บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จไว

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จไว

การทำงานในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการบริหารเวลาที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ชิ้น งานที่มีคุณภาพรวดเร็วฉับไว แต่จะจัดการเวลาที่มี 24 ชั่วโมง ในแต่ละวันอย่างไรให้ชาญฉลาดเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว มาดูวิธีการกันเลย

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด

การตื่นแต่เช้าเพื่อยืดเส้นสาย

การมีวินัยในการตื่นและออกกำลังกายตอนเช้าเป็นประจำ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณมีความกระปรี้กระเปร่าและเกิดการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีพลังตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ หากได้ทำโยคะ หรือนั่งสมาธิอีกสัก 15 นาที ก่อนอาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน ยังทำให้มีสมาธิในการทำงานและวางแผนบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้นด้วย

การจัดตารางวางแผนงานล่วงหน้าหนึ่งคืน

เป็นสิ่งที่ช่วยลดความวุ่นวายในตอนเช้าที่คุณต้องเร่งรีบแข่งกับปัญหารถติด คุณจะสามารถจัดประเภทของกิจกรรมที่ต้องทำได้ใน 4 หมวด คือ เรื่องด่วนและสำคัญ ด่วนแต่ไม่สำคัญ สำคัญแต่ไม่ด่วน และไม่ด่วนและไม่สำคัญ เพื่อทำสิ่งที่จำเป็นในอันดับต้น ๆ และตัดสิ่งที่ไม่ต้องทำออกไปบ้าง คุณจะมีจำนวนสิ่งที่ต้องทำในช่วงเช้า บ่ายและเย็นลดลง จนสามารถจัดเวลาได้ลงล็อคมากขึ้น

การให้เวลาสำหรับตัวเองชัดเจน

การทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ทำให้คุณรวยขึ้นอย่างมีสุขภาพดี การมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องมีทั้งเงิน สุขภาพกายและจิตที่ดีไปพร้อมกัน การแยกแยะเวลาสำหรับตัวเอง การใช้สื่อโซเชียลเพื่อคลายเครียด การประชุมธุรกิจออนไลน์ จำเป็นต้องมีการควบคุมเวลาและแยกแยะออกจากการให้เวลาดูแลตัวเอง เช่น คุณต้องมีช่วงเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที มีโอกาสได้อ่านหนังสือหรือดูหนังที่โปรด โดยไม่ต้องมีการขัดจังหวะจากใคร ๆ

การทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

การทำงานในห้องหรือสถานที่ที่ปราศจากเสียงรบกวนหรือเครื่องมือสื่อสารที่ชวนให้ใจไขว้เขว จะช่วยให้การคิดและสร้างสรรค์ผลงานมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม มีข้อที่ต้องแก้ไขน้อยและลดระยะเวลาในการทำงานต่อชิ้นลงได้ การเลือกสถานที่ทำงานหรือจัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมจึงมีประโยชน์และมีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของงานอย่างชัดเจน

การรู้จักปฏิเสธสิ่งที่ไม่จำเป็น

ความมีน้ำใจต้องมีความเหมาะสมตามสถานการณ์ หากคุณไม่ปฏิเสธเสียบ้างจะทำให้มีสิ่งที่มาดึงดูดความสนใจและบั่นทอนเวลาในการทำสิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าออกไป สุดท้ายงานของคุณก็จะไม่เสร็จและยังทำให้เกิดผลเสียต่อชิ้นงานในภาพรวม หากเป็นงานที่ต้องทำเป็นทีม ก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สมาชิกในทีมคนอื่นด้วย

บริหารเวลาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้งานสำเร็จ

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาอย่างชาญฉลาดเป็นสิ่งจำเป็นและต้องฝึกฝนตัวเองอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันของคุณมีความหมายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตั้งแต่วันนี้

ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

บริหารเวลาอย่างไร ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

การบริหารเวลาให้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ทันการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว นับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุก ๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานในออฟฟิศ จำเป็น ต้องจัดการเวลากับภาระงานหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างลงตัวและทันเวลา ให้มีส่งเจ้านายก่อน deadline จะทำได้อย่างไรนั้น มาดูกันเลย

