เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี

เพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากและมีจำกัด การบริหารเวลาจึงมีส่วนสำคัญที่จะกำหนดให้การทำกิจกรรมในแต่ละวันมีคุณภาพ ซึ่งหลาย ๆ คนก็มีวิธีการจัดการชีวิตกันอยู่แล้ว แต่ถ้าใครยังไม่มีวิธีดี ๆ เราขอนำเสนอ 5 เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ ด้วยการบริหารเวลาที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันว่าจะมีวิธีที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง

5 เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ

ตื่นแต่เช้า การตื่นเช้านอกจากจะทำให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติยามเช้า ความเงียบสงบที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์งานดี ๆ และยังช่วยให้มีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ พร้อมกับเตรียมตัวต้อนรับวันใหม่ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งไม่สามารถหาได้แน่นอนถ้าเกิดว่าเราตื่นสาย หากใครที่กำลังประสบภาวะทำงานไม่ทัน งานไม่มีคุณภาพ ลองเปลี่ยนเวลาเข้านอนให้เร็วและตื่นให้เช้าขึ้น เพื่อจัดการงานที่ค้างอยู่ เมื่อได้ลองทำเป็นประจำแล้ว เชื่อว่าจะต้องหลงรักการตื่นเช้าอย่างแน่นอน

หาเวลางีบหลับช่วงพักกลางวัน ช่วงพักกลางวันส่วนใหญ่มีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งบางคนใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการรับประทานอาหาร เดินเล่น พูดคุย แต่ถ้าเราสามารถหาเวลามางีบจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า เพราะมีงานวิจัยรายงานออกมาด้วยว่า การงีบในช่วงกลางวัน ประมาณ 15-20 นาที จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานในตอนบ่ายเพิ่มขึ้นด้วย

ออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะดีต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งในแต่ละสัปดาห์ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพิ่มภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย

พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่ระยะเวลาเท่านั้นที่มีผล ต้องดูถึงคุณภาพการนอนด้วย หลายครั้งที่เรานอนยาวหลายชั่วโมง แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกง่วงหรือไม่สดชื่นอยู่ดีเพราะบางทีอาจจะหลับไม่สนิทก็ได้ ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนเข้านอน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ และต้องจัดบรรยากาศภายในห้องนอนให้เอื้อต่อการหลับอย่างสบายด้วย

ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง หลาย ๆ ครั้งเมื่อเราพูดว่า ‘เดี๋ยว’ จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำเสียที จนทำให้ตารางชีวิตสับสนไปหมด ดังนั้นเราต้องจำกัดการใช้คำนี้ เพื่อเลิกนิสัยการเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง เพื่อที่จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การมีชีวิตที่มีคุณภาพดีและใช้เวลาแต่ละวันอย่างคุ้มค่านั้น หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่เทคนิคที่กล่าวไปข้างต้น สามารถทำได้ง่ายและเริ่มทำได้ทันที

เทคนิคสร้างวันที่มีคุณภาพ

บริหารเวลาอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

บริหารเวลาอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

ในแต่ละวัน เราทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จะเห็นได้ว่าผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตในระดับต่างกัน หลายคนทำงานได้น้อยชิ้น ทำให้มีงานคั่งค้าง โดนเจ้านายตำหนิเป็นประจำ แต่บางคนก็ทำงานได้เร็วสำเร็จตามเวลา จนได้รับการสนับสนุนให้ขึ้นตำแหน่งใหญ่โตเรื่อย ๆ จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าผู้ที่สามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น ที่จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตและมีเวลาเหลือในการพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม

คนที่ประสบความสำเร็จมีวิธีการบริหารจัดการเวลาอย่างไร

มีการวางแผนชีวิตในแต่ละวัน

ทุกคนจะมีกิจกรรมที่ต้องทำอย่างน้อย 8 ชั่วโมงสำหรับการทำงาน ผู้บริหารเวลาเป็นอย่างเหมาะสมจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ก่อนนอนในแต่ละวัน เพื่อที่จะวางแผนว่าวันรุ่งขึ้นต้องทำงานอะไรบ้าง เพื่อที่จะลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำได้เร่งด่วนก่อนอย่างถูกต้อง และหากต้องมีการประสานงานกับผู้ใด เมื่อเช้าขึ้นมาจะได้สามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีการตกหล่น

การลดเวลาการใช้สื่อโซเชียล

ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่าวัยรุ่นและคนวัยทำงานส่วนใหญ่จะใช้เวลากับการเล่นโซเชียล เช่น Facebook หรือ Instagram หรือช้อปปิ้งออนไลน์ วันละ 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถือว่าเยอะมาก ถ้าคุณสามารถลดทอนเวลานี้ลงไปได้ ก็จะเท่ากับคุณมีเวลาในการทำกิจกรรมอื่น ๆ มากขึ้นหลายชนิด เช่น เล่นกีฬา นอนหลับพักผ่อน พัฒนาตัวเองด้วยการอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอาสาเพื่อสังคมได้มากยิ่งขึ้น

การมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน

การตั้งเป้าหมายจะทำให้การบริหารจัดการเวลามีรูปธรรมมากขึ้น เช่น คนที่มีเป้าหมายว่า จะลดน้ำหนักให้ได้ในระยะเวลา 3 เดือนก็จะการวางแผนออกกำลังกายอย่างเป็นระบบ ตื่นนอนตั้งแต่เช้าหรือเลือกเวลาตอนเย็น โดยยอมลดกิจกรรมสังสรรค์กับเพื่อนฝูงลง การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจึงเป็นการฝึกวินัยในตัวเองและทำให้การใช้เวลาของคุณมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

การรู้จักปฏิเสธ

หลายครั้งที่เราทำงานยังไม่เสร็จ แต่มีคนมาชวนทำกิจกรรมอื่นแทรก หรือขอร้องให้ช่วยทำงานของเขา ซึ่งหากไม่รู้จักปฏิเสธก็เท่ากับคุณกำลังสละเวลาที่มีค่าของตัวเองไปกับเรื่องอื่น ดังนั้น ต้องท่องไว้ว่าหากงานไม่เสร็จจะไม่ทำงานอื่น หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นที่รบกวนโอกาสในการประสบความสำเร็จของชีวิตคุณ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาของแต่ละคนนั้น จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ถ้าทำตามคำแนะนำข้างต้นทั้ง 4 ข้อได้ ก็จะพบว่ามีเวลาเหลือมากขึ้น ได้พักผ่อนมากขึ้น ทำสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จตามเป้าหมาย

คนที่ประสบความสำเร็จมีวิธีการบริหารจัดการเวลาอย่างไร

เทคนิคบริหารเวลา สำหรับคนงานยุ่ง

เทคนิคบริหารเวลา สำหรับคนงานยุ่ง

การจัดการ บริหารเวลา ที่ดีจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาได้อย่างมีคุณภาพด้วย หากใครเป็นคนที่ดูมีงานยุ่งจนวุ่นวายตลอดเวลาแล้ว ต้องมีการบริหารเวลาที่ดี เพื่อให้สามารถจัดการกับงานทุกชิ้นได้สมบูรณ์แบบ มาดูกันว่าจะมีเทคนิคอะไร ที่จะช่วยให้บริหารเวลาได้ดีขึ้นบ้าง

ทริคบริหารเวลาชีวิต ของคนงานยุ่ง

จัดลำดับความสำคัญ : การจัดลำดับความสำคัญเป็นสิ่งจำเป็นในทุกกิจกรรมของชีวิต ไม่ใช่เฉพาะการทำงานเท่านั้น เมื่อเรารู้ว่าอะไรควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในขณะนั้น ก็จะทำให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน มุ่งเป้าให้งานชิ้นนั้นออกมาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานที่เราต้องการได้ ซึ่งก็จะเป็นที่พอใจต่อตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีการจัดลำดับความสำคัญที่ดี เวลามีงานไหนเข้ามาใหม่เราก็ตื่นเต้น ตกใจ จนจัดการไม่ถูก ก็จะทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะทำงานแต่ละชนิดให้สำเร็จได้

วางแผนการทำงาน : ในการทำงานทุกครั้งควรมีการวางแผน ยิ่งเป็นงานที่ต้องใช้ระยะเวลานาน ยิ่งสมควรเขียนแผนให้ชัดเจน เพื่อให้เราสามารถทำตามแผนจนได้ผลสำเร็จในเวลาที่กำหนดได้ และการเขียนแผนงานยังช่วยให้จัดการกับงานได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นด้วย

แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า : ถึงแม้เราจะวางแผนมาอย่างรัดกุมแล้ว แต่ปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อเป้าหมายหลักที่เราได้วางไว้ หลายคนอาจจะหงุดหงิดเวลาที่สิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่ความหงุดหงิดนั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไร เอาเวลาไปคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า และไม่เสียสุขภาพจิตด้วย

ตื่นเช้าได้เปรียบกว่า : หลายคนที่รู้สึกว่ามีเวลาทำงานน้อยเกินไป งานแต่ละวันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่รู้จะจัดการอย่างไรแล้ว ลองตื่นเช้ามาจัดการงานเหล่านั้นดู เพราะนอกจากจะเพิ่มเวลาการทำงานให้มากขึ้นแล้ว เวลาช่วงเช้ายังทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ใส่ใจกับงานได้เต็มที่กว่าเดิมด้วย

