เทคนิคบริหารเวลาทำงานที่บ้านในยุคโควิด

เทคนิคบริหารเวลาทำงานที่บ้านในยุคโควิด

หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สถานการณ์บีบบังคับให้หลายคนเริ่มทำงานที่บ้าน แต่ทำอย่างไรดีผ่านมาหลายเดือนแล้วยังปรับตัวไม่ได้ ไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานอย่างเต็มที่ ต้องการเทคนิคการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อปรับตัวให้กลับเข้าสู่โหมดทำงานปกติ มีคำแนะนำมาฝากกันดังนี้

1.หยุดพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่ง เพราะสภาพแวดล้อมของบ้านทำให้ขาดแรงจูงใจในการทำงาน บางคนเลี่ยงงานไม่ถูกใจ บางคนเลี่ยงงานที่ทำยาก ด้วยเหตุนี้หลักการบริหารเวลาจึงไม่ใช่การเน้นไปที่ “ทำงานให้เสร็จ” แต่โฟกัสที่ “เริ่มทำทันที” การเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ โดยเริ่มจากงานที่ชอบมากที่สุดไปหางานที่ท้าทายมากขึ้น

2.วางแผนรายการสิ่งที่ต้องทำ และจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำ พร้อมกำหนดขอบเขตเวลาทำงานให้เสร็จไปตามลำดับ การทำงานจดจ่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ทำให้เหนื่อยล้าง่าย แม้ว่าสะดวกรวดเร็วกว่า แต่ควรพักสายตาจากหน้าจอบ้าง แนะนำให้จดรายการสิ่งที่ต้องทำบนกระดาษ เมื่อทำงานเสร็จแล้วให้ขีดฆ่าออก ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการทำงานลำดับต่อ ๆ ไป

3.ทำงานทีละอย่าง การทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน คิดหลายเรื่องพร้อมกันทำให้ไขว้เขวเสียสมาธิ ทำงานช้าลงและเสียเวลามากกว่าเดิม ควรทำงานทีละอย่างและเอาใจใส่กับงานอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์จะออกมาดีกว่า งานที่ทำมีรายละเอียดชัดเจนกว่าการทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

4.สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและงาน การทำงานจากที่บ้านเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มักจะพบปัญหาเรื่องการจัดการเวลามากที่สุด ทั้งปริมาณและคุณภาพของงานที่เสร็จจะลดลงจากช่วงภาวะปกติ จำเป็นต้องจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการกำหนดเวลาพักเพื่อคลายความเครียด การทุ่มเททำงานหนักเป็นเรื่องดี แต่ทำงานเป็นเวลานานโดยไม่หยุดพักทำให้เกิดความเครียดซึ่งมีผลต่อสุขภาพร่างกาย ทำให้ปวดเมื่อยคอและหลัง สายตาอ่อนล้า สมองช้าลงลดทอนประสิทธิภาพการทำงาน การบริหารเวลาเป็นวิธีการจัดการความเครียดและทำงานได้อย่างเต็มที่

5.ดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ เมื่อร่างกายพร้อม จิตใจพร้อม เราจึงสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ การออกกำลังกายเป็นประจำและการนอนหลับพักผ่อนเพียงพอทำให้สุขภาพแข็งแรง รู้สึกเข้มแข็งและปลอดภัยส่งผลดีต่อสมอง มีสมาธิจดจ่อกับงาน ตัดสินใจได้ดี และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

6.ดูแลทีมเวิร์คให้ดี หากทำงานเป็นทีม ต้องรู้จักทำงานแบบทีมเวิร์ค สามารถกระจายงานให้คนอื่นทำเป็นการแบ่งเบาภาระของกันและกัน ทำงานออกมาดีได้โดยที่ไม่มีใครเหนื่อยจนเกินไป ทำให้ผลงานมีประสิทธิผลมากกว่าที่เคยเป็นมา

การบริหารจัดการเวลาและจัดการกับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีเป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่บ้านในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดหรือในสถานการณ์ปกติ หลักการข้างต้นนำไปใช้ได้ตลอด ไม่เพียงส่งผลดีต่องาน ทำงานได้เสร็จทันเวลาแล้ว ยังมีโอกาสให้เวลาส่วนตัวกับตัวเองและใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น

