อยากประสบความสำเร็จ ต้องบริหารเวลาเป็น แบบมืออาชีพ

การบริหารเวลาแบบมืออาชีพ มีเทคนิคในการทำ

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จทั้งในด้านการงาน การเงินและครอบครัว ผู้ที่รู้จักวางแผนและจัดสรรเวลาในแต่ละงานอย่างเหมาะสม จะทำให้ได้ประสิทธิผลของงานมากกว่าคนอื่นในเวลาที่เท่ากัน ซึ่งจะทำให้ชีวิตบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้เร็วยิ่งขึ้น

การบริหารเวลาแบบมืออาชีพ มีเทคนิคในการทำ ดังนี้

1. ต้องมีทำสมุดบันทึกหรือใช้โปรแกรม EXCEL ในคอมพิวเตอร์ สร้างตารางบัญชีที่แสดงชื่องานที่ต้องทำ โดยรวบรวมรายชื่องานเก่าและงานชิ้นใหม่ ที่เพิ่งได้รับมอบหมายและรอให้ทำอยู่ รวมถึงต้องเขียนกำหนดส่งที่ต้องสะสางให้หมดเพื่อเป็นเป้าหมายในเบื้องต้นด้วย

2. แยกและทำงานตามหมวดหมู่ตามลำดับ เช่น งานที่เร่งด่วนและสำคัญต้องทำก่อน เพื่อให้มีความเสียหายต่อทีมงานและการเติบโตของธุรกิจให้น้อยที่สุด งานประจำที่ต้องทำตามตารางเวลางาน และงานอื่น ๆ เช่น โปรเจกต์เฉพาะกิจที่เจ้านายสั่งเป็นครั้งคราว และงานไม่สำคัญที่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนได้

3. บริหารเวลา 8-10 ชั่วโมง ให้งานจบตามแผน โดยไม่เอางานกลับไปทำต่อที่บ้าน การมีความตั้งใจแยกเวลางานกับเรื่องส่วนตัวให้ชัดเจน จะทำให้มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารเวลาดีขึ้น โดยเคลียร์งานสำคัญและเร่งด่วนก่อน งานประเภทไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ก็ให้ไปรวมอยู่ที่ท้ายวัน หากเวลาเหลือค่อยทำ แต่ถ้าไม่มีเวลา ก็ตัดออกจากแผนการทำงานได้โดยไม่ต้องกังวล

4. ปฏิเสธให้เป็น ในระหว่างการทำงานมักมีสิ่งที่แทรกเข้ามาเป็นระยะ เช่น การขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน ควรจะปฏิเสธ หากกำลังทำงานชิ้นด่วนและสำคัญอยู่ นอกจากนี้ อาจมีกลุ่มเพื่อนที่ชวนไปทำกิจกรรมสันทนาการ เช่น การท่องเที่ยว การปาร์ตี้ ซึ่งหากตรงกับเวลาในตารางแผนงานที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำงานบางอย่างให้สำเร็จ ก็ต้องปฏิเสธโดยไม่เกรงใจ และเลื่อนไปเป็นโอกาสถัดไป

5. วิเคราะห์ผลการทำงานของตัวเองว่า เหตุใดงานที่วางไว้จึงไม่สามารถทำได้บรรลุเป้าหมาย บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด เช่น ต้องเรียนรู้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือเทคนิคงานช่างบางอย่าง ที่คุณไม่มีประสบการณ์ ต้องใช้เวลาหาโค้ชฝึกสอน หรือการจะต้องฝึกฝนทักษะในการใช้อุปกรณ์ IT การเตรียม Presentation นำเสนองาน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเมินได้ว่าต้องให้เวลามากน้อยเท่าใดในแต่ละงาน และจะทำให้มีกำลังใจที่จะเรียนรู้เพื่อการใช้เวลาอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การบริหารงานแบบมืออาชีพ จำเป็นต้องมีการวางแผนและเคร่งครัดในการจัดการตารางเวลาของตัวเอง หวังว่าบทความนี้จะให้เทคนิคที่ทุกท่านนำไปปฏิบัติได้เพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตมากยิ่งขึ้น