รู้ขีดความสามารถของตัวเอง : หลายครั้งที่เรามีภาระงานล้นมือ แต่ผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าก็ยังมอบงานมาให้เราอีก หากงานบางชิ้นเป็นงานที่สามารถปฏิเสธและมีคนอื่นที่สามารถทำแทนได้ ก็ควรบอกหัวหน้าไป เพราะว่าเราไม่สามารถจัดการทุกสิ่งบนโลกได้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ซึ่งการที่เรารู้จักปฏิเสธบ้างก็จะช่วยให้หัวหน้าได้รู้ว่าระดับการมอบหมายงานให้กับเราในครั้งต่อไป ควรมีขีดจำกัดแค่ไหน ทำให้เราสามารถจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเครียดว่าจะปฏิเสธหัวหน้าอย่างไรอีกด้วย

ความสำเร็จของงานที่มาพร้อมกับคุณภาพที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่ต้องการของทุกคน ซึ่งหากเรามีการบริหารจัดการเวลาที่ดีก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ถ้าใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารเวลา ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ แล้วจะพบว่าได้คุณภาพของงานมากกว่าเดิม และมีความสุขในการทำงานมากขึ้นด้วย

ทริคบริหารเวลาชีวิต ของคนงานยุ่ง

เคล็ดลับบริหารเวลาให้คุ้มค่ากว่าคนอื่น

บริหารเวลาให้คุ้มค่า ดังนี้

ทุกคนมีเวลาที่เท่ากัน 24 ชั่วโมงต่อวัน แต่การใช้เวลาให้คุ้มค่าแต่ละคนทำได้ไม่เท่ากัน การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ทำงานได้ปริมาณงานมากขึ้น มีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการพักผ่อนและดูแลตัวเอง การบริหารเวลาได้ดีจึงเป็นแต้มต่อ แต่จะบริหารเวลาอย่างไรจึงเรียกได้ว่า “คุ้มค่า” ? คำตอบคือ จัดแบ่งเวลาให้เหมาะสมและลงตัวซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก และสามารถทำได้ทันที

บริหารเวลาให้คุ้มค่า ดังนี้

เริ่มจากฝึกตัวเองให้ตื่นนอนเร็วกว่าปกติ เพื่อให้มีเวลาออกกำลังกายก่อนเริ่มภารกิจหน้าทีการงาน จะสร้างสมาธิและอารมณ์ที่แจ่มใส ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทั้งยังมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวเดินทาง โดยไม่ต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักด้วย

จัดตารางการทำงาน กำหนดความเร่งด่วนและลำดับก่อนหลังของงานแต่ละชิ้นให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเตรียมตัวกับแต่ละงาน แต่ละการประชุมได้ดีขึ้น งานที่สำคัญมากและเร่งด่วนที่สุด ควรเป็นงานชิ้นแรกที่จะต้องทำให้ช่วงเช้า เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายและสมองพร้อมที่สุด ส่วนงานในตอนบ่ายควรจะเป็นงานที่ไม่เร่งด่วน คนที่คุ้นเคยกับการทำ “To Do List” จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของงานในแต่ละวันต้องถือว่า คนนั้นเดินถูกทางแล้ว

จัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นอีกตัวช่วยในการบริหารเวลา เพราะจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายต่อการค้นหาและไม่ต้องใช้เวลากับการค้นเอกสารมาก สิ่งนี้ยังรวมถึงการจัดเอกสารในระบบคอมพิวเตอร์เป็นโฟลเดอร์ด้วย

รู้จักปฏิเสธ เป็นคุณสมบัติสำคัญในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ดีขึ้น หากปฏิเสธไม่เป็นหรือไม่กล้าปฏิเสธในบางเรื่องอาจทำให้ต้องรับภาระงานเพิ่ม ในเวลาที่มีเท่าเดิม ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพผลงานของตัวเองได้

กำหนดชั่วโมงการทำงานให้ชัดเจน หมดเวลางานคือจบการทำงาน ในจำนวนชั่วโมงการทำงานทั้งหมดจะต้องกำหนดแผนให้งานแล้วเสร็จ เพื่อไม่ต้องนำงานเหลือค้างกลับไปทำที่บ้าน เพราะเท่ากับเป็นการบังคับตัวเองให้ทำงานเกือบตลอดเวลา เพราะหากทำเช่นนี้ นอกจากไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของชิ้นงานแล้ว ยังบั่นทอนพลังของการทำงานในระยะยาวด้วย

หยุดการใช้สื่อโซเชียลระหว่างทำงาน การทำงานที่สำคัญหรือต้องใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ ต้องตัดสิ่งรบกวนออกไป โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นความเคยชิน อย่างสื่อโซเชียลทั้ง Line และ Facebook ควรปิดชั่วคราว เพื่อให้มีสมาธิกับงานให้มากที่สุด ซึ่งหากทำได้ในระยะยาวจะช่วยเพิ่มปริมาณงานทีทำได้ในแต่ละวันด้วย

ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย มีหลายเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างดี เช่น การประชุมทางไกลผ่านระบบ Webinar หรือ Video call ที่สามารถให้พูดคุยกับผู้ร่วมงานพร้อมกันได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องอยู่ในสำนักงานพร้อมก้น ก็เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการบริหารเวลา

เวลาหมุนเร็วมาก ..กำลังจะผ่านไปอีกปีแล้ว… ลองสำรวจตัวเองว่าใช้เวลาในแต่ละวันได้มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นแล้วหรือยัง หากคำตอบคือ “ยัง” ก็ควรรีบเปลี่ยนตัวเองทันที เพื่อให้ได้แต้มต่อจากการบริหารเวลาให้คุ้มค่ากว่าคนอื่น

เคล็ดลับบริหารเวลาให้คุ้มค่ากว่าคนอื่น

รวม 5 หนังสือน่าอ่าน ถ้าอยากบริหารเวลาชีวิตให้เป็น

รวม 5 หนังสือน่าอ่าน ถ้าอยากบริหารเวลาชีวิตให้เป็น

หากถามว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทุกคนเกิดมาแล้วมีเท่ากันทุกคน แน่นอนว่าคำตอบของหลายคนคงหนีไม่พ้น ‘เวลา’ เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นเกิดมายากดีมีจนแค่ไหน ก็มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ทำให้บ้างคนรู้สึกว่าเวลาของตัวเองน้อยกว่าเวลาของคนอื่นนั้น ก็เป็นเพราะการบริหารเวลาที่แตกต่างกัน เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วมักทุ่มเทเวลาไปกับกิจกรรมบ้างอย่างจนแทบไม่มีเวลาให้กับกิจกรรมอื่น เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นหนังสือเคล็ดลับการบริหารเวลาออกมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตมากมาย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวม 5 หนังสือน่าอ่านที่ช่วยให้การบริหารเวลาอย่างชาญฉลาดมาฝาก

หนังสือ วิธีบริหารเวลาให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน

เริ่มต้นกันด้วยผลงานของ Lothar Seiwert นักเขียนที่มีผลงานด้านการบริหารจัดการชีวิตหลายเล่ม แต่เหตุผลที่แนะนำหนังสือเล่มนี้ก็เพราะหลายคนที่อ่านแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สามารถนำวิธีการและเคล็ดลับต่าง ๆ ในการวางแผนจัดการเวลาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีขั้นตอนและเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม

หนังสือ จัดสรรเวลาดีมีรายได้เพิ่ม 10 เท่า

สำหรับเล่มต่อมาเป็นผลงานเขียนของนักเขียนชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า คะซึโยะ คัตสึมะ ที่ถึงแม้ว่าชื่อหนังสือจะดูคล้ายหนังสือด้านการลงทุน แต่ถ้าได้ลองอ่านแล้วจะทำให้คุณรู้ว่าเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเมื่ออ่านจบแล้วรับรองเลยว่าคุณจะได้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแน่นอน

หนังสือ 15 เคล็ดลับ แค่ใช้เวลาให้เป็น ไม่ต้องเก่ง ก็ไปได้ไกลกว่า

ผลงานเล่มนี้เป็นของนักเขียน Kevin Kruse ที่ได้เผยเคล็ดลับการจัดการเวลาของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในหลาย ๆ วงการ ทั้งมหาเศรษฐี นักธุรกิจ นักกีฬา นักเรียนระดับแถวหน้า นักเขียนระดับ New York Times Bestseller ซึ่งผู้อ่านสามารถนำเคล็ดลับจากหนังสือเล่มนี้มาใช้กับการบริหารจัดการเวลาของตัวเองเพื่อให้เข้าใกล้ความสำเร็จเช่นเดียวกับคนดังเหล่านั้น

หนังสือ Eat the frog “กินกบตัวนั้นซะ!”

จากชื่อหนังสือหลายคนอาจไม่คิดว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการบริหารเวลา แต่บอกเลยหนังสือของ Brian Tracy เป็นหนังสือบริหารเวลาที่ขายดีระดับโลก โดยมียอดขายมากกว่า 2 ล้านเล่มทั่วโลก จึงเป็นการการันตีได้ว่าเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะช่วยจัดการกับเวลา รู้จักจัดลำดับความสำคัญของงาน และเลิกผัดวันประกันพรุ่งเสียที

หนังสือ บริหารเวลาได้เกินร้อย สไตล์สาวยุคใหม่

ปิดท้ายกันด้วยหนังสือบริหารเวลาที่ Pamela Allardice เขียนมาเพื่อผู้หญิงยุคใหม่ที่นอกจากต้องดูแลบ้าน ลูก และสามี ผู้หญิงสมัยนี้ยังต้องทำงานนอกบ้านด้วย หนังสือเล่มนี้จึงได้รวบรวมเคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนจัดการกับเวลาและบริหารจัดการทุกความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ดีไปพร้อม ๆ กัน

การอ่านหนังสือ จะช่วยให้ได้รับมุมมองและแนวคิดใหม่ ๆ ที่อาจจะแก้ปัญหาที่มีอยู่ได้ หากบริหารจัดการเวลาได้อย่างประสิทธิภาพ ก็จะช่วยให้การดำเนินชีวิตง่ายขึ้นในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว

หนังสือ วิธีบริหารเวลาให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน

แอปพลิเคชันที่ช่วยคุณบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แอปพลิเคชันที่ช่วยจัดการเวลา

ใน 24 ชั่วโมงของทุกวัน แต่ละคนมีภารกิจที่ต้องทำมากมาย ไม่ว่าวัยเรียนหรือทำงาน ซึ่งมีการศึกษาพบว่าคนทั่วโลกกว่า 70 ล้านคนมี 98 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวที่ใช้โทรศัพท์มือถือ อาจเป็นไปเพื่อการติดต่อสื่อสาร ทำงาน หรือการใช้สื่อโซเชียลเพื่อความบันเทิง เราจึงขอแนะนำแอปพลิเคชันที่สามารถดาวน์โหลดได้ลงในเครื่องมือโทรศัพท์สำหรับการบริหารจัดการเวลาของคุณให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มาแนะนำกันดังนี้

แอปพลิเคชันที่ช่วยจัดการเวลา

1. Rescue Time

เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยเก็บข้อมูลความเป็นจริงในการใช้โทรศัพท์มือถือให้เจ้าของโทรศัพท์ทุกคนดูได้อย่างชัดเจน ว่าตัวเองมีการใช้เวลาในแต่ละวันไปกับสื่อมัลติมีเดียรูปแบบใดบ้าง มีการเข้าเว็บไซต์หรือใช้เพื่อการสนทนาสายโทรศัพท์กี่ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เวลาและวางแผน การจัดการเวลาที่ดียิ่งขึ้น

2. Streaks

เป็นเหมือนเลขาช่วยเตือนให้คุณรู้ว่า การกำหนดเป้าหมายในงานแต่ละชิ้นของทุก ๆ วัน มีแนวโน้มทำสำเร็จไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว จากการคำนวณเก็บรวบรวมสถิติของผู้ใช้งานแต่ละคน ทำให้คุณรู้ว่างานใดที่ต้องเร่งเวลาให้มากยิ่งขึ้น หรือสิ่งใดที่ไม่จำเป็นและต้องตัดออกไปจากตารางในตารางกิจกรรมแต่ละวัน เพื่อให้งานส่วนที่สำคัญกว่าบรรลุเป้าหมาย

3. Bookout

เราเคยได้ยินว่า มหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลกจะใช้เวลาวันละ 1-2 ชั่วโมงเพื่อการเสริมสร้างความรู้ให้แก่ตัวเองอย่างรอบด้าน แอปพลิเคชันนี้จะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้คุณเข้าใกล้สู่ความสำเร็จเช่นเดียวกันกับบุคคลเหล่านั้น จะทำให้คุณรู้ว่าในแต่ละวัน เดือน ปี คุณให้เวลากับการอ่านหนังสือมากน้อยเพียงใด เรียกว่าการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้จะช่วยให้คุณอ่านหนังสือเสริมความรู้ได้มากขึ้นกว่าที่เคยแน่นอน

4. Google calendar

เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่คนใช้ Gmail รู้จักกันดี เพราะสามารถใช้แทนสมุดไดอารี่ในการบันทึกกิจกรรมรายวันได้สะดวกตลอดเวลา สามารถลบ แก้ไข คัดลอก ปรับแต่งสีสัน ฯลฯ ได้ โดยมีรูปแบบการงานเช่นเดียวกับการเขียนบนปฏิทินกระดาษ เมื่อใช้แอปพลิเคชันนี้ การันตีได้ว่าคุณจะบริหารเวลาได้เป็นสัดส่วน ไม่พลาดนัดหมายสำคัญหรือกิจกรรมการประชุม หรือนัดสำคัญกับลูกค้าอย่างแน่นอน

การใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้บริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่วัยเรียนและทำงานที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือตลอดเวลา อย่างไรก็ตามผู้ที่จะทำให้การบริหารเวลาประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายมากที่สุดก็คือตัวของแต่ละคนเอง ที่จะต้องมีเป้าหมายในชีวิตและมีวินัยที่จะทำตามแผนที่วางไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำให้ทุกท่านสนใจดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดี ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

แอปพลิเคชันที่ช่วยคุณบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

บริหารเวลาแบบมืออาชีพ 2019

บริหารเวลาแบบมืออาชีพ 2019

การจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ทำงานได้ปริมาณงานมากขึ้น และยังเหลือเวลาเพื่อให้เวลาแก่ครอบครัวและการดูแลตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย การทำงานอดิเรกที่ชอบ การทำสปา ฯลฯ ซึ่งทุกคนสามารถนำเทคนิคที่เราจะกล่าวต่อไปนี้เพื่อปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

