ทำไมการตื่นเช้า จึงบริหารเวลาได้ดีกว่า

ทำไมการตื่นเช้า จึงบริหารเวลาได้ดีกว่า

เคยสังเกตไหมว่า คืนไหนที่เข้านอนแต่หัวค่ำแล้วตื่นมาแต่เช้ามืดหรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จะรู้สึกมีพลังพิเศษแบบน่าประหลาดใจ มองไปรอบกายก็มีแต่ความเงียบสงัด ไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีกลิ่นควันจากท่อไอเสีย สมองแล่นอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน นี่เองที่เขาแนะนำกันว่าการตื่นเช้าจะทำให้คุณสามารถบริหารจัดการเวลาได้เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป ในขณะที่คนอื่นกำลังหลับใหล แต่คุณตื่นขึ้นแล้วและลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ก้าวล้ำนำคนอื่นไปหลายช่วงตัว ลองมาดูปัจจัยแยกย่อยว่าทำไมการตื่นเช้า จะช่วยให้บริหารเวลาได้ดีกว่าเดิม

ช่วงเวลาที่เงียบสงัด

เคยสังเกตไหมว่า ช่วงกลางวันนั้นจะมีเสียงอื้ออึงอยู่ตลอดเวลา จากการเคลื่อนที่ของรถยนต์และผู้คนทำสิ่งต่าง ๆ ที่รบกวนสมาธิ แต่หากคุณตื่นแต่เช้า เสียงต่าง ๆ เหล่านี้จะยังไม่มี บรรยากาศโดยรอบจะเป็นความเงียบสงัดและทำให้จิตใจคุณมีสมาธิ สามารถคิดเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และรู้สึกเสมือนว่าสิ่งต่าง ๆ อยู่ในความควบคุมของคุณ

รับแสงอรุณที่สาดส่อง

แสงสีทองที่ค่อย ๆ ทดแทนความมืดยามเช้านั้น เป็นบรรยากาศที่แสนวิเศษที่เป็นรางวัลของคนตื่นเช้าเท่านั้น เหมือนการเปิดฟ้าให้พบสิ่งใหม่ เป็นสัญลักษณ์นามธรรมของความเปลี่ยนแปลง การก้าวข้ามความมืดมนสู่ความสว่างไสว เหมือนชีวิตได้เริ่มต้นอีกครั้งด้วยความสว่าง สร้างความรู้สึกดีและความมั่นใจในการทำงานตลอดวัน

บรรยากาศความมีชีวิตชีวาของสรรพสัตว์

เสียงนกกา เสียงไก่ขัน คือบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง ทำให้คุณตระหนักถึงพลังแห่งธรรมชาติที่คงอยู่คู่กับโลกเสมอ จากที่ได้ยินแต่เสียงรถยนต์ แตรรถ อันอึกทึกมาทั้งวันแล้ว การรับฟังเสียงธรรมชาติ เสียงลมพัดใบไม้ไหว กลับทำให้จิตใจมีความรู้สึกสงบและมีพลังมากขึ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ

จากปัจจัยที่กล่าวมานี้ มีผลทำให้คุณมีความสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า และพร้อมที่จะเริ่มวันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย แต่คุณจะรู้สึกได้เองว่าเมื่อคุณตื่นเช้า เวลาจะเหมือนไหลไปอย่างช้า ๆ ด้วยระยะเวลาเท่ากันแต่คุณจะทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น เหมือนมีเวลามากกว่าคนอื่นและสามารถบริหารเวลาได้ดีกว่าเดิม ได้ทำสิ่งที่อยากทำได้มากกว่าเดิม ความสดใสและบรรยากาศยามเช้าจึงเป็นเหมือนเครื่องมือลับเฉพาะที่จะช่วยทำให้คุณมีอำนาจเหนือเวลา

ถ้าคุณไม่เคยตื่นเช้ามาก่อน ลองปรับเวลาการเข้านอนดู อะไรที่คิดว่าจะทำตอนก่อนนอนให้จดไว้ แล้วมาสะสางตอนเช้ามืดหรือเช้าตรู่ แล้วคุณจะพบกับความเปลี่ยนแปลงอย่างมากทีเดียว

บริหารเวลา อย่างไรให้ชีวิตสมดุล

ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ชีวิตครอบครัว และชีวิตหน้าที่การงาน ซึ่งแต่ละคนล้วนต้องการให้ชีวิตทั้ง 2 ส่วนนี้ให้มีสมดุลมากที่สุด และอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดด้วย เพราะหากความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นไปด้วยดี ชีวิตส่วนนี้ก็จะกลายเป็นความอบอุ่น เป็นพลังงานด้านดีต่อสภาพจิตใจและการใช้ชีวิต ในส่วนของชีวิตส่วนหน้าที่การงาน หากบริหารได้ดีก็จะทำให้หน้าที่การงานมีความก้าวหน้า มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะต้องการให้เวลาของชีวิตส่วนใดสมบูรณ์แบบ แต่เวลาในแต่ละชีวิตของคนเราก็มีจำกัดเท่า ๆ กันที่ 24 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องอาศัยวิธีการบริหารเวลาให้กับชีวิตจนเกิดสมดุล ตามรายละเอียดต่อไปนี้