การเริ่มวันใหม่ด้วยการวางแผนตารางเวลา

การมีไดอารี่ที่แบ่งบรรทัดในแต่ละช่วงเวลามีประโยชน์มาก สำหรับการล็อคว่าแต่ละชั่วโมงควรทำอะไร โดยหลักการแล้ว ต้องแบ่งเวลาแต่ละวันสำหรับงานสี่หมวด คือ

1. งานด่วน และสำคัญ
2. งานด่วน และไม่สำคัญ
3. งานสำคัญ แต่ไม่ด่วน
4. งานที่ทั้งไม่ด่วน และไม่สำคัญ

ซึ่งชาวออฟฟิศแต่ละคนย่อมมีบทบาทและภาระงานต่างกัน สามารถเลือกบันทึกงานในแต่ละวันลงไดอารี่ประจำตัวได้เลย ทั้งนี้งานเดียวกันอาจไม่ได้อยู่ในหมวดเดิมทุกวันก็ได้ หากมีเรื่องอื่นที่ด่วนและสำคัญกว่า ก็ย่อมทำให้บางงานลดระดับความสำคัญลงไป หรือหากมีงานฉุกเฉินจากเจ้านายมาเพิ่ม ก็ต้องลงในช่องงานที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนเป็นอันดับต้นด้วย

บริหารเวลา ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

การมีมุมสงบและความเป็นส่วนตัวให้สมองโลดแล่น

การหามุมเงียบ ๆ ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน หรืออย่างที่เราเห็นในบางออฟฟิศจะมีแผ่นฉากกั้นระหว่างล็อคพนักงานแต่ละคน จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดสิ่งรบกวนต่อสมาธิเพื่อนร่วมงาน ซึ่งส่งผลโดยรวมต่อประสิทธิภาพของงานที่ต้องส่งเจ้านายในแต่ละวัน

ทั้งนี้ บางท่านอาจใช้วิธีการเปิดเพลงคลอเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้พร้อมต่องานตรงหน้า ซึ่งจะใส่เป็นหูฟังส่วนตัวหรือเปิดผ่านลำโพงก็ได้ แต่กรณีหลังต้องมั่นใจว่ารสนิยมในการฟังเพลงตรงกันกับคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วย

บริหารเวลาอย่างไร ให้ทำงานออฟฟิศถูกใจเจ้านาย

ไม่ควรวางแฟ้มงานเป็นตั้ง ๆ บนโต๊ะ

คุณอาจเคยเห็นพฤติกรรมเพื่อนร่วมงานบางคน มักวางแฟ้มไว้เต็มโต๊ะทำงาน ซึ่งในทางจิตวิทยาแล้ว อาจทำให้กดดันตัวเองมากเกินไปทั้งยังทำให้กำลังใจถดถอย เพราะเงยหน้ามาทีไร ก็เห็นแต่กองงานวางเต็มโต๊ะไปหมด แถมยังไม่เป็นผลดีต่อความรู้สึกของเจ้านายด้วย เพราะสื่อถึงความไม่เป็นมืออาชีพในการบริหารเวลาและขาดความน่าเชื่อถือในการเคลียร์งานให้เสร็จตามกำหนด

การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่มักติดเป็นนิสัยยาวนาน หากสามารถล็อคช่วงเวลาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างรัดกุมเท่าใด ก็จะเป็นการสร้างระเบียบวินัยให้แก่ตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่าการจัดการงานที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายให้มีคุณภาพและส่งทันเวลาก็ย่อมไม่เป็นเรื่องเกินกำลังของคุณด้วยเช่นกัน

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

ในปัจจุบัน การบริหารเวลาให้มีประสทธิภาพที่สุด เป็นตัววัดศักยภาพความสำเร็จที่หลายคนโดยเฉพาะวงการธุรกิจต้องยกนิ้วยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เรามาดูกันว่าเหล่ากูรูผู้ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารเวลา เขาทำอย่างไร จึงสามารถใช้เวลาที่มีอยู่ 24 ชม. เท่ากันกับคนอื่น ๆ ในการทำงานหรือสร้างงานใหม่ ๆ ให้ประจักษ์ต่อสายตาผู้อื่นได้