1. การตื่นนอนเร็วกว่าปกติ

ผู้ที่ตื่นตั้งแต่ 4:30 น. หรือ 05:00 น. จะมีเวลาเพื่อการออกกำลังกายตอนเช้า หรือเล่นโยคะเพื่อส่งเสริมสมาธิและทำให้อารมณ์แจ่มใสขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งยังมีเวลาในการรับประทานอาหารเช้า และเดินทางได้โดยไม่ต้องเผชิญกับรถติดด้วย

2. การทำตารางงาน

แต่ละวันทุกคนควรจะต้องมีตารางบันทึกว่ามีงานใดที่รอให้ทำอยู่บ้าง โดยเฉพาะงานที่สำคัญและเร่งด่วน การประชุมหรือการนัดคุยงานกับลูกค้า ควรจะระบุเอาไว้ในตารางและทบทวนตั้งแต่ก่อนนอน เพื่อให้วันรุ่งขึ้นไม่มีความผิดพลาด

3. การลำดับความสำคัญของงาน

ผู้ที่บริหารเวลาได้อย่างมืออาชีพ จะรู้ว่าควรทำงานใดก่อนหลัง งานที่สำคัญมากและเร่งด่วนที่สุดควรทำในช่วงเวลาเช้าเป็นงานชิ้นแรกเพราะจะใช้พลังงานและกำลังสติปัญญาสูง หลังจากนั้นจึงค่อยลดลำดับความสำคัญลงไป ส่วนงานในตอนบ่ายควรจะเป็นงานที่ไม่เร่งด่วน และงานที่ไม่สำคัญนักก็มอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้ จะสามารถทำงานได้สำเร็จในแต่ละวันมากขึ้น

4. กำหนดชั่วโมงการทำงานชัดเจน

หลายคนมักจะนำงานที่เหลือค้างกลับไปทำต่อที่บ้าน ทำให้รู้สึกว่าต้องทำงานเกือบตลอดเวลา เป็นภาวะจะทำให้เกิดปัญหาความเครียด แล้วเกิดอาการหมดไฟในการทำงานตามมาได้ ควรกำหนดว่า 1 วันจะมีชั่วโมงทำงานไม่เกิน 10 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องพยายามบริหารเวลาให้งานเสร็จภายในภายในช่วงเวลาดังกล่าวให้ได้มากที่สุด ส่วนนอกเหนือจากเวลานั้น คือการพักผ่อนและให้เวลากับครอบครัว

5. การใช้เทคโนโลยี

การประชุมงานโดยระบบวีดีโอคอลผ่านโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว และการประสานงานผ่านทาง LINE ซึ่งสามารถจัดตั้งเป็นกลุ่มเฉพาะเรื่องงานแต่ละชิ้นหรือแต่ละ Project ทำให้ได้รับความสะดวก สามารถฝากเรื่องหรือข้อความไว้ให้แก่กันได้ เมื่ออีกฝ่ายว่างมาอ่าน ก็ค่อยตอบและนำความเห็นไปแก้ไขหรือพัฒนางานได้ นับว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารเวลาที่เข้ากับยุค 5G อย่างมาก

การบริหารเวลาด้วยเทคนิคที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้แนวคิดและมีความมุ่งมั่นที่จะใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชั่วโมงในแต่ละวันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและมีความสุขกับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น

การจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมง

สิ่งสำคัญใน 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

สิ่งสำคัญ 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

การบริหารเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน ให้มีสมดุลเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างรอบด้าน ซึ่งการประกอบอาชีพต่างๆ ในปัจจุบัน มีอัตราการแข่งขันสูง มีปริมาณงานและความยากมากขึ้น ทั้งยังต้องมีการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในและต่างประเทศเกือบตลอดเวลา จึงจะทำให้การทำกิจากรต่างๆ อยู่รอดได้

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละอาชีพ ส่วนใหญ่แล้วมีวิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่ เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

1. การตื่นเช้าตรู่เพื่อออกกำลังกายก่อนไปทำงาน

ผู้ที่จะทำงานได้อย่างมีสุขภาพกายและใจดี มักตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นในช่วง 04:30 น. หรือ 05:00 น. เพื่อออกกำลังกายประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นประจำ ด้วยการเดิน ว่ายน้ำ หรือการวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะ เพราะจะทำให้ได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศน้อย ช่วยให้ร่างกายที่จะมีการหลั่งสารและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ทำให้ปลอดจากโรคภัยในระยะยาว

2. การกำหนดตารางงานในแต่ละวันล่วงหน้า

กำหนดเวลาก่อนนอนในการเรียงลำดับความสำคัญของงานในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เมื่อเดินทางถึงที่ทำงานแล้วจะได้เริ่มงานตามแผนได้เลย อย่าลืมว่าความรวดเร็วเป็นจุดที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจในยุคเทคโนโลยี 5G หากพร้อมที่จะทำงานและติดต่อลูกค้า หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจเพื่อวางแผนโครงการต่าง ๆ ได้เร็ว ก็เท่ากับมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น เคล็ดลับอยู่ที่งานที่ต้องใช้สติปัญญาและความสามารถมาก ควรจะกำหนดเป็นช่วงเวลาเช้าเพราะร่างกายมีความสดชื่นพร้อมที่สุด