วางแผนการทำงานล่วงหน้า แน่นอนว่าเวลาที่ใช้ในการทำงานมักถูกกำหนดตายตัวจากสถานที่ทำงาน หรือกลุ่มลูกค้าที่ประสานงานอยู่ แต่บางครั้งระยะเวลาในที่ทำงานอาจไม่เพียงพอให้งานที่ต้องจัดการแล้วเสร็จ อีกทั้งงานที่เข้ามาก็อาจมีลำดับความสำคัญไม่เท่ากัน ดังนั้นการใช้เวลาสักเล็กน้อยเพื่อวางแผนว่างานแต่ละชิ้นควรทำเสร็จภายในระยะเวลาเท่าใด รวมถึงจะวางแผนทำกิจกรรมอะไรบ้างกับครอบครัวในแต่ละสัปดาห์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เวลา 24 ชั่วโมงมีความคุ้มค่ามากที่สุด

รู้จักการปฏิเสธบ้าง การเข้าสังคมก็นับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้การบริหารเวลาแปรปรวนได้ง่าย หลายคนอยากจะรีบกลับบ้านไปหาครอบครัวแต่กลับถูกเพื่อน ๆ ที่ทำงานชวนไปสังสรรค์เสียก่อน จนแผนเวลาที่วางไว้ไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงควรพิจารณาเสียก่อนที่จะปรับแผนการบริหารเวลาที่ได้วางไว้เมื่อถูกชักชวนโดยเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น

จัดสรรเวลาให้สุขภาพร่างกายบ้าง นอกจากความสัมพันธ์ หรือหน้าที่การงานจะมีความสำคัญแล้ว สุขภาพร่างกายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงควรแบ่งเวลาเพื่อการออกกำลังกายเสียบ้าง อย่างการออกวิ่งช่วงเช้า เล่นโยคะช่วงเย็น หรือหาเวลาออกไปเที่ยวเพื่อคลายเครียดบ้าง เพียงเท่านี้ชีวิตของคุณก็จะเกิดสมดุลในทุก ๆ ด้าน

การบริหารเวลาที่ดี คือวิธีการที่ดีที่ช่วยให้ชีวิตเกิดสมดุล แต่ก็อาจจำเป็นต้องอาศัยวินัยในการบริหารจัดการบ้าง การบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพจำเป็นต้องอาศัยการทำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เกิดความเคยชินและสามารถทำได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรเคร่งครัดจนเป็นการบังคับตนเองมากเกินไป ซึ่งเมื่อเวลาแต่ละส่วนของชีวิตเกิดความสมดุลก็ย่อมส่งผลดีต่อสภาพจิตใจและช่วยลดความเครียดของตัวคุณเอง และต้องไม่ลืมว่าความสำเร็จในชีวิตบางครั้งก็ไม่สามารถสำเร็จหรือเห็นผลได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องอาศัยความพยายามและเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความสำเร็จที่ต้องการสามารถเกิดขึ้นได้จริง

วิธีการบริหารเวลาให้กับชีวิตจนเกิดสมดุล

เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

ทุกคนมี 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน แต่บางคนรู้สึกว่าเวลาไม่เพียงพอ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ยังเหลือเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกอื่น ๆ ได้อีก เรื่องนี้ตอบง่ายมาก เป็นเพราะบริหารเวลาไม่ดี ชีวิตจึงยุ่งยากและเครียดมาก ต้องคอยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป ถ้าอยากหลุดพ้นจากแรงกดดันและทำงานเสร็จสมบูรณ์แบบ ขอแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการเวลาอย่างเหมาะสม ช่วยหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก โดยจัดสรรปันส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่อไปนี้

– งาน (อาชีพ)
– เวลาที่ใช้ในบ้าน (งานบ้านหรือทำสวน)
– สังคม (ใช้เวลากับคนอื่น ครอบครัวและเพื่อน)
– เวลาส่วนตัว (งานอดิเรก การพักผ่อน ออกกำลังกายและนอนหลับ)
– เวลาของตัวเอง (คิดและตั้งคำถามกับตัวเอง)

เริ่มจากตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะอะไรจึงทำงานไม่เสร็จเรียบร้อย ใจร้อน รีบตลอดเวลา มาสายบ่อย เหนื่อยหน่าย รู้สึกว่าแต่ละวันยุ่งเกินไปไม่มีเวลาพอจะทำสิ่งที่ชอบ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาว่าสิ่งไหนต้องการเวลามากขึ้น สิ่งไหนต้องลดน้อยลง เพื่อบริหารเวลาให้เกิดความสมดุลในแต่ละวัน อาจต้องลดปริมาณงานที่นำกลับมาทำต่อที่บ้านเพื่อให้มีเวลาซักรีดมากขึ้น พยายามจดบันทึกกิจกรรมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจน แต่ละคนใช้ชีวิตแตกต่างกันไป ต้องลองปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ทักษะการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ลดความเครียดและความวิตกกังวล เพราะได้ทำสิ่งสำคัญเสร็จเรียบร้อย