อยากประสบความสำเร็จ ต้องบริหารเวลาเป็น แบบมืออาชีพ

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

ในปัจจุบัน การบริหารเวลาให้มีประสทธิภาพที่สุด เป็นตัววัดศักยภาพความสำเร็จที่หลายคนโดยเฉพาะวงการธุรกิจต้องยกนิ้วยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรามาดูกันว่าเหล่ากูรูผู้ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารเวลา เขาทำอย่างไร จึงสามารถใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชม. เท่ากันกับคนอื่น ๆ ในการทำงานหรือสร้างงานใหม่ ๆ ให้ประจักษ์ต่อสายตาผู้อื่นได้

1. การวางแผนก่อนลงมือ

เป็นเทคนิคข้อแรกที่นักบริหารเวลาส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น ๆ เนื่องจากการวางแผนที่มีลำดับขั้นความคิดที่ถูกต้อง การวางแผนลงตัวอย่างเหมาะเจาะ จะทำให้การปฏบัติส่วนที่เหลือลงล็อคได้อย่างเป๊ะ ไม่ค่อยมีปัญหาให้แก้มากนัก

2. การลงล็อคเรื่องเวลา

งานทุกอย่างต้องมีกำหนดวันเสร็จ หรือ due date ซึ่งไม่เฉพาะงานทางธุรกิจที่ต้องมีตารางคุยงานหรือเมคดีลกับลูกค้าเท่านั้น แม้แต่คนที่ทำงานขององค์กรภาครัฐหรือทำงานบ้าน ก็ต้องมีล็อคเวลาของงานแต่ละอย่างตาม KPI ขององค์กรเช่นกัน

3. ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉย ๆ

การใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันนั้น คนที่บริหารเวลาเก่ง ๆ มักไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประยชน์ จะสามารถเอางานแทรกในตารางเวลาต่าง ๆ ให้ได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่เหลือ gap ของเวลา หรือ “เวลาว่าง ที่ไร้ประโยชน์เลย

4. การรู้ความต้องการตัวเอง

คนที่บริหารเวลาดี มักใส่ใจกับเรื่องสำคัญหรือเรื่องที่ตัวเองอยากทำ มากกว่าการทำตามแฟชั่นหรือการชักชวนที่ออกนอกทิศทางความสนใจ คนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่ค่อยมีสิ่งใดที่มาหันเหความสนใจจากเป้าหมายได้ง่าย ๆ

5. การมีเป้าหมายและทิศทาง

จากข้อ 4. การทำสิ่งต่าง ๆ ต้องมีทิศทางที่ชัดเจนเสมอ เหมือนก่อนจะออกรถสตาร์ทเครื่อง คนที่บริหารเวลาได้เก่ง มักวางแผนและกำหนดเส้นทางในใจแล้วว่าจะออกไปทิศทางไหน ในช่วงเวลาตอนนี้ จึงจะหลบเลี่ยงรถติดที่ดีที่สุด

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

6. พัฒนาตัวเองเสมอ

คนที่บริหารเวลาดี มักปรับแก้ไขแผนตัวเองเพื่อเป็นการปิดช่องโหว่หรือจุดอ่อนต่าง ๆ หากยังได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นตามที่หวังไว้ เช่น ใช้เวลามากเกินไป จึงเป็นคนที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง

7. ใช้ตัวช่วย

ปัจจุบันการมี application ต่าง ๆ บน smart phone เป็นตัวช่วยที่ดีมาก สำหรับการบริหารเวลา ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการปลุกเตือนให้ทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การนัดหมาย การประชุม การคุยงานลูกค้า เป็นต้น

เราเชื่อมั่นว่า ทั้ง 7 เทคนิคบริหารเวลาของผู้ประสบความสำเร็จ จะเป็นประโยชน์กับทุกคนและสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพอย่างแน่นอน