3. การกำหนดเวลาหลังเลิกงานให้เป็นเวลาเพื่อครอบครัว

ไม่เอางานกลับมาทำต่อที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่แต่งงานแล้ว ควรใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่ มีการรับประทานอาหารร่วมกัน สอนลูกทำการบ้าน การเล่านิทานให้ลูกฟัง การเล่นกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความสุขในแต่ละวันได้อย่างแท้จริง และยังลดปัญหาช่องว่างระหว่างพ่อแม่ลูก สาเหตุสำคัญของการติดเพื่อน การพนัน หรือยาเสพติด อย่างที่เราเห็นข่าวปัญหาสังคมของวัยรุ่นยุคใหม่ที่เกิดจากครอบครัวที่ขาดเวลาให้แก่กัน

4. การให้เวลาก่อนนอนเป็นนาทีสำหรับพัฒนาตัวเอง

การอ่านหนังสือ การฟังพอดคาสต์ที่มีสาระประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจสังคม หรือแนวการท่องเที่ยว แบ่งปันประสบการณ์หลากหลาย ล้วนดีต่อการพัฒนาสมอง ทำให้สามารถเรียนรู้แบบลัดสั้นที่จะนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ไปปรับใช้ในวิธีการทำงานและยังทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาที่กล่าวมา เป็นการสร้างสมดุลในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม การรักษาเวลาให้ ชีวิตสมดุล ทั้งการทำงาน การให้เวลาแก่ตัวเองและครอบครัว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ย่อมทำให้สุขภาพกายและใจ รวมถึงการเติบโตในหน้าที่การงานและฐานะการเงินดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

วิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล

อยากประสบความสำเร็จ ต้องบริหารเวลาเป็น แบบมืออาชีพ

การบริหารเวลาแบบมืออาชีพ มีเทคนิคในการทำ

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จทั้งในด้านการงาน การเงินและครอบครัว ผู้ที่รู้จักวางแผนและจัดสรรเวลาในแต่ละงานอย่างเหมาะสม จะทำให้ได้ประสิทธิผลของงานมากกว่าคนอื่นในเวลาที่เท่ากัน ซึ่งจะทำให้ชีวิตบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้เร็วยิ่งขึ้น

การบริหารเวลาแบบมืออาชีพ มีเทคนิคในการทำ ดังนี้

1. ต้องมีทำสมุดบันทึกหรือใช้โปรแกรม EXCEL ในคอมพิวเตอร์ สร้างตารางบัญชีที่แสดงชื่องานที่ต้องทำ โดยรวบรวมรายชื่องานเก่าและงานชิ้นใหม่ ที่เพิ่งได้รับมอบหมายและรอให้ทำอยู่ รวมถึงต้องเขียนกำหนดส่งที่ต้องสะสางให้หมดเพื่อเป็นเป้าหมายในเบื้องต้นด้วย

2. แยกและทำงานตามหมวดหมู่ตามลำดับ เช่น งานที่เร่งด่วนและสำคัญต้องทำก่อน เพื่อให้มีความเสียหายต่อทีมงานและการเติบโตของธุรกิจให้น้อยที่สุด งานประจำที่ต้องทำตามตารางเวลางาน และงานอื่น ๆ เช่น โปรเจกต์เฉพาะกิจที่เจ้านายสั่งเป็นครั้งคราว และงานไม่สำคัญที่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้

3. บริหารเวลา 8-10 ชั่วโมง ให้งานจบตามแผน โดยไม่เอางานกลับไปทำต่อที่บ้าน การมีความตั้งใจแยกเวลางานกับเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจน จะทำให้มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารเวลาดีขึ้น โดยเคลียร์งานสำคัญและเร่งด่วนก่อน งานประเภทไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ก็ให้ไปรวมอยู่ที่ท้ายวัน หากเวลาเหลือค่อยทำ แต่ถ้าไม่มีเวลา ก็ตัดออกจากแผนการทำงานได้โดยไม่ต้องกังวล

4. ปฏิเสธให้เป็น ในระหว่างการทำงานมักมีสิ่งที่แทรกเข้ามาเป็นระยะ เช่น การขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน ควรจะปฏิเสธ หากกำลังทำงานชิ้นด่วนและสำคัญอยู่ นอกจากนี้ อาจมีกลุ่มเพื่อนที่ชวนไปทำกิจกรรมสันทนาการ เช่น การท่องเที่ยว การปาร์ตี้ ซึ่งหากตรงกับเวลาในตารางแผนงานที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานบางอย่างให้สำเร็จ ก็ต้องปฏิเสธโดยไม่เกรงใจ และเลื่อนไปเป็นโอกาสถัดไป

