บริหารเวลาอย่างไรให้ตัวเองมีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำ

บริหารเวลาอย่างไรให้ตัวเองมีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำ

“ไม่มีเวลา” เป็นเหตุผลสุดคลาสสิกที่หลายคนชอบหยิบมาใช้เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน หรือพนักงานประจำที่ต้องใช้เวลาแทบตลอดวันในการ ทำงานออฟฟิศ เดินทางฝ่าการจราจรและสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน

ความจริงแล้ว เราสามารถบริหารเวลาของตัวเองให้เหมาะสมและลงตัว เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำเพิ่มความแข็งแรง มีภูมิต้านทานที่ดี ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มโรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง และเบาหวานได้ เพียงแค่รู้จักจัดสรรเวลา จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังและสร้างความมีวินัยในตัวเองให้ได้

เทคนิคการบริหารเวลาให้ลงตัว

จัดสรรเวลาสำหรับการออกกำลังกายเป็นช่วง ๆ ในแต่ละวัน แต่ให้นับรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 30 นาที หรือให้สามารถเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 200 แคลอรี่ต่อวัน วิธีนี้อาจใช้ช่วงพักเบรกจากการนั่งทำงานมาออกกำลังครั้งละ 10-15 นาทีโดยเน้นความต่อเนื่อง อาจใช้วิธีการเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ / ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเช่น ก้ม, บิด, ยืดส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือเปลี่ยนการพักเบรกดื่มกาแฟระหว่างประชุมเป็นการเดินต่อเนื่องสัก 10 นาทีในบริเวณใกล้ ๆ สถานที่ประชุมหรือโต๊ะทำงาน

ตื่นให้เช้าขึ้นอีกนิดเพื่อใช้เวลาสำหรับการออกกำลังกายก่อนออกจากบ้าน ช่วง 15-20 นาที ที่ได้เพิ่มมาจากการตื่นเช้า สามารถนำมาใช้เพื่อการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี โดยสามารถเลือกการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ๆ ในห้องนอนหรือภายในบ้าน อย่างการเต้นแอโรบิก, โยคะ หรือวิ่ง Treadmill ในบ้านก็ได้ นอกจากความสดชื่นหลังออกกำลังกายและอาบน้ำแล้ว ยังจะช่วยให้เริ่มวันใหม่อย่างปลอดโปร่ง แถมด้วยความแข็งแรง ฟิตแอนด์เฟิร์มโดยไม่ต้องไปเข้าฟิตเนสเป็นชั่วโมง ๆ เลยด้วย

เปลี่ยนการใช้ตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายทำงานมากขึ้น เป็นการออกกำลังกายไปในตัว ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือการเดินแทนการใช้รถ ในกรณีที่ระยะทางไม่ไกลเกินไป อาทิ การไปซื้อของในระยะใกล้ ๆ ควรเลือกการเดินไปเพื่อเป็นการออกกำลังกาย หรือใครจะลองใช้นาฬิกาแบบ Smart watch ที่มีฟังก์ชั่นการนับก้าว ก็จะทำให้สนุกและมีเป้าหมายในเก็บแต้มการเดินในแต่ละวันให้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสมคือ 10,000 ก้าว

เปลี่ยนงานบ้านให้เป็นการออกกำลังกาย หลายคนมองว่างานบ้านคือภาระ แต่หากคิดให้ดีแล้ว งานแต่ละอย่างที่สามารถทำเองได้โดยไม่ต้องใช้ลูกจ้างหรือใช้ตัวช่วย ก็จะเป็นการออกกำลังกายที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเช็ดบ้าน กวาดพื้น ตัดหญ้า หรือรีดผ้า

ลองบริหารเวลาเพื่อการออกกำลังกายด้วยวิธีเหล่านี้ต่อเนื่อง รับรองว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้นกว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านเป็นแน่แท้