ก่อนที่การบริหารเวลาจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มต้นด้วยการเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จรายวันและรายสัปดาห์ ตั้งระบบเตือนความจำในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ จัดลำดับความสำคัญของแต่ละรายการ จากนั้นทุกเช้าให้ตรวจเช็ครายการที่ต้องทำ 30 รายการ ตอนเย็นหรือก่อนนอนให้ตรวจดูรายการที่ไม่ได้ทำ ลำดับความสำคัญอาจเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นและวางแผนให้สอดคล้องกับการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวได้เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

คุณอาจวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว แต่การตั้งกำหนดเวลาเส้นตายก็เป็นเรื่องจำเป็น ขีดเส้นตายก่อนที่งานจะต้องเสร็จจริง 2-3 วัน และพยายามทำให้ดีที่สุด ระหว่างนั้นอาจมีอุปสรรคเข้ามาขวางทางแต่ยังคงทำงานเสร็จลุล่วงได้ทันเวลา หยุดทำงานหลายอย่างพร้อมกัน บางคนคิดว่าทำหลายอย่างจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าและเร็วกว่าผู้อื่น ความจริงแล้วการทำหลายสิ่งไปพร้อมกันผลงานจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า ทำไปทีละอย่างจะมีสมาธิกับการทำสิ่งนั้นและให้ผลดีที่สุด หากจำเป็นถ้าต้องรับมือกับงานหลายอย่างพร้อมกัน ควรเรียงตามลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน มุ่งเน้นสมาธิจดจ่อกับงานสำคัญให้เสร็จเรียบร้อยไปก่อน อาจไม่มีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะทำงานได้ดีขึ้น

ในกรณีที่งานที่ได้รับมอบหมายมีมากเกินไป ถึงเราเก่งแค่ไหนก็ทำทุกอย่างไม่ได้ เกิดความกังวลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ควรมอบหมายความรับผิดชอบแบ่งปันให้คนอื่น หรือขอความเห็นจากผู้ที่มีความสามารถเชื่อถือได้ช่วยให้เครียดน้อยลงและมีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หากไปพบแพทย์ ระหว่างรอคิวการรักษาให้เตรียมวางแผนอาหารมื้อเย็นและจดรายการที่ต้องซื้อจากร้านขายของชำ หรือจัดทำลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ สมองที่คิดอยู่เสมอทำให้อ่อนล้าและเครียดก็จริง แต่ทักษะการบริหารเวลาเป็นข้อยกเว้น เพราะการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำจะช่วยให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น ได้มีเวลาพักผ่อนตามต้องการ

บริหารเวลาอย่างไรให้มีคุณภาพ

บริหารเวลาอย่างไรให้มีคุณภาพ

การที่ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่จัดสรรเวลาได้มีประสิทธิภาพแตกต่างกัน ย่อมส่งผลต่อความสำเร็จในด้านการเรียนและการทำงานได้ การเรียนรู้และฝึกฝนการบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีคุณภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ และส่งผลต่อการมีหน้าที่การงานที่เติบโตได้ดี และมีฐานะการเงินที่มั่นคงตามมาในอนาคตด้วย

ในบทความนี้ เราจึงรวบรวมวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพมาให้ทุกท่านได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเห็นผล ดังนี้

1. การวางแผนสม่ำเสมอ

การวางแผนสำคัญต่อบุคคลทุกวัย เนื่องจากทำให้เห็นภาพรวมและมีเป้าหมายในการใช้เวลาตามตารางอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ควรเลือกวางแผนกิจวัตรประจำวันในช่วงเวลา 15-20 นาที ก่อนนอน โดยมีการลำดับความสำคัญและการเร่งด่วนของงานอยู่เสมอ

นอกจากนี้ การวางแผนด้านการขับรถหรือเดินทางก็สำคัญ เช่นเดียวกัน หากขับรถเองควรศึกษาแผนที่จากระบบ GPS เพื่อเช็คระยะเวลาและเส้นทางการจราจรตามจริง ทั้งต้องติดตามข่าวสารการจราจรอยู่เสมอ จะทำให้บริหารจัดการเวลาในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

2. การรู้จักปฏิเสธ

การปฏิเสธคนหรือสถานการณ์เมื่อจำเป็น นับว่าเป็นเรื่องที่ควรฝึกตั้งแต่อายุน้อย คนที่บริหารเวลาได้ดี นอกจากจะรู้ลำดับของงานที่ควรทำแล้ว หากมีการชักชวนให้ไปทำกิจกรรมอื่นนอกตาราง ก็ต้องพิจารณาให้เหมาะสมว่า ควรที่จะใช้เวลาใดไปทำหรือเลือกที่จะปฏิเสธเพราะมีงานอื่นที่สำคัญกว่า

ความเกรงใจผู้อื่นจนทำให้งานเสียหาย ส่งงานเจ้านายไม่ทันกำหนด จะทำให้คุณไม่สามารถทำงานชิ้นใดได้สำเร็จ หรืออาจทำให้คุณต้องเสียเวลาส่วนตัวมาทำงานชดเชยจนเสียสุขภาพในระยะยาวได้