เทคนิคบริหารเวลาให้เป็น ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิต

เทคนิคบริหารเวลาให้เป็น ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิต

คุณเคยเป็นแบบนี้หรือไม่ รู้สึกว่ามีเวลาเท่าไหร่ก็ทำงานไม่ทัน ทำงานไม่เสร็จทันเวลา หรือไม่มีเวลาที่จะไปทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกเหนือจากเรื่องงาน อย่างเช่น การเดินทางท่องเที่ยว การทำบุญ การทำกิจกรรม การออกกำลังกายที่ชื่นชอบ เป็นต้น ถ้าใช่แล้วล่ะก็ต้องบอกเลยว่าทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการบริหารเวลาของตนเอง คือเราต้องรู้จักบริหารเวลาให้เป็น เพื่อให้เราสามารถที่จะจัดสรรเวลาต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว และมีเวลาเหลือที่จะไปใช้กับกิจกรรมอื่น ๆ

การบริหารเวลาคือ สิ่งที่จะช่วยทำให้เรามีเวลามากขึ้น วิธีการก็คือ จดรายการที่เราจำเป็นต้องทำทั้งหมด และรายการกิจกรรมแพลนต่าง ๆ ที่เราต้องการทำ เช่น การออกกำลังกายเป็นเวลา 1 ชม.ต่อวัน การไปท่องเที่ยวพักผ่อน 2 วัน 1 คืน หรือการไปเรียนภาษา เรียนศิลปะต่าง ๆ เพิ่มเติม เป็นต้น แล้วจึงนำตารางเวลาของตนเองมาใส่รายการที่จำเป็นต้องทำก่อนเข้าไปในตาราง กำหนดระยะเวลาในการทำงานให้ชัดเจน เช่น 8.00-17.00 น. ของวันจันทร์ถึงศุกร์ ดังนั้นก็จะมีช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก็คือ ช่วงเย็นจนถึงก่อนนอน ของวันธรรมดาและวันเสาร์อาทิตย์ เราก็สามารถที่จะเพิ่มเติมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราชื่นชอบ อยากทำเพิ่มเติม ใส่ลงไปในช่องเวลาที่เหลืออยู่ โดยเริ่มแรกนั้นให้เราแพลนเป็นอาทิตย์ต่ออาทิตย์แล้วค่อย ๆ ปรับเป็นครึ่งเดือน ปรับเป็น1 เดือน

สิ่งสำคัญคือการรักษาเวลา เชื่อว่าในช่วงแรก ๆ นั้น เราก็อาจจะทำไม่ได้ตามแพลนที่วางไว้ทุกอย่าง ต้องมีในส่วนของเช็กลิสต์ที่เช็กกิจกรรมที่เราทำว่าเป็นไปตามเป้าหรือไม่ ซึ่งเราจะเห็นภาพได้ชัดขึ้นและเห็นสาเหตุของปัญหาว่าเราไม่สามารถที่จะทำได้ตามตารางที่วางไว้เพราะอะไร ให้เราปรับแก้ไขในส่วนนั้น ๆ แล้วจึงเช็กลิสต์อีกครั้งหนึ่ง เช่นถ้าเราไม่สามารถที่จะทำงานเสร็จได้ตามเวลาเนื่องจากเราเบี่ยงเบนความสนใจไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ระหว่างนั้น เช่น การดูหนัง ดูละคร การเล่นอินเทอร์เน็ต ก็ให้มีการปรับแก้ในส่วนนี้ เพื่อจะได้ทำตามตารางที่วางไว้ได้ ได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่เราอยากทำจริง ๆ

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการบริหารเวลานอกเหนือไปจากการจัดสรรปันส่วนเวลาที่ดีแล้ว ผู้ที่ปฏิบัติอย่างตัวเราเองก็ต้องมีวินัย ไม่ยอมให้สิ่งเร้าต่าง ๆ เข้ามารบกวนจนทำให้เรามีตารางเวลาที่ผิดเพี้ยนไป โดยในส่วนนี้ต้องอาศัยการฝึกฝน การทำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง จึงจะเกิดความเคยชินและเกิดเป็นนิสัย

เมื่อทำตามที่จัดสรรเวลาไว้แล้วระยะหนึ่ง ก็ประเมินดูว่าได้ผลน่าพอใจมากน้อยแค่ไหน ได้มีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นและมีเวลาพักผ่อนอย่างที่ต้องการหรือไม่ เพื่อปรับแผนงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม

เทคนิคบริหารเวลา สำหรับคนงานยุ่ง

เทคนิคบริหารเวลา สำหรับคนงานยุ่ง

การจัดการ บริหารเวลา ที่ดีจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถจัดการกับปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาได้อย่างมีคุณภาพด้วย หากใครเป็นคนที่ดูมีงานยุ่งจนวุ่นวายตลอดเวลาแล้ว ต้องมีการบริหารเวลาที่ดี เพื่อให้สามารถจัดการกับงานทุกชิ้นได้สมบูรณ์แบบ มาดูกันว่าจะมีเทคนิคอะไร ที่จะช่วยให้บริหารเวลาได้ดีขึ้นบ้าง

ทริคบริหารเวลาชีวิต ของคนงานยุ่ง

จัดลำดับความสำคัญ : การจัดลำดับความสำคัญเป็นสิ่งจำเป็นในทุกกิจกรรมของชีวิต ไม่ใช่เฉพาะการทำงานเท่านั้น เมื่อเรารู้ว่าอะไรควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในขณะนั้น ก็จะทำให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน มุ่งเป้าให้งานชิ้นนั้นออกมาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานที่เราต้องการได้ ซึ่งก็จะเป็นที่พอใจต่อตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากไม่มีการจัดลำดับความสำคัญที่ดี เวลามีงานไหนเข้ามาใหม่เราก็ตื่นเต้น ตกใจ จนจัดการไม่ถูก ก็จะทำให้ต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะทำงานแต่ละชนิดให้สำเร็จได้

วางแผนการทำงาน : ในการทำงานทุกครั้งควรมีการวางแผน ยิ่งเป็นงานที่ต้องใช้ระยะเวลานาน ยิ่งสมควรเขียนแผนให้ชัดเจน เพื่อให้เราสามารถทำตามแผนจนได้ผลสำเร็จในเวลาที่กำหนดได้ และการเขียนแผนงานยังช่วยให้จัดการกับงานได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นด้วย

แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า : ถึงแม้เราจะวางแผนมาอย่างรัดกุมแล้ว แต่ปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อเป้าหมายหลักที่เราได้วางไว้ หลายคนอาจจะหงุดหงิดเวลาที่สิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่ความหงุดหงิดนั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไร เอาเวลาไปคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า และไม่เสียสุขภาพจิตด้วย

ตื่นเช้าได้เปรียบกว่า : หลายคนที่รู้สึกว่ามีเวลาทำงานน้อยเกินไป งานแต่ละวันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่รู้จะจัดการอย่างไรแล้ว ลองตื่นเช้ามาจัดการงานเหล่านั้นดู เพราะนอกจากจะเพิ่มเวลาการทำงานให้มากขึ้นแล้ว เวลาช่วงเช้ายังทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น ใส่ใจกับงานได้เต็มที่กว่าเดิมด้วย

รู้ขีดความสามารถของตัวเอง : หลายครั้งที่เรามีภาระงานล้นมือ แต่ผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าก็ยังมอบงานมาให้เราอีก หากงานบางชิ้นเป็นงานที่สามารถปฏิเสธและมีคนอื่นที่สามารถทำแทนได้ ก็ควรบอกหัวหน้าไป เพราะว่าเราไม่สามารถจัดการทุกสิ่งบนโลกได้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ซึ่งการที่เรารู้จักปฏิเสธบ้างก็จะช่วยให้หัวหน้าได้รู้ว่าระดับการมอบหมายงานให้กับเราในครั้งต่อไป ควรมีขีดจำกัดแค่ไหน ทำให้เราสามารถจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเครียดว่าจะปฏิเสธหัวหน้าอย่างไรอีกด้วย

ความสำเร็จของงานที่มาพร้อมกับคุณภาพที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่ต้องการของทุกคน ซึ่งหากเรามีการบริหารจัดการเวลาที่ดีก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ถ้าใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารเวลา ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ แล้วจะพบว่าได้คุณภาพของงานมากกว่าเดิม และมีความสุขในการทำงานมากขึ้นด้วย

ทริคบริหารเวลาชีวิต ของคนงานยุ่ง

เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

ทุกคนมี 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน แต่บางคนรู้สึกว่าเวลาไม่เพียงพอ ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ยังเหลือเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกอื่น ๆ ได้อีก เรื่องนี้ตอบง่ายมาก เป็นเพราะบริหารเวลาไม่ดี ชีวิตจึงยุ่งยากและเครียดมาก ต้องคอยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ร่ำไป ถ้าอยากหลุดพ้นจากแรงกดดันและทำงานเสร็จสมบูรณ์แบบ ขอแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการเวลาอย่างเหมาะสม ช่วยหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก โดยจัดสรรปันส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมต่อไปนี้