เทคนิคการบริหารเวลาให้ลงตัว

สิ่งสำคัญใน 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

สิ่งสำคัญ 24 ชม. กับวิธีบริหารเวลาให้ชีวิตมีสมดุล

การบริหารเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน ให้มีสมดุลเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างรอบด้าน ซึ่งการประกอบอาชีพต่างๆ ในปัจจุบัน มีอัตราการแข่งขันสูง มีปริมาณงานและความยากมากขึ้น ทั้งยังต้องมีการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในและต่างประเทศเกือบตลอดเวลา จึงจะทำให้การทำกิจากรต่างๆ อยู่รอดได้

ผู้ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละอาชีพ ส่วนใหญ่แล้วมีวิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่ เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้

1. การตื่นเช้าตรู่เพื่อออกกำลังกายก่อนไปทำงาน

ผู้ที่จะทำงานได้อย่างมีสุขภาพกายและใจดี มักตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นในช่วง 04:30 น. หรือ 05:00 น. เพื่อออกกำลังกายประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นประจำ ด้วยการเดิน ว่ายน้ำ หรือการวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะ เพราะจะทำให้ได้รับออกซิเจนที่บริสุทธิ์ มีปริมาณฝุ่นละอองในอากาศน้อย ช่วยให้ร่างกายที่จะมีการหลั่งสารและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ทำให้ปลอดจากโรคภัยในระยะยาว

2. การกำหนดตารางงานในแต่ละวันล่วงหน้า

กำหนดเวลาก่อนนอนในการเรียงลำดับความสำคัญของงานในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เมื่อเดินทางถึงที่ทำงานแล้วจะได้เริ่มงานตามแผนได้เลย อย่าลืมว่าความรวดเร็วเป็นจุดที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งทางธุรกิจในยุคเทคโนโลยี 5G หากพร้อมที่จะทำงานและติดต่อลูกค้า หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจเพื่อวางแผนโครงการต่าง ๆ ได้เร็ว ก็เท่ากับมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น เคล็ดลับอยู่ที่งานที่ต้องใช้สติปัญญาและความสามารถมาก ควรจะกำหนดเป็นช่วงเวลาเช้าเพราะร่างกายมีความสดชื่นพร้อมที่สุด

3. การกำหนดเวลาหลังเลิกงานให้เป็นเวลาเพื่อครอบครัว

ไม่เอางานกลับมาทำต่อที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ที่แต่งงานแล้ว ควรใช้เวลาร่วมกับสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่ มีการรับประทานอาหารร่วมกัน สอนลูกทำการบ้าน การเล่านิทานให้ลูกฟัง การเล่นกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความสุขในแต่ละวันได้อย่างแท้จริง และยังลดปัญหาช่องว่างระหว่างพ่อแม่ลูก สาเหตุสำคัญของการติดเพื่อน การพนัน หรือยาเสพติด อย่างที่เราเห็นข่าวปัญหาสังคมของวัยรุ่นยุคใหม่ที่เกิดจากครอบครัวที่ขาดเวลาให้แก่กัน

4. การให้เวลาก่อนนอนเป็นนาทีสำหรับพัฒนาตัวเอง

การอ่านหนังสือ การฟังพอดคาสต์ที่มีสาระประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์เศรษฐกิจสังคม หรือแนวการท่องเที่ยว แบ่งปันประสบการณ์หลากหลาย ล้วนดีต่อการพัฒนาสมอง ทำให้สามารถเรียนรู้แบบลัดสั้นที่จะนำเอาข้อมูลต่าง ๆ ไปปรับใช้ในวิธีการทำงานและยังทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานใหม่ ๆ ได้มากยิ่งขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่า การบริหารเวลาที่กล่าวมา เป็นการสร้างสมดุลในชีวิตประจำวัน ที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม การรักษาเวลาให้ ชีวิตสมดุล ทั้งการทำงาน การให้เวลาแก่ตัวเองและครอบครัว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ย่อมทำให้สุขภาพกายและใจ รวมถึงการเติบโตในหน้าที่การงานและฐานะการเงินดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

วิธีบริหารเวลาอย่างไรให้ชีวิตมีสมดุล