3. การแบ่งเวลาดูแลสุขภาพ

การทำงานหนัก จะทำให้เกิดความเครียดสะสม โดยเฉพาะระบบภูมิต้านทานของร่างกายจะอ่อนแอติดเชื้อง่าย เช่น เป็นหวัด มีไข้ ปวดศีรษะ ฯลฯ และจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ความดัน เบาหวานหรือโรคออฟฟิศซินโดรม จากการนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ ได้ การจัดตารางเวลาตัวเองให้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยให้ลดความเสี่ยงของโรคดังกล่าวและทำให้อารมณ์แจ่มใสยิ่งขึ้น

4. การฝึกสมาธิ

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที จะช่วยลดอาการฟุ้งซ่านระหว่างทำงาน ทำให้ลดอาการเหม่อลอยหรือทำงานผิดพลาดจนต้องเสียเวลากลับมาแก้ไขบ่อย ๆ ได้ ทั้งยังทำให้ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวลได้ด้วย

หวังว่าวิธีการบริหารเวลาอย่างมีคุณภาพที่กล่าวมาจะช่วยเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีผลการเรียนหรือประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างชัดเจน

การฝึกสมาธิวันละ 10-15 นาที

อวิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าในทุกวัน

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าในทุกวัน

ในแต่ละวัน คนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน หลายคนสามารถทำงานได้นับ 10 อย่าง บางคนทำงานได้เพียง 2-3 อย่าง เนื่องจากการบริหารเวลามีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการบริหารจัดการเวลาให้แต่ละวันคุ้มค่ายิ่งขึ้น มาฝากกัน ดังนี้

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มในทุกวัน

ตั้งเวลาตื่นนอนตอนเช้า

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่ จะมีเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยมีสมองที่สดชื่นแจ่มใสจากการนอนเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน และจะมีเวลาการบริโภครับประทานอาหารเช้า ออกกำลังกาย และขับรถไปทำงานโดยไม่ต้องพบกับการจราจรที่ติดขัดด้วย

การจัดตารางงาน

ควรจะกำหนดไว้ว่า เช้า บ่าย เย็น จะต้องทำอะไรบ้าง เรื่องใดสำคัญมากน้อย ต้องเรียงลำดับให้เหมาะสม เพื่อที่จะไม่หลงลืมการทำงานบางชิ้นไป เพียงเท่านี้คุณก็จะจัดการกับงานในแต่ละวันได้อย่างดียิ่งขึ้น เหมือนกับได้เวลาในแต่ละวันมากขึ้นแล้ว

เรื่องส่วนตัวต้องแยกจากเวลางาน

การแยกสองส่วนนี้ให้ชัดเจนจะทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่ที่กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ในระหว่างการทำงานจะไม่ใช้โทรศัพท์ เพื่อการบันเทิงหรือการตอบไลน์โดยไม่จำเป็น เพราะจะทำให้เสียสมาธิและขาดความจดจ่อทำให้งานผิดพลาด หากคุณแบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวได้ ก็เท่ากับคุณทำงานได้อย่างเต็มที่ 100% ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องแก้ไขงานซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน ในเวลาส่วนตัวก็ทุ่มเทกับครอบครัวได้เต็มที่ โดยไม่ต้องเกี่ยวข้องเอาเรื่องงานมาทำให้คุณเครียดโดยไม่จำเป็นด้วย

งานยากรีบทำโดยเร็ว

ควรทำงานที่ยุ่งยากก่อน เพราะว่าต้องใช้ความคิดและพลังงานสูง ส่วนงานที่ง่ายกว่าก็สามารถจัดความสำคัญเป็นอันดับรองลงไปได้ ซึ่งจะมีข้อดี คือ หากคุณทำงานยากเสร็จแล้ว ก็จะรู้สึกว่าความเครียดลดน้อยลงด้วย

มีช่วงพักแทรกบ้าง

ในการทำงานอย่างต่อเนื่องคุณจะเกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น โรคออฟฟิศซินโดรม จากการนั่งทำงานอยู่กับที่นาน ๆ และ โรคตาแห้งจากการใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทั้งทำให้สมองล้าคิดงานไม่ออกด้วย

จึงควรมีช่วงพักสัก 10 นาทีไปเข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย จะทำให้ลดความเพลีย ความเครียด และช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ด้วย

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาเป็นสิ่งที่จะต้องนำหลักการไปปรับประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม หากสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ในแต่ละวันของคุณใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า มีความสุขในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ คือ ทำให้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัวได้ดียิ่งขึ้นด้วย

วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าทุกวัน

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จไว

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จไว

การทำงานในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ชิ้น งานที่มีคุณภาพรวดเร็วฉับไว แต่จะจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมง ในแต่ละวันอย่างไรให้ชาญฉลาดเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว มาดูวิธีการกันเลย

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด

การตื่นแต่เช้าเพื่อยืดเส้นสาย

การมีวินัยในการตื่นและออกกำลังกายตอนเช้าเป็นประจำ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณมีความกระปรี้กระเปร่าและเกิดการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ หากได้ทำโยคะ หรือนั่งสมาธิอีกสัก 15 นาที ก่อนอาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน ยังทำให้มีสมาธิในการทำงานและวางแผนบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้นด้วย

