผนและบริหารเวลาที่ดี ย่อมทำให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนไปกับสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีความเครียดเรื่องการทำงานมาขัดจังหวะ

บริหารเวลาในชีวิตใน 1 วัน

บริหารเวลาอย่างไรให้ตัวเองมีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำ

บริหารเวลาอย่างไรให้ตัวเองมีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำ

“ไม่มีเวลา” เป็นเหตุผลสุดคลาสสิกที่หลายคนชอบหยิบมาใช้เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หรือพนักงานประจำที่ต้องใช้เวลาแทบตลอดวันในการ ทำงานออฟฟิศ เดินทางฝ่าการจราจรและสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน

ความจริงแล้ว เราสามารถบริหารเวลาของตัวเองให้เหมาะสมและลงตัว เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำเพิ่มความแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง และเบาหวานได้ เพียงแค่รู้จักจัดสรรเวลา จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังและสร้างความมีวินัยในตัวเองให้ได้

เทคนิคการบริหารเวลาให้ลงตัว

จัดสรรเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นช่วง ๆ ในแต่ละวัน แต่ให้นับรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 30 นาที หรือให้สามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 200 แคลอรี่ต่อวัน วิธีนี้อาจใช้ช่วงพักเบรกจากการนั่งทำงานมาออกกำลังครั้งละ 10-15 นาทีโดยเน้นความต่อเนื่อง อาจใช้วิธีการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ / ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเช่น ก้ม, บิด, ยืดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือเปลี่ยนการพักเบรกดื่มกาแฟระหว่างประชุมเป็นการเดินต่อเนื่องสัก 10 นาทีในบริเวณใกล้ ๆ สถานที่ประชุมหรือโต๊ะทำงาน

ตื่นให้เช้าขึ้นอีกนิดเพื่อใช้เวลาสำหรับการออกกำลังกายก่อนออกจากบ้าน ช่วง 15-20 นาที ที่ได้เพิ่มมาจากการตื่นเช้า สามารถนำมาใช้เพื่อการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเลือกการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ๆ ในห้องนอนหรือภายในบ้าน อย่างการเต้นแอโรบิก, โยคะ หรือวิ่ง Treadmill ในบ้านก็ได้ นอกจากความสดชื่นหลังออกกำลังกายและอาบน้ำแล้ว ยังจะช่วยให้เริ่มวันใหม่อย่างปลอดโปร่ง แถมด้วยความแข็งแรง ฟิตแอนด์เฟิร์มโดยไม่ต้องไปเข้าฟิตเนสเป็นชั่วโมง ๆ เลยด้วย

เปลี่ยนการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายทำงานมากขึ้น เป็นการออกกำลังกายไปในตัว ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือการเดินแทนการใช้รถ ในกรณีที่ระยะทางไม่ไกลเกินไป อาทิ การไปซื้อของในระยะใกล้ ๆ ควรเลือกการเดินไปเพื่อเป็นการออกกำลังกาย หรือใครจะลองใช้นาฬิกาแบบ Smart watch ที่มีฟังก์ชั่นการนับก้าว ก็จะทำให้สนุกและมีเป้าหมายในเก็บแต้มการเดินในแต่ละวันให้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมคือ 10,000 ก้าว

เปลี่ยนงานบ้านให้เป็นการออกกำลังกาย หลายคนมองว่างานบ้านคือภาระ แต่หากคิดให้ดีแล้ว งานแต่ละอย่างที่สามารถทำเองได้โดยไม่ต้องใช้ลูกจ้างหรือใช้ตัวช่วย ก็จะเป็นการออกกำลังกายที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดบ้าน กวาดพื้น ตัดหญ้า หรือรีดผ้า

ลองบริหารเวลาเพื่อการออกกำลังกายด้วยวิธีเหล่านี้ต่อเนื่อง รับรองว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้นกว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านเป็นแน่แท้

เทคนิคการบริหารเวลาให้ลงตัว

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี

เพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากและมีจำกัด การบริหารเวลาจึงมีส่วนสำคัญที่จะกำหนดให้การทำกิจกรรมในแต่ละวันมีคุณภาพ ซึ่งหลาย ๆ คนก็มีวิธีการจัดการชีวิตกันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีวิธีดี ๆ เราขอนำเสนอ 5 เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันว่าจะมีวิธีที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

5 เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ

ตื่นแต่เช้า การตื่นเช้านอกจากจะทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติยามเช้า ความเงียบสงบที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์งานดี ๆ และยังช่วยให้มีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ พร้อมกับเตรียมตัวต้อนรับวันใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งไม่สามารถหาได้แน่นอนถ้าเกิดว่าเราตื่นสาย หากใครที่กำลังประสบภาวะทำงานไม่ทัน งานไม่มีคุณภาพ ลองเปลี่ยนเวลาเข้านอนให้เร็วและตื่นให้เช้าขึ้น เพื่อจัดการงานที่ค้างอยู่ เมื่อได้ลองทำเป็นประจำแล้ว เชื่อว่าจะต้องหลงรักการตื่นเช้าอย่างแน่นอน

หาเวลางีบหลับช่วงพักกลางวัน ช่วงพักกลางวันส่วนใหญ่มีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งบางคนใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการรับประทานอาหาร เดินเล่น พูดคุย แต่ถ้าเราสามารถหาเวลามางีบจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะมีงานวิจัยรายงานออกมาด้วยว่า การงีบในช่วงกลางวัน ประมาณ 15-20 นาที จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานในตอนบ่ายเพิ่มขึ้นด้วย

ออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งในแต่ละสัปดาห์ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย

พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่ระยะเวลาเท่านั้นที่มีผล ต้องดูถึงคุณภาพการนอนด้วย หลายครั้งที่เรานอนยาวหลายชั่วโมง แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกง่วงหรือไม่สดชื่นอยู่ดีเพราะบางทีอาจจะหลับไม่สนิทก็ได้ ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนเข้านอน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ และต้องจัดบรรยากาศภายในห้องนอนให้เอื้อต่อการหลับอย่างสบายด้วย

ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง หลาย ๆ ครั้งเมื่อเราพูดว่า ‘เดี๋ยว’ จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเสียที จนทำให้ตารางชีวิตสับสนไปหมด ดังนั้นเราต้องจำกัดการใช้คำนี้ เพื่อเลิกนิสัยการเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อที่จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การมีชีวิตที่มีคุณภาพดีและใช้เวลาแต่ละวันอย่างคุ้มค่านั้น หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่เทคนิคที่กล่าวไปข้างต้น สามารถทำได้ง่ายและเริ่มทำได้ทันที

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