– งาน (อาชีพ)
– เวลาที่ใช้ในบ้าน (งานบ้านหรือทำสวน)
– สังคม (ใช้เวลากับคนอื่น ครอบครัวและเพื่อน)
– เวลาส่วนตัว (งานอดิเรก การพักผ่อน ออกกำลังกายและนอนหลับ)
– เวลาของตัวเอง (คิดและตั้งคำถามกับตัวเอง)

เริ่มจากตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะอะไรจึงทำงานไม่เสร็จเรียบร้อย ใจร้อน รีบตลอดเวลา มาสายบ่อย เหนื่อยหน่าย รู้สึกว่าแต่ละวันยุ่งเกินไปไม่มีเวลาพอจะทำสิ่งที่ชอบ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาว่าสิ่งไหนต้องการเวลามากขึ้น สิ่งไหนต้องลดน้อยลง เพื่อบริหารเวลาให้เกิดความสมดุลในแต่ละวัน อาจต้องลดปริมาณงานที่นำกลับมาทำต่อที่บ้านเพื่อให้มีเวลาซักรีดมากขึ้น พยายามจดบันทึกกิจกรรมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจน แต่ละคนใช้ชีวิตแตกต่างกันไป ต้องลองปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม ทักษะการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ลดความเครียดและความวิตกกังวล เพราะได้ทำสิ่งสำคัญเสร็จเรียบร้อย

ก่อนที่การบริหารเวลาจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน ควรเริ่มต้นด้วยการเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จรายวันและรายสัปดาห์ ตั้งระบบเตือนความจำในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ จัดลำดับความสำคัญของแต่ละรายการ จากนั้นทุกเช้าให้ตรวจเช็ครายการที่ต้องทำ 30 รายการ ตอนเย็นหรือก่อนนอนให้ตรวจดูรายการที่ไม่ได้ทำ ลำดับความสำคัญอาจเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นและวางแผนให้สอดคล้องกับการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัวได้เทคนิคบริหารเวลาให้ชีวิตสมดุล ได้พักผ่อนเพียงพอ

คุณอาจวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว แต่การตั้งกำหนดเวลาเส้นตายก็เป็นเรื่องจำเป็น ขีดเส้นตายก่อนที่งานจะต้องเสร็จจริง 2-3 วัน และพยายามทำให้ดีที่สุด ระหว่างนั้นอาจมีอุปสรรคเข้ามาขวางทางแต่ยังคงทำงานเสร็จลุล่วงได้ทันเวลา หยุดทำงานหลายอย่างพร้อมกัน บางคนคิดว่าทำหลายอย่างจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าและเร็วกว่าผู้อื่น ความจริงแล้วการทำหลายสิ่งไปพร้อมกันผลงานจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่า ทำไปทีละอย่างจะมีสมาธิกับการทำสิ่งนั้นและให้ผลดีที่สุด หากจำเป็นถ้าต้องรับมือกับงานหลายอย่างพร้อมกัน ควรเรียงตามลำดับความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วน มุ่งเน้นสมาธิจดจ่อกับงานสำคัญให้เสร็จเรียบร้อยไปก่อน อาจไม่มีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์แต่จะทำงานได้ดีขึ้น

ในกรณีที่งานที่ได้รับมอบหมายมีมากเกินไป ถึงเราเก่งแค่ไหนก็ทำทุกอย่างไม่ได้ เกิดความกังวลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ควรมอบหมายความรับผิดชอบแบ่งปันให้คนอื่น หรือขอความเห็นจากผู้ที่มีความสามารถเชื่อถือได้ช่วยให้เครียดน้อยลงและมีประสิทธิผลมากขึ้น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หากไปพบแพทย์ ระหว่างรอคิวการรักษาให้เตรียมวางแผนอาหารมื้อเย็นและจดรายการที่ต้องซื้อจากร้านขายของชำ หรือจัดทำลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ สมองที่คิดอยู่เสมอทำให้อ่อนล้าและเครียดก็จริง แต่ทักษะการบริหารเวลาเป็นข้อยกเว้น เพราะการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำจะช่วยให้ทุกอย่างเสร็จเร็วขึ้น ได้มีเวลาพักผ่อนตามต้องการ