การจัดตารางวางแผนงานล่วงหน้าหนึ่งคืน

เป็นสิ่งที่ช่วยลดความวุ่นวายในตอนเช้าที่คุณต้องเร่งรีบแข่งกับปัญหารถติด คุณจะสามารถจัดประเภทของกิจกรรมที่ต้องทำได้ใน 4 หมวด คือ เรื่องด่วนและสำคัญ ด่วนแต่ไม่สำคัญ สำคัญแต่ไม่ด่วน และไม่ด่วนและไม่สำคัญ เพื่อทำสิ่งที่จำเป็นในอันดับต้น ๆ และตัดสิ่งที่ไม่ต้องทำออกไปบ้าง คุณจะมีจำนวนสิ่งที่ต้องทำในช่วงเช้า บ่ายและเย็นลดลง จนสามารถจัดเวลาได้ลงล็อคมากขึ้น

การให้เวลาสำหรับตัวเองชัดเจน

การทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ทำให้คุณรวยขึ้นอย่างมีสุขภาพดี การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องมีทั้งเงิน สุขภาพกายและจิตที่ดีไปพร้อมกัน การแยกแยะเวลาสำหรับตัวเอง การใช้สื่อโซเชียลเพื่อคลายเครียด การประชุมธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องมีการควบคุมเวลาและแยกแยะออกจากการให้เวลาดูแลตัวเอง เช่น คุณต้องมีช่วงเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที มีโอกาสได้อ่านหนังสือหรือดูหนังที่โปรด โดยไม่ต้องมีการขัดจังหวะจากใคร ๆ

การทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

การทำงานในห้องหรือสถานที่ที่ปราศจากเสียงรบกวนหรือเครื่องมือสื่อสารที่ชวนให้ใจไขว้เขว จะช่วยให้การคิดและสร้างสรรค์ผลงานมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม มีข้อที่ต้องแก้ไขน้อยและลดระยะเวลาในการทำงานต่อชิ้นลงได้ การเลือกสถานที่ทำงานหรือจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมจึงมีประโยชน์และมีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของงานอย่างชัดเจน

การรู้จักปฏิเสธสิ่งที่ไม่จำเป็น

ความมีน้ำใจต้องมีความเหมาะสมตามสถานการณ์ หากคุณไม่ปฏิเสธเสียบ้างจะทำให้มีสิ่งที่มาดึงดูดความสนใจและบั่นทอนเวลาในการทำสิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าออกไป สุดท้ายงานของคุณก็จะไม่เสร็จและยังทำให้เกิดผลเสียต่อชิ้นงานในภาพรวม หากเป็นงานที่ต้องทำเป็นทีม ก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สมาชิกในทีมคนอื่นด้วย

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาอย่างชาญฉลาดเป็นสิ่งจำเป็นและต้องฝึกฝนตัวเองอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันของคุณมีความหมายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตั้งแต่วันนี้

ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

บริหารเวลาอย่างไร ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

การบริหารเวลาให้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ทันการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว นับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุก ๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานในออฟฟิศ จำเป็น ต้องจัดการเวลากับภาระงานหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างลงตัวและทันเวลา ให้มีส่งเจ้านายก่อน deadline จะทำได้อย่างไรนั้น มาดูกันเลย

การเริ่มวันใหม่ด้วยการวางแผนตารางเวลา

การมีไดอารี่ที่แบ่งบรรทัดในแต่ละช่วงเวลามีประโยชน์มาก สำหรับการล็อคว่าแต่ละชั่วโมงควรทำอะไร โดยหลักการแล้ว ต้องแบ่งเวลาแต่ละวันสำหรับงานสี่หมวด คือ

1. งานด่วน และสำคัญ
2. งานด่วน และไม่สำคัญ
3. งานสำคัญ แต่ไม่ด่วน
4. งานที่ทั้งไม่ด่วน และไม่สำคัญ

ซึ่งชาวออฟฟิศแต่ละคนย่อมมีบทบาทและภาระงานต่างกัน สามารถเลือกบันทึกงานในแต่ละวันลงไดอารี่ประจำตัวได้เลย ทั้งนี้งานเดียวกันอาจไม่ได้อยู่ในหมวดเดิมทุกวันก็ได้ หากมีเรื่องอื่นที่ด่วนและสำคัญกว่า ก็ย่อมทำให้บางงานลดระดับความสำคัญลงไป หรือหากมีงานฉุกเฉินจากเจ้านายมาเพิ่ม ก็ต้องลงในช่องงานที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนเป็นอันดับต้นด้วย

บริหารเวลา ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

การมีมุมสงบและความเป็นส่วนตัวให้สมองโลดแล่น

การหามุมเงียบ ๆ ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน หรืออย่างที่เราเห็นในบางออฟฟิศจะมีแผ่นฉากกั้นระหว่างล็อคพนักงานแต่ละคน จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดสิ่งรบกวนต่อสมาธิเพื่อนร่วมงาน ซึ่งส่งผลโดยรวมต่อประสิทธิภาพของงานที่ต้องส่งเจ้านายในแต่ละวัน

