เคล็ดลับบริหารเวลาให้คุ้มค่ากว่าคนอื่น

บริหารเวลาให้คุ้มค่า ดังนี้

ทุกคนมีเวลาที่เท่ากัน 24 ชั่วโมงต่อวัน แต่การใช้เวลาให้คุ้มค่าแต่ละคนทำได้ไม่เท่ากัน การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ทำงานได้ปริมาณงานมากขึ้น มีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการพักผ่อนและดูแลตัวเอง การบริหารเวลาได้ดีจึงเป็นแต้มต่อ แต่จะบริหารเวลาอย่างไรจึงเรียกได้ว่า “คุ้มค่า” ? คำตอบคือ จัดแบ่งเวลาให้เหมาะสมและลงตัวซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก และสามารถทำได้ทันที

บริหารเวลาให้คุ้มค่า ดังนี้

เริ่มจากฝึกตัวเองให้ตื่นนอนเร็วกว่าปกติ เพื่อให้มีเวลาออกกำลังกายก่อนเริ่มภารกิจหน้าทีการงาน จะสร้างสมาธิและอารมณ์ที่แจ่มใส ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ทั้งยังมีเวลาสำหรับการเตรียมตัวเดินทาง โดยไม่ต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักด้วย

จัดตารางการทำงาน กำหนดความเร่งด่วนและลำดับก่อนหลังของงานแต่ละชิ้นให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเตรียมตัวกับแต่ละงาน แต่ละการประชุมได้ดีขึ้น งานที่สำคัญมากและเร่งด่วนที่สุด ควรเป็นงานชิ้นแรกที่จะต้องทำให้ช่วงเช้า เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายและสมองพร้อมที่สุด ส่วนงานในตอนบ่ายควรจะเป็นงานที่ไม่เร่งด่วน คนที่คุ้นเคยกับการทำ “To Do List” จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของงานในแต่ละวันต้องถือว่า คนนั้นเดินถูกทางแล้ว

จัดเก็บเอกสารให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นอีกตัวช่วยในการบริหารเวลา เพราะจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายต่อการค้นหาและไม่ต้องใช้เวลากับการค้นเอกสารมาก สิ่งนี้ยังรวมถึงการจัดเอกสารในระบบคอมพิวเตอร์เป็นโฟลเดอร์ด้วย

รู้จักปฏิเสธ เป็นคุณสมบัติสำคัญในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ดีขึ้น หากปฏิเสธไม่เป็นหรือไม่กล้าปฏิเสธในบางเรื่องอาจทำให้ต้องรับภาระงานเพิ่ม ในเวลาที่มีเท่าเดิม ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพผลงานของตัวเองได้

กำหนดชั่วโมงการทำงานให้ชัดเจน หมดเวลางานคือจบการทำงาน ในจำนวนชั่วโมงการทำงานทั้งหมดจะต้องกำหนดแผนให้งานแล้วเสร็จ เพื่อไม่ต้องนำงานเหลือค้างกลับไปทำที่บ้าน เพราะเท่ากับเป็นการบังคับตัวเองให้ทำงานเกือบตลอดเวลา เพราะหากทำเช่นนี้ นอกจากไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของชิ้นงานแล้ว ยังบั่นทอนพลังของการทำงานในระยะยาวด้วย

หยุดการใช้สื่อโซเชียลระหว่างทำงาน การทำงานที่สำคัญหรือต้องใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจ ต้องตัดสิ่งรบกวนออกไป โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นความเคยชิน อย่างสื่อโซเชียลทั้ง Line และ Facebook ควรปิดชั่วคราว เพื่อให้มีสมาธิกับงานให้มากที่สุด ซึ่งหากทำได้ในระยะยาวจะช่วยเพิ่มปริมาณงานทีทำได้ในแต่ละวันด้วย

ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย มีหลายเทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างดี เช่น การประชุมทางไกลผ่านระบบ Webinar หรือ Video call ที่สามารถให้พูดคุยกับผู้ร่วมงานพร้อมกันได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องอยู่ในสำนักงานพร้อมก้น ก็เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการบริหารเวลา

เวลาหมุนเร็วมาก ..กำลังจะผ่านไปอีกปีแล้ว… ลองสำรวจตัวเองว่าใช้เวลาในแต่ละวันได้มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นแล้วหรือยัง หากคำตอบคือ “ยัง” ก็ควรรีบเปลี่ยนตัวเองทันที เพื่อให้ได้แต้มต่อจากการบริหารเวลาให้คุ้มค่ากว่าคนอื่น

เคล็ดลับบริหารเวลาให้คุ้มค่ากว่าคนอื่น

เทคนิคการบริหารเวลาให้คุ้มค่า 2019

เทคนิคการบริหารเวลาให้คุ้มค่า 2019

มีคำกล่าวว่า โลกในยุคปัจจุบันมีการหมุนเร็วขึ้นกว่าในอดีตหลายเท่าตัว เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เชื่อมให้เราทุกคนสื่อสารกันได้ง่ายและสะดวกขึ้น มีการซื้อขายออนไลน์ เล่นหุ้น ทำงานออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งทำให้ผู้ที่บริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้เปรียบคนอื่น ในการใช้เวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวันได้คุ้มค่าขึ้น

เราจึงได้รวมเทคนิคในการบริหารเวลาที่ผู้ประสบความสำเร็จได้แนะนำไว้ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้

1. มีการจัดตารางกิจกรรมทุกวัน

การจัดตารางเวลากิจกรรมในแต่ละวัน บนสมุดโน้ต ไดอารี่ หรือในมือถือ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารเวลาอย่างมีคุณค่าทำกัน โดยจะมีการจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำในแต่ละวันเสมอ เช่น งานที่เร่งด่วนและสำคัญจะถูกจัดให้ทำก่อนเป็นอันดับแรกของวัน ส่วนงานที่ไม่จำเป็น ก็ทำการประสานยกให้ผู้อื่นทำหน้าที่แทน เพื่อให้มีเวลาเหลือทำสิ่งที่สำคัญกว่า

2. ใช้ตัวช่วยขับรถ

เทคโนโลยียุค 5G เป็นตัวช่วยทุ่นแรงและเวลาที่สำคัญ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การขับรถเดินทางไปทำงาน ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะไม่ยอมเสียเวลากับการขับทำงานในสภาพเส้นทางรถติดด้วยตัวเอง จะใช้ Google Map ในการวางแผนและกำหนดเวลาเดินทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเลือกใช้บริการรถรับส่งผ่าน Application ในมือถือ เพื่อให้มีสมาธิกับการคิดงานหรือผลิตไอเดียสร้างสรรค์ออกมาได้มากกว่าการที่จะต้องเคร่งเครียดกับการขับรถด้วยตัวเองเป็นประจำ

3. ใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหาร

แอปพลิเคชันสั่งอาหารให้มาส่งถึงที่ ไม่ว่าที่บ้าน ที่ทำงาน ที่ออกกำลังกาย ฯลฯ จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถ หาที่จอด และคอยคิวในร้านอาหาร เพียงเลือกเมนูที่ต้องการ และกำหนดเวลาการซื้อและจัดส่งอาหาร ก็สามารถทำกิจวัตรต่าง ๆ ได้ตามปกติ และยังมีเวลาเหลือในการทำงานหรือพักผ่อนได้มากขึ้น

4. มีกฎรักษาสมดุลประจำตัว

ผู้ที่บริหารเวลาได้ดี จะมีกฎประจำตัว เพียงรักษาสมดุลระหว่างชั่วโมงการทำงาน การออกกำลังกายและเวลาสำหรับครอบครัว เช่น ตื่นนอนตีห้า ออกกำลังกายครึ่งชั่วโมงก่อนทำงาน ทุกวันหลังสามทุ่มจะปิดมือถือเพื่อให้เวลากับครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ฯลฯ การจัดสมดุลในแต่ละวัน สำคัญต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน และความแข็งแรงของสุขภาพ รวมถึงทำให้อารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลา เป็นสิ่งที่ต้องมีวินัย การศึกษาแนวทางจากผู้ที่ประสบความสำเร็จจะช่วยให้การปรับวิถีชีวิตประจำวันในแต่ละด้านมีทิศทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น หวังว่าทุกท่านที่นำเทคนิคที่กล่าวมาไปใช้ จะได้รับความสำเร็จในการงาน ร่วมกับมีความสุขและสุขภาพดียิ่งขึ้น

รวมเทคนิคในการบริหารเวลา