1. การวางแผนก่อนลงมือ

เป็นเทคนิคข้อแรกที่นักบริหารเวลาส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาส่วนนี้มากกว่าส่วนอื่น ๆ เนื่องจากการวางแผนที่มีลำดับขั้นความคิดที่ถูกต้อง การวางแผนลงตัวอย่างเหมาะเจาะ จะทำให้การปฏบัติส่วนที่เหลือลงล็อคได้อย่างเป๊ะ ไม่ค่อยมีปัญหาให้แก้มากนัก

2. การลงล็อคเรื่องเวลา

งานทุกอย่างต้องมีกำหนดวันเสร็จ หรือ due date ซึ่งไม่เฉพาะงานทางธุรกิจที่ต้องมีตารางคุยงานหรือเมคดีลกับลูกค้าเท่านั้น แม้แต่คนที่ทำงานขององค์กรภาครัฐหรือทำงานบ้าน ก็ต้องมีล็อคเวลาของงานแต่ละอย่างตาม KPI ขององค์กรเช่นกัน

3. ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉย ๆ

การใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันนั้น คนที่บริหารเวลาเก่ง ๆ มักไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประยชน์ จะสามารถเอางานแทรกในตารางเวลาต่าง ๆ ให้ได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่เหลือ gap ของเวลา หรือ “เวลาว่าง ที่ไร้ประโยชน์เลย

4. การรู้ความต้องการตัวเอง

คนที่บริหารเวลาดี มักใส่ใจกับเรื่องสำคัญหรือเรื่องที่ตัวเองอยากทำ มากกว่าการทำตามแฟชั่นหรือการชักชวนที่ออกนอกทิศทางความสนใจ คนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่ค่อยมีสิ่งใดที่มาหันเหความสนใจจากเป้าหมายได้ง่าย ๆ

5. การมีเป้าหมายและทิศทาง

จากข้อ 4. การทำสิ่งต่าง ๆ ต้องมีทิศทางที่ชัดเจนเสมอ เหมือนก่อนจะออกรถสตาร์ทเครื่อง คนที่บริหารเวลาได้เก่ง มักวางแผนและกำหนดเส้นทางในใจแล้วว่าจะออกไปทิศทางไหน ในช่วงเวลาตอนนี้ จึงจะหลบเลี่ยงรถติดที่ดีที่สุด

อยากสำเร็จต้องฟัง 7 เทคนิคบริหารเวลา

6. พัฒนาตัวเองเสมอ

คนที่บริหารเวลาดี มักปรับแก้ไขแผนตัวเองเพื่อเป็นการปิดช่องโหว่หรือจุดอ่อนต่าง ๆ หากยังได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นตามที่หวังไว้ เช่น ใช้เวลามากเกินไป จึงเป็นคนที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาตัวเอง

7. ใช้ตัวช่วย

ปัจจุบันการมี application ต่าง ๆ บน smart phone เป็นตัวช่วยที่ดีมาก สำหรับการบริหารเวลา ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการปลุกเตือนให้ทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การนัดหมาย การประชุม การคุยงานลูกค้า เป็นต้น

เราเชื่อมั่นว่า ทั้ง 7 เทคนิคบริหารเวลาของผู้ประสบความสำเร็จ จะเป็นประโยชน์กับทุกคนและสามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพอย่างแน่นอน

บริหารเวลาอย่างไรให้เหมือนเศรษฐี

บริหารเวลาอย่างไรให้เหมือนเศรษฐี

เส้นทางเศรษฐีมักไม่ใช่อุบัติเหตุหรือความบังเอิญ แน่นอนว่าคุณอาจบังเอิญถูกล็อตเตอรี่คว้ารางวัลเงินล้าน แต่มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก บางคนเกิดมาโชคดีมีพ่อแม่ร่ำรวย แต่คุณต้องมีแผนใช้เงินและบริหารเวลาให้ดีเพราะยังมีชีวิตอยู่อีกนานกว่าเงินก้อนใหญ่ที่จะทยอยใช้จ่ายไปจนหมด ถึงแม้ตอนนี้ยังกล่าวว่าคุณเป็นเศรษฐีได้ไม่เต็มปาก แต่การงานและอาชีพก้าวหน้าไปด้วยดีในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ควรเรียนรู้ว่าคนรวยใช้ชีวิตอย่างไร บริหารเวลาอย่างไร มีนิสัยประจำวันแบบไหน ทำอะไรได้บ้างในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จทางการเงินเหมือนที่เศรษฐีคนอื่นๆ ทำอยู่

บริหารเวลาเพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า

1.ตื่นเช้า

ไม่ว่าคุณจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยหรือเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชนชั้นกลางที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เส้นทางเศรษฐีต้องทำงานหนัก ขยันขันแข็งและฉลาดเลือก คนตื่นเช้าจะมีเวลามากกว่าคนอื่น นักธุรกิจส่วนใหญ่ตื่นขึ้นมาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นเพื่อนั่งสมาธิ มูฮัมหมัด อาลี นักชกระดับตำนานตื่นมาวิ่งจ๊อกกิ้งในขณะที่ฟ้ายังมืดอยู่ก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อมชกมวย คนรวยจำเป็นต้องเริ่มบริหารตั้งแต่เช้า ลองตื่นมาทำสมาธิสมองแจ่มใส คุณจะมีทั้งพลังงานและเวลาทำทุกสิ่งให้สำเร็จและมีกิจวัตรที่ราบรื่นตลอดวัน

2.ออกกำลังกายทุกวัน

การตื่นเช้ามาออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันทำให้มีสุขภาพดี การเล่นกีฬาเป็นงานอดิเรกเป็นเรื่องง่ายเมื่อคุณมีเวลา เพราะมีเงินเป็นล้านๆ ในธนาคารโดยไม่ต้องกังวลเรื่องหาเงินเลี้ยงปากท้องในแต่ละวัน แต่เศรษฐีกลายคนกลับง่วนอยู่กับโครงการใหม่ๆ ทำงานหาเงินตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงหลังพระอาทิตย์ตกดิน คนรวยไม่จำเป็นต้องแสวงหาเงินตลอดเวลา ต้องรู้จักความพอดีและดูแลสุขภาพของตนเองให้ป่วยน้อยลงและทำงานได้มากขึ้น รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง

3.ความมั่นใจในตัวเอง

อย่าสงสัยตัวเองและงานที่ทำอยู่ อยากเป็นเศรษฐีต้องเริ่มคิดเหมือนเศรษฐี คุณต้องไม่เสียเวลาคิดกังวลเรื่องความล้มเหลว การเปลี่ยนทัศนคติอาจเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการแสวงหาความสำเร็จ เพราะคนส่วนใหญ่มีความกดดันให้สงสัยในหลายๆ ด้าน เรากังวลและเกลียดความเสี่ยง คนรวยก็เกลียดความเสี่ยงเท่าเรา แต่พวกเขารู้วิธีจัดการกับมัน คือความกล้าหาญที่จะเดินหน้าโดยไม่สงสัยหรือหวาดกลัว ถ้าคุณสงสัยตัวเองทุกวันคุณจะล้มเหลวในที่สุด

บริหารเวลาเพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า

4.ทำงานเฉพาะในเวลางาน

คนประสบความสำเร็จจะไม่นำงานกลับมาทำงานที่บ้าน หลังจากทำงานคือเวลาของครอบครัว เวลาพักผ่อน เจ้าของธุรกิจที่ติดกับดักการทำงานไม่รู้จักจบสิ้น จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทำงานผิดพลาดหรือไม่ถูกต้องสมบูรณ์ หลังเลิกงานต้องหยุดทุกสิ่ง แม้แต่การตรวจสอบอีเมล์ในโทรศัพท์ ไว้ไปทำเช้าวันรุ่งขึ้นแทน

5.เรียนรู้ตลอดเวลา

นักคิด นักการเมือง นักธุรกิจ ทุกคนที่ประสบความสำเร็จจะเรียนเรียนรู้ไม่มีวันหยุด ใช้เวลาแต่ละวันให้เกิดประโยชน์เพราะการเรียนรู้ทำให้ได้แนวคิดใหม่เสมอ บทเรียนจากความล้มเหลวเป็นจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม ดูว่าคนอื่นผิดพลาดตรงไหนทำให้เราหลีกเลี่ยงได้ ประเมินประสิทธิภาพของตนเองตลอดเวลา คุณทำอะไรผิดพลาด คุณทำอะไรถูกต้อง หากคุณต้องการประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องรู้เวลาและใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด

จัดการเวลาตัวเองในการเล่นเฟสบุ๊ค

วิธีบริหารเวลาของคนติดโซเชียลมีเดีย

ในแต่ละวันเราให้เวลากับโซเชียลมีเดียมาแค่ไหน บางคนจำเป็นต้องใช้เพื่อทำธุรกิจส่วนตัว ขายของออนไลน์ ติดต่อสื่อสาร แต่คนส่วนใหญ่ปล่อยเวลาสูญหายไปกับเรื่องเม้ามอย อ่านเรื่องสัพเพเหระ เสียเวลาไปกับหน้าจอมือถือที่มีประโยชน์น้อยกว่าการอ่านหนังสือ , การเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมยามว่างที่สร้างสรรค์และบรรเทาความเครียดได้ บางทีไปจริงจังกับเรื่องในโซเชียลมีเดียมากเกินไปทำให้ชีวิตที่วุ่นวายอยู่แล้วยิ่งยุ่งเข้าไปอีก เวลานี้คุณมีโอกาสดีแล้ว เมื่อ Facebook และ Instagram เพิ่มหน้าแดชบอร์ดให้คุณสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบเมื่อใช้เวลาในการเรียกดูข้อมูลฟีดมากเกินเวลาที่กำหนดไว้ ช่วยให้คุณจัดการบริหารเวลาควบคุมการเข้าใช้งานโซเชียลมีเดีย ใช้อย่างรู้เป้าหมายและควบคุมเวลาให้เหมาะสม แก้ปัญหาการทำอะไรไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะมัวแต่เล่นมือถือ

Your time on Facebook

Facebook และ Instagram เสนอหน้าแดชบอร์ดใหม่ที่จะแจ้งเตือนผู้ใช้มือถือให้ทราบว่าใช้งานแอปเกินระยะเวลาที่ตั้งค่าไว้ สามารถปรับตั้งค่าใหม่ได้ทุกวันหรือจะปิดการแจ้งเตือนชั่วคราวก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา ฟีเจอร์ใหม่บนเฟซบุ๊กมีชื่อว่า “Your time on Facebook” ส่วนฟีเจอร์บนอินสตาแกรมชื่อว่า “Your activity” มีเป้าหมายเดียวกันคือช่วยผู้ใช้รับมือกับปัญหาเสพติดโซเชียลมีเดียซึ่งก่อผลเสียหลายด้าน เว้นแต่จะต้องการใช้งานจริง ๆ เช่น ร้านค้าออนไลน์ใช้เป็นช่องทางติดต่อกับลูกค้า

ฟีเจอร์ใหม่ของ Facebook และ Instagram พึ่งเปิดตัวช่วงต้นเดือนสิงหาคม มีแผนปล่อยฟีเจอร์ให้กับผู้ใช้ทั้งหมดทั่วโลกก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ คาดว่าจะช่วยลดการใช้งานแอปทั่วโลกปริมาณ 1% หลังจากข่าวนี้รั่วออกมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเริ่มมีผู้ใช้งานหลายคนติดตามข่าวและคิดว่าจะช่วยบริหารเวลาในแต่ละวัน และ จัดการเวลาของตัวเอง ได้ดีขึ้น

หากคุณสนใจและต้องการค้นหาฟีเจอร์ใหม่บน Facebook ให้แตะปุ่มไอคอนรูปเส้นแนวตั้งสามเส้นหรือเรียกอีกอย่างว่า “Hamburger Icon” ซึ่งอยู่มุมล่างขวาของแอป เลื่อนลงไปที่ “Your time on Facebook” แล้วแตะหน้าจอ สำหรับการใช้งาน Instagram คุณจะพบ “Your activity” อยู่ในเมนูการตั้งค่า โดยแตะที่ไอคอนรูปเฟืองในโปรไฟล์ของคุณเพื่อเข้าใช้งานในทันที คุณจะรู้ว่าเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องมากแค่ไหนและควบคุมเวลาง่ายยิ่งขึ้น