ทั้งนี้ บางท่านอาจใช้วิธีการเปิดเพลงคลอเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้พร้อมต่องานตรงหน้า ซึ่งจะใส่เป็นหูฟังส่วนตัวหรือเปิดผ่านลำโพงก็ได้ แต่กรณีหลังต้องมั่นใจว่ารสนิยมในการฟังเพลงตรงกันกับคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วย

บริหารเวลาอย่างไร ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

ไม่ควรวางแฟ้มงานเป็นตั้ง ๆ บนโต๊ะ

คุณอาจเคยเห็นพฤติกรรมเพื่อนร่วมงานบางคน มักวางแฟ้มไว้เต็มโต๊ะทำงาน ซึ่งในทางจิตวิทยาแล้ว อาจทำให้กดดันตัวเองมากเกินไปทั้งยังทำให้กำลังใจถดถอย เพราะเงยหน้ามาทีไร ก็เห็นแต่กองงานวางเต็มโต๊ะไปหมด แถมยังไม่เป็นผลดีต่อความรู้สึกของเจ้านายด้วย เพราะสื่อถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารเวลาและขาดความน่าเชื่อถือในการเคลียร์งานให้เสร็จตามกำหนด

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่มักติดเป็นนิสัยยาวนาน หากสามารถล็อคช่วงเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างรัดกุมเท่าใด ก็จะเป็นการสร้างระเบียบวินัยให้แก่ตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่าการจัดการงานที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายให้มีคุณภาพและส่งทันเวลาก็ย่อมไม่เป็นเรื่องเกินกำลังของคุณด้วยเช่นกัน

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

ในปัจจุบัน การบริหารเวลาให้มีประสทธิภาพที่สุด เป็นตัววัดศักยภาพความสำเร็จที่หลายคนโดยเฉพาะวงการธุรกิจต้องยกนิ้วยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรามาดูกันว่าเหล่ากูรูผู้ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารเวลา เขาทำอย่างไร จึงสามารถใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชม. เท่ากันกับคนอื่น ๆ ในการทำงานหรือสร้างงานใหม่ ๆ ให้ประจักษ์ต่อสายตาผู้อื่นได้

1. การวางแผนก่อนลงมือ

เป็นเทคนิคข้อแรกที่นักบริหารเวลาส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น ๆ เนื่องจากการวางแผนที่มีลำดับขั้นความคิดที่ถูกต้อง การวางแผนลงตัวอย่างเหมาะเจาะ จะทำให้การปฏบัติส่วนที่เหลือลงล็อคได้อย่างเป๊ะ ไม่ค่อยมีปัญหาให้แก้มากนัก

2. การลงล็อคเรื่องเวลา

งานทุกอย่างต้องมีกำหนดวันเสร็จ หรือ due date ซึ่งไม่เฉพาะงานทางธุรกิจที่ต้องมีตารางคุยงานหรือเมคดีลกับลูกค้าเท่านั้น แม้แต่คนที่ทำงานขององค์กรภาครัฐหรือทำงานบ้าน ก็ต้องมีล็อคเวลาของงานแต่ละอย่างตาม KPI ขององค์กรเช่นกัน

3. ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉย ๆ

การใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันนั้น คนที่บริหารเวลาเก่ง ๆ มักไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประยชน์ จะสามารถเอางานแทรกในตารางเวลาต่าง ๆ ให้ได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่เหลือ gap ของเวลา หรือ “เวลาว่าง ที่ไร้ประโยชน์เลย

4. การรู้ความต้องการตัวเอง

คนที่บริหารเวลาดี มักใส่ใจกับเรื่องสำคัญหรือเรื่องที่ตัวเองอยากทำ มากกว่าการทำตามแฟชั่นหรือการชักชวนที่ออกนอกทิศทางความสนใจ คนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่ค่อยมีสิ่งใดที่มาหันเหความสนใจจากเป้าหมายได้ง่าย ๆ

5. การมีเป้าหมายและทิศทาง

จากข้อ 4. การทำสิ่งต่าง ๆ ต้องมีทิศทางที่ชัดเจนเสมอ เหมือนก่อนจะออกรถสตาร์ทเครื่อง คนที่บริหารเวลาได้เก่ง มักวางแผนและกำหนดเส้นทางในใจแล้วว่าจะออกไปทิศทางไหน ในช่วงเวลาตอนนี้ จึงจะหลบเลี่ยงรถติดที่ดีที่สุด

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

6. พัฒนาตัวเองเสมอ

คนที่บริหารเวลาดี มักปรับแก้ไขแผนตัวเองเพื่อเป็นการปิดช่องโหว่หรือจุดอ่อนต่าง ๆ หากยังได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นตามที่หวังไว้ เช่น ใช้เวลามากเกินไป จึงเป็นคนที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง

7. ใช้ตัวช่วย

ปัจจุบันการมี application ต่าง ๆ บน smart phone เป็นตัวช่วยที่ดีมาก สำหรับการบริหารเวลา ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการปลุกเตือนให้ทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การนัดหมาย การประชุม การคุยงานลูกค้า เป็นต้น