5. วิเคราะห์ผลการทำงานของตัวเองว่า เหตุใดงานที่วางไว้จึงไม่สามารถทำได้บรรลุเป้าหมาย บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด เช่น ต้องเรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเทคนิคงานช่างบางอย่าง ที่คุณไม่มีประสบการณ์ ต้องใช้เวลาหาโค้ชฝึกสอน หรือการจะต้องฝึกฝนทักษะในการใช้อุปกรณ์ IT การเตรียม Presentation นำเสนองาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเมินได้ว่าต้องให้เวลามากน้อยเท่าใดในแต่ละงาน และจะทำให้มีกำลังใจที่จะเรียนรู้เพื่อการใช้เวลาอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การบริหารงานแบบมืออาชีพ จำเป็นต้องมีการวางแผนและเคร่งครัดในการจัดการตารางเวลาของตัวเอง หวังว่าบทความนี้จะให้เทคนิคที่ทุกท่านนำไปปฏิบัติได้เพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตมากยิ่งขึ้น

อยากประสบความสำเร็จ ต้องบริหารเวลาเป็น แบบมืออาชีพ

เทคนิคการบริหารเวลาให้คุ้มค่า 2019

เทคนิคการบริหารเวลาให้คุ้มค่า 2019

มีคำกล่าวว่า โลกในยุคปัจจุบันมีการหมุนเร็วขึ้นกว่าในอดีตหลายเท่าตัว เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เชื่อมให้เราทุกคนสื่อสารกันได้ง่ายและสะดวกขึ้น มีการซื้อขายออนไลน์ เล่นหุ้น ทำงานออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้ที่บริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้เปรียบคนอื่น ในการใช้เวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันได้คุ้มค่าขึ้น

เราจึงได้รวมเทคนิคในการบริหารเวลาที่ผู้ประสบความสำเร็จได้แนะนำไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

1. มีการจัดตารางกิจกรรมทุกวัน

การจัดตารางเวลากิจกรรมในแต่ละวัน บนสมุดโน้ต ไดอารี่ หรือในมือถือ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารเวลาอย่างมีคุณค่าทำกัน โดยจะมีการจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำในแต่ละวันเสมอ เช่น งานที่เร่งด่วนและสำคัญจะถูกจัดให้ทำก่อนเป็นอันดับแรกของวัน ส่วนงานที่ไม่จำเป็น ก็ทำการประสานยกให้ผู้อื่นทำหน้าที่แทน เพื่อให้มีเวลาเหลือทำสิ่งที่สำคัญกว่า

2. ใช้ตัวช่วยขับรถ

เทคโนโลยียุค 5G เป็นตัวช่วยทุ่นแรงและเวลาที่สำคัญ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การขับรถเดินทางไปทำงาน ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะไม่ยอมเสียเวลากับการขับทำงานในสภาพเส้นทางรถติดด้วยตัวเอง จะใช้ Google Map ในการวางแผนและกำหนดเวลาเดินทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเลือกใช้บริการรถรับส่งผ่าน Application ในมือถือ เพื่อให้มีสมาธิกับการคิดงานหรือผลิตไอเดียสร้างสรรค์ออกมาได้มากกว่าการที่จะต้องเคร่งเครียดกับการขับรถด้วยตัวเองเป็นประจำ

3. ใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหาร

แอปพลิเคชันสั่งอาหารให้มาส่งถึงที่ ไม่ว่าที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ออกกำลังกาย ฯลฯ จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถ หาที่จอด และคอยคิวในร้านอาหาร เพียงเลือกเมนูที่ต้องการ และกำหนดเวลาการซื้อและจัดส่งอาหาร ก็สามารถทำกิจวัตรต่าง ๆ ได้ตามปกติ และยังมีเวลาเหลือในการทำงานหรือพักผ่อนได้มากขึ้น

4. มีกฎรักษาสมดุลประจำตัว

ผู้ที่บริหารเวลาได้ดี จะมีกฎประจำตัว เพียงรักษาสมดุลระหว่างชั่วโมงการทำงาน การออกกำลังกายและเวลาสำหรับครอบครัว เช่น ตื่นนอนตีห้า ออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงก่อนทำงาน ทุกวันหลังสามทุ่มจะปิดมือถือเพื่อให้เวลากับครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ฯลฯ การจัดสมดุลในแต่ละวัน สำคัญต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน และความแข็งแรงของสุขภาพ รวมถึงทำให้อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลา เป็นสิ่งที่ต้องมีวินัย การศึกษาแนวทางจากผู้ที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้การปรับวิถีชีวิตประจำวันในแต่ละด้านมีทิศทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น หวังว่าทุกท่านที่นำเทคนิคที่กล่าวมาไปใช้ จะได้รับความสำเร็จในการงาน ร่วมกับมีความสุขและสุขภาพดียิ่งขึ้น

รวมเทคนิคในการบริหารเวลา