ทีมผู้บริหารของ Facebook และ Instagram เห็นความจำเป็นต้องทำแดชบอร์ดให้พร้อมใช้งาน แม้จะมีความเสี่ยงทำให้ใช้งานแอปลดลง เชื่อว่ามีผลกระทบต่อชีวิตของคนสังคม เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่าพวกเขาใช้เวลาไปกับแอปมากแค่ไหน ควรเริ่มบริหารเวลาได้แล้ว หลังจากถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรื่องที่มีคนเสพติดโซเชียลมีเดียใช้งานแอปตลอดทั้งวัน ข้อสำคัญคือความมีวินัยและการหักห้ามใจตัวเอง ไม่อย่างนั้นแล้วเครื่องมือเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยอะไร ความพยายามในการบริหารเวลาจะสูญเปล่าและไม่ได้ผลเลย

คนติดโซเชียล

มีวินัยต่อการเรียน

สร้างวินัยต่อการเรียน เกิดประโยชน์ชีวิตขึ้นอีกเยอะ

ทุกคนมีเวลา 24 ชม. เท่ากัน อยู่ที่ใครจะใช้มันเปลืองหรือไม่ การตรงต่อเวลาถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เราควรต้องยึดหลักของเวลาเป็นหลัก หากเราไม่มีความตรงต่อเวลามันจะทำให้คนรอบข้างหรือเพื่อนร่วมงานมองเราเสียๆหายๆได้ อาจจะทำให้เสียความน่าเชื่อถือ ดูเป็นที่พึ่งให้กับใครไม่ได้ ในเรื่องเรียนก็เช่นกัน หากเราไม่ตรงเวลาจะส่งผลถึงการเรียนทำให้เสียได้ ส่งผลกระทบต่อผลการเรียนและความรับผิดชอบ เพื่อนร่วมห้องและอาจารย์จะพาลไม่ชอบเราไปด้วย ไม่มีใครชอบคนที่ไม่มีวินัย อย่ามองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก

เทคนิคการบริหารเวลาในวัยเรียน

รู้จักวางแผน วัยเรียนจะเป็นวัยที่ขี้เกียจที่สุดของวัยรุ่นส่วนใหญ่ หากเรามีการวางแผนที่ดี เราจะเป็นคนตรงต่อเวลาและดูมีความรับผิดชอบมากขึ้น หากเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนที่ทำอะไรชักช้า เราควรจะจัดตารางในการเรียนตั้งแต่หัวค่ำ เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการจัการตัวเองในเวลาเช้า

นาฬิกาปลุก เป็นเรื่องสำคัญมากในวัยเรียน หากพ่อแม่ไม่ปลุกเราควรตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อเตือนตัวเอง เชื่อว่านักเรียนหลายคนจะเกลียดเสียงนาฬิกาปลุกที่สุด แต่เพื่อเป็นการให้เราไม่สายเมื่อเราได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเราควรที่จะลุกในทันที เพราะมันอาจจะทำให้เสียเวลา และสายได้

ตั้งเป้าหมาย เมื่อเราตื่นนอนเราควรจะมีเป้าหมายว่าวันๆนึง เราต้องทำอะไรบ้าง เพื่อบริหารเวลาให้กับตัวเอง

เผื่อเวลาในการเดินทาง ในการเดินทางเรารู้กันอยู่แล้วในวันเรียนปกติ รถจะติด เราต้องมีการเผื่อเวลาในการเดินทางเพื่อไม่ให้ไปถึงโรงเรียนสาย

อย่าเที่ยวกลางคืน เป็นเรื่องปกติของวัยเรียนจะต้องมีปาร์ตี้ สังสรรค์ กลับบ้านดึก การเที่ยวกลางคืนจะทำให้เราได้รับการพักผ่อนน้อย และส่งผลกระทบต่อการตื่นนอนในตอนเช้า เมื่อเราพักผ่อนน้อยจะทำให้เราขี้เกียจตื่น อาจจะทำให้เราไปเรียนสายหรืออาจจะไม่ได้ไปเลยก็ได้

เรียนให้มีวินัยด้านเวลา