เราเชื่อมั่นว่า ทั้ง 7 เทคนิคบริหารเวลาของผู้ประสบความสำเร็จ จะเป็นประโยชน์กับทุกคนและสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพอย่างแน่นอน

บริหารเวลาอย่างไรให้เหมือนเศรษฐี

บริหารเวลาอย่างไรให้เหมือนเศรษฐี

เส้นทางเศรษฐีมักไม่ใช่อุบัติเหตุหรือความบังเอิญ แน่นอนว่าคุณอาจบังเอิญถูกล็อตเตอรี่คว้ารางวัลเงินล้าน แต่มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก บางคนเกิดมาโชคดีมีพ่อแม่ร่ำรวย แต่คุณต้องมีแผนใช้เงินและบริหารเวลาให้ดีเพราะยังมีชีวิตอยู่อีกนานกว่าเงินก้อนใหญ่ที่จะทยอยใช้จ่ายไปจนหมด ถึงแม้ตอนนี้ยังกล่าวว่าคุณเป็นเศรษฐีได้ไม่เต็มปาก แต่การงานและอาชีพก้าวหน้าไปด้วยดีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ควรเรียนรู้ว่าคนรวยใช้ชีวิตอย่างไร บริหารเวลาอย่างไร มีนิสัยประจำวันแบบไหน ทำอะไรได้บ้างในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จทางการเงินเหมือนที่เศรษฐีคนอื่นๆ ทำอยู่

บริหารเวลาเพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า

1.ตื่นเช้า

ไม่ว่าคุณจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยหรือเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เส้นทางเศรษฐีต้องทำงานหนัก ขยันขันแข็งและฉลาดเลือก คนตื่นเช้าจะมีเวลามากกว่าคนอื่น นักธุรกิจส่วนใหญ่ตื่นขึ้นมาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นเพื่อนั่งสมาธิ มูฮัมหมัด อาลี นักชกระดับตำนานตื่นมาวิ่งจ๊อกกิ้งในขณะที่ฟ้ายังมืดอยู่ก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อมชกมวย คนรวยจำเป็นต้องเริ่มบริหารตั้งแต่เช้า ลองตื่นมาทำสมาธิสมองแจ่มใส คุณจะมีทั้งพลังงานและเวลาทำทุกสิ่งให้สำเร็จและมีกิจวัตรที่ราบรื่นตลอดวัน

2.ออกกำลังกายทุกวัน

การตื่นเช้ามาออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันทำให้มีสุขภาพดี การเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกเป็นเรื่องง่ายเมื่อคุณมีเวลา เพราะมีเงินเป็นล้านๆ ในธนาคารโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาเงินเลี้ยงปากท้องในแต่ละวัน แต่เศรษฐีกลายคนกลับง่วนอยู่กับโครงการใหม่ๆ ทำงานหาเงินตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน คนรวยไม่จำเป็นต้องแสวงหาเงินตลอดเวลา ต้องรู้จักความพอดีและดูแลสุขภาพของตนเองให้ป่วยน้อยลงและทำงานได้มากขึ้น รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง

3.ความมั่นใจในตัวเอง

อย่าสงสัยตัวเองและงานที่ทำอยู่ อยากเป็นเศรษฐีต้องเริ่มคิดเหมือนเศรษฐี คุณต้องไม่เสียเวลาคิดกังวลเรื่องความล้มเหลว การเปลี่ยนทัศนคติอาจเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการแสวงหาความสำเร็จ เพราะคนส่วนใหญ่มีความกดดันให้สงสัยในหลายๆ ด้าน เรากังวลและเกลียดความเสี่ยง คนรวยก็เกลียดความเสี่ยงเท่าเรา แต่พวกเขารู้วิธีจัดการกับมัน คือความกล้าหาญที่จะเดินหน้าโดยไม่สงสัยหรือหวาดกลัว ถ้าคุณสงสัยตัวเองทุกวันคุณจะล้มเหลวในที่สุด

บริหารเวลาเพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า

4.ทำงานเฉพาะในเวลางาน

คนประสบความสำเร็จจะไม่นำงานกลับมาทำงานที่บ้าน หลังจากทำงานคือเวลาของครอบครัว เวลาพักผ่อน เจ้าของธุรกิจที่ติดกับดักการทำงานไม่รู้จักจบสิ้น จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทำงานผิดพลาดหรือไม่ถูกต้องสมบูรณ์ หลังเลิกงานต้องหยุดทุกสิ่ง แม้แต่การตรวจสอบอีเมล์ในโทรศัพท์ ไว้ไปทำเช้าวันรุ่งขึ้นแทน

5.เรียนรู้ตลอดเวลา

นักคิด นักการเมือง นักธุรกิจ ทุกคนที่ประสบความสำเร็จจะเรียนเรียนรู้ไม่มีวันหยุด ใช้เวลาแต่ละวันให้เกิดประโยชน์เพราะการเรียนรู้ทำให้ได้แนวคิดใหม่เสมอ บทเรียนจากความล้มเหลวเป็นจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม ดูว่าคนอื่นผิดพลาดตรงไหนทำให้เราหลีกเลี่ยงได้ ประเมินประสิทธิภาพของตนเองตลอดเวลา คุณทำอะไรผิดพลาด คุณทำอะไรถูกต้อง หากคุณต้องการประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องรู้เวลาและใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

จัดการเวลาตัวเองในการเล่นเฟสบุ๊ค

วิธีบริหารเวลาของคนติดโซเชียลมีเดีย

ในแต่ละวันเราให้เวลากับโซเชียลมีเดียมาแค่ไหน บางคนจำเป็นต้องใช้เพื่อทำธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ ติดต่อสื่อสาร แต่คนส่วนใหญ่ปล่อยเวลาสูญหายไปกับเรื่องเม้ามอย อ่านเรื่องสัพเพเหระ เสียเวลาไปกับหน้าจอมือถือที่มีประโยชน์น้อยกว่าการอ่านหนังสือ , การเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมยามว่างที่สร้างสรรค์และบรรเทาความเครียดได้ บางทีไปจริงจังกับเรื่องในโซเชียลมีเดียมากเกินไปทำให้ชีวิตที่วุ่นวายอยู่แล้วยิ่งยุ่งเข้าไปอีก เวลานี้คุณมีโอกาสดีแล้ว เมื่อ Facebook และ Instagram เพิ่มหน้าแดชบอร์ดให้คุณสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบเมื่อใช้เวลาในการเรียกดูข้อมูลฟีดมากเกินเวลาที่กำหนดไว้ ช่วยให้คุณจัดการบริหารเวลาควบคุมการเข้าใช้งานโซเชียลมีเดีย ใช้อย่างรู้เป้าหมายและควบคุมเวลาให้เหมาะสม แก้ปัญหาการทำอะไรไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะมัวแต่เล่นมือถือ

Your time on Facebook

Facebook และ Instagram เสนอหน้าแดชบอร์ดใหม่ที่จะแจ้งเตือนผู้ใช้มือถือให้ทราบว่าใช้งานแอปเกินระยะเวลาที่ตั้งค่าไว้ สามารถปรับตั้งค่าใหม่ได้ทุกวันหรือจะปิดการแจ้งเตือนชั่วคราวก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา ฟีเจอร์ใหม่บนเฟซบุ๊กมีชื่อว่า “Your time on Facebook” ส่วนฟีเจอร์บนอินสตาแกรมชื่อว่า “Your activity” มีเป้าหมายเดียวกันคือช่วยผู้ใช้รับมือกับปัญหาเสพติดโซเชียลมีเดียซึ่งก่อผลเสียหลายด้าน เว้นแต่จะต้องการใช้งานจริง ๆ เช่น ร้านค้าออนไลน์ใช้เป็นช่องทางติดต่อกับลูกค้า

ฟีเจอร์ใหม่ของ Facebook และ Instagram พึ่งเปิดตัวช่วงต้นเดือนสิงหาคม มีแผนปล่อยฟีเจอร์ให้กับผู้ใช้ทั้งหมดทั่วโลกก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่าจะช่วยลดการใช้งานแอปทั่วโลกปริมาณ 1% หลังจากข่าวนี้รั่วออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเริ่มมีผู้ใช้งานหลายคนติดตามข่าวและคิดว่าจะช่วยบริหารเวลาในแต่ละวัน และ จัดการเวลาของตัวเอง ได้ดีขึ้น

หากคุณสนใจและต้องการค้นหาฟีเจอร์ใหม่บน Facebook ให้แตะปุ่มไอคอนรูปเส้นแนวตั้งสามเส้นหรือเรียกอีกอย่างว่า “Hamburger Icon” ซึ่งอยู่มุมล่างขวาของแอป เลื่อนลงไปที่ “Your time on Facebook” แล้วแตะหน้าจอ สำหรับการใช้งาน Instagram คุณจะพบ “Your activity” อยู่ในเมนูการตั้งค่า โดยแตะที่ไอคอนรูปเฟืองในโปรไฟล์ของคุณเพื่อเข้าใช้งานในทันที คุณจะรู้ว่าเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากแค่ไหนและควบคุมเวลาง่ายยิ่งขึ้น

ทีมผู้บริหารของ Facebook และ Instagram เห็นความจำเป็นต้องทำแดชบอร์ดให้พร้อมใช้งาน แม้จะมีความเสี่ยงทำให้ใช้งานแอปลดลง เชื่อว่ามีผลกระทบต่อชีวิตของคนสังคม เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่าพวกเขาใช้เวลาไปกับแอปมากแค่ไหน ควรเริ่มบริหารเวลาได้แล้ว หลังจากถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรื่องที่มีคนเสพติดโซเชียลมีเดียใช้งานแอปตลอดทั้งวัน ข้อสำคัญคือความมีวินัยและการหักห้ามใจตัวเอง ไม่อย่างนั้นแล้วเครื่องมือเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยอะไร ความพยายามในการบริหารเวลาจะสูญเปล่าและไม่ได้ผลเลย

คนติดโซเชียล